เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา ตอนที่ 385
ตอนที่ 385 ทนไม่ได้ที่จะทิ้งนางไว้คนเดียว (2)
“ฝ่าบาท!” เสียงหลินกงกงติดสะอื้น “กระหม่อมไม่ไปพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะอยู่รับใช้ฝ่าบาท”
“หลินกงกง วันนี้แคว้นหลิวอวิ๋นยากที่จะหลีกเลี่ยง เจ้ากับชิงเอ๋อร์ก็นับว่าคุ้นเคย วันหน้าข้างกายนางไม่มีคนคุ้นเคยอยู่เลยสักคนข้าจะวางใจได้อย่างไร?” เฟิงเทียนอวี้นัยน์ตาแฝงด้วยความเจ็บปวด “อีกอย่างข้าจะทนให้นาง...ต้องอยู่คนเดียวได้อย่างไร?”
ร่างหลินกงกงสั่นสะท้าน
ใช่แล้ว ตระกูลน่าหลาน กองทัพเลือดเหล็ก แล้วยังมี...นางหนูสองคนนั้น...
คนที่องค์หญิงรักทุกคนล้วนอยู่ในแคว้นหลิวอวิ๋น
แคว้นหลิวอวิ๋นล่มสลายองค์หญิงก็จะไม่กลายเป็นตัวคนเดียวหรือ?
คิดๆ ดูแล้วก็ยิ่งทำให้ปวดใจ!
“ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย กระหม่อมจะดูแลองค์หญิงเป็นอย่างดีพ่ะย่ะค่ะ!” หลินกงกงร้องไห้ออกมาด้วยใจสุดอาวรณ์
เขาอายุน้อยเริ่มรู้เรื่องก็ได้เข้าจวนองค์ชายมาทำงาน
ทั้งชีวิตวัยหนุ่มใช้กับฝ่าบาท
ตอนนี้จะให้เต็มใจจากไปได้อย่างไร?
แต่เขาก็ไม่อาจให้องค์หญิงต้องโดดเดี่ยวเดียวดาย เช่นนั้นก็น่าสงสารเกินไป...
เฟิงเทียนอวี้ยิ้ม
ตรงหน้าเขาปรากฏใบหน้างดงามอย่างหาที่เปรียบมิได้
เหมือนเมื่อคราแรกที่ได้เจอหน้าหญิงสาวยิ้มแย้มแจ่มใส และรอยยิ้มนี้ก็เข้ามาในใจเขาโดยไม่ทันตั้งตัว เมื่อเข้ามาก็อยู่ทั้งชีวิต
“เยียนเอ๋อร์ ในที่สุดข้า...ก็สามารถไปพบเจ้าได้แล้ว”
“ลูกสาวของพวกเราตอนนี้ยอดเยี่ยมเช่นนี้ ใต้แหล่งน้ำบาดาลทั้งเก้า ข้าก็มีหน้าไปพบเจ้าอีกครั้งเสียที”
นางเคยพูดไว้ หากวันหนึ่งนางตายไปก่อน ก็จะอยู่ที่สะพานไน่เหอในยมโลกรอเขาไปพบ จับมือกันไปดื่มน้ำเบญจรสเป็นสามีภรรยากันอีกในชาติหน้า
ตอนนี้เขาเลี้ยงดูลูกสาวจนเติบโตแล้ว ในที่สุดก็สามารถไปหานางได้อย่างที่ต้องการ
เกรงว่านางอยู่คนเดียวในยมโลก มองดูคนผ่านไปมารอเขาอยู่คนเดียว...
น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกจากหัวตาเฟิงเทียนอวี้ เขาไอหนักขึ้นเลือดออกมาพร้อมกับแรงที่ไอ ร่างกายไร้เรี่ยวแรงล้มลง ใบหน้าหล่อเหลาซีดขาวไร้ความน่าเกรงขามดั่งในอดีตอีกแล้ว
“ฝ่าบาท!” หลินกงกงคุกเข่าลงที่หัวเตียงเฟิงเทียนอวี้ร้องไห้สะอึกสะอื้น
“ยังไม่รีบไปอีก แค่กแค่ก!” เฟิงเทียนอวี้ไอขึ้นอีกสองครั้ง “หากยังไม่ไปเกรงว่าจะไม่ทันการแล้ว”
เฟิงเทียนอวี้เพิ่งจะพูดจบประตูตำหนักหย่างซินก็ถูกผลักออก
เขาชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองก็เห็นหญิงสูงศักดิ์ในชุดราชวังสีม่วงยืนอยู่ที่หน้าประตู
บนใบหน้าหลิวหรงมีรอยยิ้มเยาะเย้ย ตอนก้าวเดินปิ่นดอกไม้ไหวทองบนศีรษะส่งเสียงกุ๊งกิ๊ง
ในตำหนักหย่างซินที่เงียบสงัดลงนี้ดูชัดเจนยิ่งนัก
“ฝ่าบาท หม่อมฉันมารับใช้ฝ่าบาท” มุมปากหลิวหรงแฝงด้วยรอยยิ้ม “อย่างไรเสียวังหลวงในตอนนี้ก็มีเพียงหม่อมฉันเท่านั้นที่มารับใช้ฝ่าบาทได้”
สีหน้าเฟิงเทียนอวี้ดูไม่ดียิ่งกว่าเดิม “เจ้ามาทำอะไร?”
“ฝ่าบาท พระองค์ไม่อยากเจอหม่อมฉันถึงเพียงนี้เลยหรือ?” หลิวหรงหยุดฝีเท้าลงยิ้มด้วยความยโสโอหัง “งานเลี้ยงดอกไม้ในตอนนั้นหม่อมฉันก็ชอบพระองค์ตั้งแต่แรกเห็น ในสายตาพระองค์ในตอนนั้นมีเพียงน่าหลานเยียน! เสียแรงที่หม่อมฉันหลงใหลในพระองค์!”
เฟิงเทียนอวี้ยิ้มเย็น “ใจของข้าเล็กมากเล็กจนสามารถใส่ได้แค่เยียนเอ๋อร์ แม้แต่คนในใต้หล้ายังเทียบนางไม่ได้แม้แต่น้อย แม้แต่คนในใต้หล้ายังเทียบไม่ได้เจ้าจะเทียบกับนางได้อย่างไร?”
สีหน้าหลิวหรงถมึงทึงขึ้น บูดเบี้ยวและดุร้าย
“น่าหลานเยียนมีอะไรดี? ตอนนางมีชีวิตอยู่เจ้าจึงได้รักนางเช่นนั้น! นางตายไปแล้วข้าก็วางยาเจ้าไปแล้วแท้ๆ เดิมข้าเกือบจะได้เป็นผู้หญิงของพระองค์แล้ว! เหตุใดตอนที่เจ้าสติเลือนลางก็ยังจำนางได้?”