เฟิงหรูชิง องค์หญิงหมอเทวดา ตอนที่ 332
ตอนที่ 332 หลิ่วอวี้เฉินถูกตี (1)
ใบหน้าหล่อเหลาของหลิ่วอวี้เฉินคล้ำลง ดวงตาเย็นชาของเขามองไปยังเหล่าชายหนุ่มผู้มีความสามารถรอบๆ แต่กลับไม่พูดอะไรอย่างไรเสียในตอนแรกเขาก็เป็นคนหย่ากับเฟิงหรูชิงจริง ไม่เช่นนั้นคงจะไม่เกิดเรื่องมากมายเพียงนี้
ทว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องมาขอการอภัยจากนาง แม้ว่านางจะละทิ้งเขาแล้วก็ตาม!
ฉับพลันประตูจวนองค์หญิงที่ปิดสนิทก็เปิดออก ชั่วพริบตาบนถนนที่เคยส่งเสียดังก็กลับมาเงียบสงบในทันที สายลมพัดแผ่ว ชายเสื้อสีขาวดุจหิมะปลิวไสวราวกับเทพเซียน เหนือกว่าปุถุชนคนทั่วไป
สีหน้าหลิ่วอวี้เฉินแข็งทื่อขึ้นมาในทันที เขากำหมัดแน่นแม้แต่หายใจยังยากลำบาก ชายหนุ่มเย็นชาและสูงส่งเฉกเช่นเดิม เหมือนกับว่าตรงหน้าเขาทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงเศษดินโคลน เขาเป็นดอกบัวที่บริสุทธิ์เพียงดอกเดียวบนโลก
ชิงหลิงที่เพิ่งตามออกมาก็เห็นหนานเสียนเดินออกนอกประตูจวนองค์หญิงพอดี ใบหน้าเล็กของนางซีดลงในทันใดแทบจะร้องไห้ออกมาจบกัน คราวนี้ชื่อเสียงขององค์หญิงได้จบสิ้นกันก็คราวนี้!
ต่อจากนี้ผู้คนในใต้หล้าก็จะรู้ว่าองค์หญิงบีบบังคับกั๋วซือ แล้วยังให้เขาค้างคืนด้วย! หากเรื่องนี้ถึงหูฮ่องเต้ นางกับหลิวลี่อย่าหวังจะได้มีชีวิตรอดเลย
“ท่าน...” เสียงหลิ่วอวี้เฉินสั่นเทิ้มราวกับไม่อยากจะเชื่อ “ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”
สายตานิ่งเรียบของหนานเสียนกวาดไปทางหลิ่วอวี้เฉิน เพียงอึดใจเดียวหลิ่วอวี้เฉินก็รู้สึกถูกโจมตีอย่างแรงเข้าที่อกล้มลงกับพื้น เลือดไหลออกจากลำคอใบหน้าหล่อเหลาตกใจจนไร้สีเลือดนี่เพิ่งจะเช้าตรู่ฟ้าเพิ่งจะสว่าง เพื่อมาดักรอเฟิงหรูชิงพวกเขาจึงได้ตั้งใจมาปิดอยู่หน้าประตูก่อน
ทว่า...ตอนนี้กั๋วซือหนานเสียนกลับเดินออกมาจากในจวนองค์หญิง มันหมายถึงอะไรก็ชัดเจนแจ่มแจ้งดีอยู่แล้ว เมื่อคืนเขา...อยู่ค้างคืนในจวนองค์หญิง!
ใจหลิ่วอวี้เฉินเกิดตื่นตระหนก ไม่รู้เพราะเหตุใดเวลาเผชิญหน้ากับแววตานิ่งเรียบของหนานเสียน ในใจของเขาเกิดความกลัวจากข้างในออกมายังข้างนอก
ความกลัวนี้...ทำมให้เขาอยากจะหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด!
“เหตุใดข้าจึงอยู่ที่นี่?” หนานเสียนยกยิ้มบาง “ถามชิงเอ๋อร์พวกเจ้าก็จะรู้”
ต่อให้รู้คำตอบดีอยู่แล้วแต่พอคำพูดออกจากปากหนานเสียน ใจหลิ่วอวี้เฉินก็ยังคงสั่น เขาลุกจากพื้นกุมหัวใจแน่น
“กั๋วซือ ข้าเคยทำผิดต่อองค์หญิงหลายเรื่องจริง และข้าก็รู้ว่าข้าในตอนนี้ไม่คู่ควรกับนาง แต่ข้าจะไม่ยอมเลิกรา! ไม่ว่าข้างกายนางจะมีคนมากสักเพียงใดข้าก็จะมุ่งมั่นเพื่อให้ได้อยู่ข้างกายนาง”
ดวงตาหนานเสียนมืดลงทันใด
จากนั้น...
หลิ่วอวี้เฉินที่ยืนอยู่ไม่ไกลออกไปนักก็รู้สึกถึงแรงกัดดันที่กดลงมาจากศีรษะ แรงกดดันนี่ราวกับภูเขาลูกใหญ่ยักษ์กดลงมาจนร่างของเขาเอนเอียง สุดท้ายเข่าก็กระแทกพื้นแรงจนเขาเจ็บ
หน้าหลิ่วอวี้เฉินมีเหงื่อเย็นไหลซึมออกมา เขาอยากจะลุกขึ้นจากพื้นแต่รู้สึกเหมือนมีมือสองข้างที่มองไม่เห็นกดบ่าเขาเอาไว้ กดลงมาจนกระดูกเข่าเขาเกือบแหลกก็ยังไม่สามารถลุกขึ้นได้
“อยากอยู่ข้างกายนางก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้” หนานเสียนเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ
“ขอเพียงแค่เอาชนะข้าให้ได้”
“แล้วก็...” เขายิ้มบางๆ แล้วเอ่ยต่อ
“ชิงเอ๋อร์เคยพูดไว้ นางชอบคนรูปงามและแข็งแกร่ง ฝันอยากจะเข้าไปในจวนของนางนอกจากจะเอาชนะข้าแล้วจะต้องรูปงามกว่าข้าด้วย”
“...”
ไม่ต้องพูดถึงว่าจะสามารถเอาชนะเจ้านี่ได้หรือไม่ เพียงแค่หน้าตา...พวกเขาก็ด้อยกว่าหลายขุมแล้ว นอกเสียจากเจ้านี่จะเสียโฉม มิเช่นนั้นจะเอาชนะเขาได้อย่างไรกัน?
ส่วนถ้าหากเสียโฉมละก็...ทุกคนหันไปมองหลิ่วอวี้เฉินที่ถูกกดจนไม่สามารถลุกขึ้นได้ ในใจก็ล้มเลิกความคิดนั้นไปทันที
ช่างเถอะ ช่างเถอะ แม้แต่หลิ่วอวี้เฉินที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นราวคราวเดียวกัน อยู่ต่อหน้าเขายังอนาถถึงเพียงนี้แล้วคนข้างเคียงเล่า?