เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา ตอนที่ 642
ตอนที่ 642 ไม่รับแล้วยังตอบโต้กลับ (5)
หงอวี้นวดแขน หลังจากได้ยินคำพูดของจ้าวเย้า นางพลันเงยหน้าขึ้นมา แววตาคมกริบมองไปยังจ้าวเย้า
“จ้าวเย้า...คิดไม่ถึงว่าไม่พบกันหลายปี เจ้ากล้าประลองกับข้าจริงๆ หรือ ก็แค่ขี้แพ้คนหนึ่งไม่รู้จริงๆ ว่าเจ้าไร้ยางอายถึงขนาดไหนถึงได้กล้าว่าบอกว่าคุณหนูของข้ายั่วยวนเจ้า”
ในทวีปนี้ ทั้งบุรุษสตรีที่หลงรักคุณหนูมีมากมาย นางจำเป็นต้องยั่วยวนบุรุษอายุมากนี่ด้วยหรือ ซ้ำยังเป็นคนที่ไม่มีกระเลยสักน้อย
“เจ้าพูดเหลวไหลอันใดกัน” จ้าวเย้าสีหน้าเปลี่ยนไป “ข้าเคยพบเจ้าตั้งแต่เมื่อไร”
“สองสามปีก่อน ข้ามาที่สำนักอินทรี” หงอวี้กะพริบตา “ข้าบังเอิญเห็นเจ้ากำลังหยอกเย้าศิษย์หญิงนางหนึ่ง เพราะนางปฏิเสธ เจ้าถึงขับไล่นางออกไป...”
เดิมทีศิษย์ทั้งหลายของสำนักอินทรีคิดลงมือกับหงอวี้ ครั้นได้ยินคำพูดของนางก็ชะงักไป ในความเป็นจริงจ้าวเย้ากระทำอย่างมิดชิด แต่เขาก่อการในสำนัก อย่างไรก็ต้องมีคนเห็นบ้าง
แต่ไม่มีใครกล้าบอกฮูหยิน!
ฮูหยินเชื่อท่านเจ้าสำนักถึงเพียงนี้ หากพวกเขากล้าพูดมาก ย่อมพบจุดจบที่น่าอนาถ!
“เจ้าเหลวไหล!” สีหน้าเฟ่ยเสวี่ยเขียวคล้ำง้ำงอ เอ่ยด้วยโทสะ “นางแพศยาพวกนั้นยั่วยวนคนไม่สำเร็จชัดๆ ถึงได้ถูกจ้าวเย้าขับไล่ออกไป เขาจริงใจกับข้า ย่อมไม่ยอมให้ศิษย์คิดไม่ซื่อเหล่านี้ปรากฏอยู่ในสำนัก”
หงอวี้กลอกตามองเฟ่ยเสวี่ย “เจ้าคิดว่า บุรุษวัยกลางคนรูปร่างอวบอ้วนอย่างเขา มีคุณสมบัติอันใดดึงดูดศิษย์หญิงอายุเยาว์กัน”
เฟ่ยเสวี่ยร้องหึออกจากจมูก “ยังมิใช่เพราะสามีข้าฐานะสูงส่งอีกหรือ หญิงเหล่านั้นถึงคิดปีนขึ้นสู่ที่สูง ถึงได้คิดยั่วยวนเขา”
ฉับพลัน หงอวี้หัวเราะออกมา รอยยิ้มนางแฝงความเย็นชามองเฟ่ยเสวี่ยคล้ายกำลังมองคนโง่คนหนึ่ง
“เช่นนั้นเจ้าคิดว่าศิษย์หญิงเหล่านั้นในสำนักกรงเล็บอินทรีเบื่อชีวิตแล้วหรืออย่างไรกัน รู้ทั้งรู้ว่าอำนาจที่แท้จริงของสำนักอยู่ในกำมือเจ้า รู้ทั้งรู้ว่าหากเป็นอนุของจ้าวเย้าก็จะถูกเจ้าตีตาย พวกนางเบื่อชีวิตแล้วหรือถึงได้ยั่วยวนเขา เดิมข้าคิดว่าเพราะความรัก ถึงได้ทำให้พวกนางคลุ้มคลั่ง คิดไม่ถึงว่าเป็นเพราะอำนาจนี่เอง”
น่าขำ ชีวิตไม่เหลือแล้ว จะเอาอำนาจไปทำไม
เฟ่ยเสวี่ยตะลึงงัน ไม่รู้เพราะอะไร นางพลันรู้สึกว่าคำพูดของสตรีนางนี้มีเหตุผลอยู่บ้าง
อำนาจของสำนักกรงเล็บอินทรีอยู่ในมือนาง นี่เป็นเรื่องที่ใครๆ ต่างก็รู้ ยิ่งไปกว่านั้นศิษย์หญิงในสำนักอินทรีต่างก็รู้จักนิสัยของนาง แล้วไฉนยังยั่วยวนจ้าวเย้าอีกเล่า ที่สำคัญก็คือทุกครั้งจ้าวเย้าล้วนชิงขับไล่ศิษย์หญิงเหล่านั้นออกไปก่อนถึงค่อยเล่าให้นางฟัง ด้วยเหตุนี้นางจึงไม่เคยพบศิษย์หญิงเหล่านั้นเลย
“เจ้าอย่าคิดใช้คำพูดปลุกปั่นเสียที!” เฟ่ยเสวี่ยกัดฟันแน่น ความฉงนในใจเพิ่มขึ้นทุกทีๆ ทว่ายังฝืนสะกดเอาไว้ “อาจ...อาจเป็นเพราะพวกนางก็รักสามีข้าเช่นกัน ถึงได้ไม่สนใจชีวิตยั่วยวนเขา”
หงอวี้ส่ายหน้า
คนตาบอดช่างน่ากลัวนัก
ชิงหย่วนก็เคยเป็นเช่นนี้ ฮูหยินสำนักอินทรีในยามนี้ก็เช่นกัน...
“อีกอย่าง สตรีบางคนก็โง่งมเกินไป รู้ทั้งรู้ว่าตายสถานเดียว ก็ยังลองโดยไม่คำนึงถึงอะไรทั้งนั้น” เฟ่ยเสวี่ยยิ้มเย็นชา “พวกนางอาจคิดว่า ขอเพียงจ้าวเย้ายอมรับพวกนาง ข้าก็มิอาจทำอะไรได้”
แววตาหงอวี้เย็นวาบ “ข้าเห็นด้วยกับประโยคหนึ่งของเจ้า สตรีบางคนโง่งมเกินไป...”
โง่งมเสียจนถึงขั้นน่ากลัว!
“แต่ว่า...” หงอวี้ไร้ซึ่งความกลัว มองจ้าวเย้า “ข้ามาที่นี่ มีเป้าหมายเดียวก็คือส่งตัวจื่อเยียนมาให้ข้าเท่านั้น!”