เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา ตอนที่ 368
ตอนที่ 368 ความบ้าคลั่งของหรงเยียน (2)
หนานเสียนไม่เคยชมมันมาก่อน!
เพราะฉะนั้นทันทีที่ได้ยินคำนั้นก็รู้เลยว่าเจ้าคนชั่วนี่คิดไม่ดีแน่!
“หนานเสียนเจ้าอย่าเอาแต่รังแกหงส์ขาว” หญิงชุดขาวยิ้มอย่างจนใจ “มิเช่นนั้นมันจะร้องไห้อีก”
หงส์ขาวพยักหน้าสุดชีวิต
ใช่แล้ว ใช่แล้ว หากหนานเสียนรังแกมันอีกมันจะร้องไห้ให้เขาดู!
เดิมหนานเสียนที่ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่หลังจากจบประโยคสุดท้ายของหญิงชุดขาวนัยน์ตาที่เรียบนิ่งก็มีแสงประกายออกมา
ร้องไห้?
เช่นนั้น...ต้องนำน้ำตาไปให้ชิงเอ๋อร์เยอะอีกหน่อยหรือไม่?
ขุมสมบัติของหงส์ขาวเขาขนไปจนหมดแล้ว หากจะทำให้มันร้องไห้เกรงว่าคงจะมีแต่ขนบนตัวที่ทำให้มันภูมิใจ...
“อื้อ” หนานเสียนขมวดคิ้วน้อยๆ “ข้าไม่รังแกมันก็ได้ แต่ชิงเอ๋อร์ถูกคนรังแกข้าอารมณ์ไม่ดี”
สายตาหญิงชุดขาวมองไปยังหงส์ขาวแล้วขมวดคิ้วน้อยๆ
“หนานเสียนพูดก็ไม่ผิด หงส์ขาว นังหนูถูกคนรังแกแล้ว เจ้าในฐานะคนในครอบครัวไม่ควรจะนำของมีค่าอะไรออกมาปกป้องนังหนูเสียหน่อยหรือ?
หงส์ขาวโกรธจนเท้าไม่ติดพื้น
ของมีค่าของมัน ของมีค่าของมันถูกหนานเสียนเอาไปหมดแล้ว!
จะเอาอะไรมาแสดง?
ทว่า...
ประโยคสุดท้ายของหญิงชุดขาวกลับเข้าไปในใจของหงส์ขาวในทันใด ทำให้ความไม่พอใจก่อนหน้านี้ของมันหายไปหมด
คนในครอบครัว ซู่อีบอกว่ามันเป็นคนในครอบครัว...เช่นนั้นก็หมายความว่าซู่อียอมรับมันแล้วใช่หรือไม่?
หัวทั้งหัวของหงส์ขาวแทบจะลอยได้ เสี่ยวจีจีตั้งขึ้น มันล้วงเข้าไปในอกอยู่นานกว่าจะหยิบขนนกออกมาหนึ่งเส้นส่งให้หนานเสียน
“นี่ของที่ล้ำค่าที่ชุดในตัวข้า ขอเพียงนางจุดไฟเผาขนนกนี่ ร่างของข้าก็จะสามารถปรากฏตัวขึ้นในทันที แม้ตอนนี้ข้าจะยังแปลงร่างเป็นคนไม่ได้แต่จัดการกับตระกูลถังอะไรนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร”
สีหน้าหนานเสียนนิ่งเรียบแสดงชัดว่าไม่พอใจกับของขวัญนี้
แต่เขาก็เข้าใจ หงส์ขาวนำของอะไรออกมาไม่ได้อีกแล้ว
ทำได้เพียงรับเอาขนนกมาจากหงส์ขาวแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ขนนกนี่ก็นับว่ามีประโยชน์อยู่บ้าง อย่างน้อยตอนที่ชิงเอ๋อร์อยากจะทำลายตระกูลถังก็ไม่ต้องเปื้อนมือตัวเอง มีเจ้าช่วยนางเก็บกวาดก็พอแล้ว”
หงส์ขาวนิ่งค้างไปชั่วครู่ก่อนที่จะโมโห “หนานเสียนเจ้าดูถูกข้า! นี่เป็นขนนกวิญญาณของพวกเราตระกูลหงส์ขาว สามารถสร้างร่างอีกร่างออกมาจากร่างต้น ข้าใช้เวลายี่สิบปีกว่าจะมีขนนกวิญญาณออกมาเส้นหนึ่งเท่านั้น เจ้ารู้หรือไม่ว่าขนนี่แทนพลังมากเพียงใด?”
“อื้อ”
ต่อหน้าหงส์ขาวที่กำลังโกรธราวกับสายฟ้าผ่าหนานเสียนกลับเพียงตอบรับนิ่งๆ
เวลานั้นหงส์ขาวน้อยใจจนไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว
แม่ลูกคู่นี้นิสัยคล้ายกันเหลือเกิน เป็นประเภทที่พูดไปพูดมาแล้วทำให้เจ้าพูดต่อไปถูก
“ข้าไปแล้ว”
หนานเสียนหันไปมองหญิงชุดขาว “ท่านดูแลตัวเองด้วย”
หญิงชุดขาวพยักหน้า “รีบไปเถอะ”
หนานเสียนละสายตากลับมา ชุดขาวตัวยาวค่อยๆ หายลับไปจากยอดเขาเมฆ
...
เลือด
สีเลือดย้อมพระราชวังแดงเถือก
บนเตียงไม้จันทร์ หญิงสาวกำผ้าห่มแน่นสีหน้านางซีดขาวปกคลุมด้วยน้ำตา
“ฮองเฮาเหนียงเหนียง” แม่นมเฒ่าที่อยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้นด้วยความกังวล “ในวังมีนักฆ่าเข้ามา คนพวกนั้นล้วนไม่สามารถจัดการได้ฝ่าบาทตั้งใจจะลงมือเอง แต่ทว่าเหนียงเหนียงไม่ต้องทรงกังวล ฝ่าบาทมีพรสวรรค์เป็นเลิศพละกำลังแข็งแกร่งไม่มีทางเกิดเรื่อง รอเหนียงเหนียงให้กำเนิดเสร็จฝ่าบาทก็กลับมาแล้ว”
มือของหญิงสาวที่กำผ้าห่มกำแน่นยิ่งขึ้นไปอีก ในดวงตาคู่สวยของนางนอกจากความกังวลแล้วที่มากกว่านั้นคือความเกรี้ยวโกรธ
เหตุใดจึงกล้า...
คนพวกนั้นเหตุใดจึงกล้ามาที่นี่?
ตั้งกฎแต่กลับไม่สนใจกฏ?