อุ่นไอข้างใจคุณ: Chapter0046 ตอนที่ 46
ตอนที่ 46 นอนแบบนี้ (2)
แต่แล้วปลายนิ้วมือของเธอยังไม่ทันได้แตะโดนหน้าจอ ทันใดนั้นเขาที่อยู่ข้างๆ เธอก็แย่งโทรศัพท์มือถือไป “นอนแบบนี้”
ขณะที่พูดเขาก็เอาโทรศัพท์มือถือของเธอไปวางไว้ที่อีกด้านของปลายหมอนเขา
นอนแบบนี้?
ความหมายของเขาคือ...เปิดไฟฉายของโทรศัพท์มือถือของเธอไว้ขณะนอน?
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะดึกดื่นมากแล้วเลยไม่มีคนมาซ่อมไฟทางเดิน หรือเพราะยังซ่อมไม่เสร็จ ทั้งตึกตกอยู่ในสถานการณ์ไฟดับ...และตอนที่เธอส่องไฟฉายไปเจอเขาเมื่อก่อนหน้านี้ สภาพของเขาแย่มาก แต่เหมือนว่าหลังจากที่มองเห็นแสงจากไฟฉาย อาการก็ถึงกับค่อยๆ ดีขึ้นมาเลย…อย่างนั้นเชียวหรือ เทวดาตกสวรรค์กลายมาเป็นมนุษย์ธรรมดาคนนี้ คาดไม่ถึงว่าจะกลัวความมืด
ขณะที่ซย่าหว่านอานคิดอยู่นั้นก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองหันจิงเหนียน
แสงสว่างจากไฟฉายของโทรศัพท์มือถือส่องแสงว่างไสวไปทั่วทั้งหัวเตียง
อาศัยแสงนั้นเธอเห็นหน้าของผู้ชายที่นอนราบอยู่ข้างเธอ สีหน้าดูสงบมาก เหมือนว่าจะหลับไปแล้ว
ขนตาของเขายาวมาก มองเพียงคิ้วกับตาเพียงอย่างเดียวเหมือนผู้หญิงมาก ผมของเขายุ่งเล็กน้อย ใบหน้ายังซีดอยู่หน่อย ดูๆ ไปแล้วคนๆ นี้เหมือนคุณชายป่วยที่รูปงามเสียจนคนทั้งโลกตกตะลึงในการ์ตูนประเภทนั้น
ซย่าหว่านอานมองดูด้วยความตกตะลึงอยู่เล็กน้อย ทันใดนั้นเธอก็เข้าใจอย่างลึกซึ้ง คิดเองว่าคนที่ไม่ได้หลงไหลเทิดทูนคนหน้าตาดีอย่างเธอ ทำไมในตอนแรกถึงเกิดอาการรักแรกพบกับเขาได้ เฝ้าคิดถึงไม่ลืมเลือน...เพราะว่าเขา...แท้จริงแล้วรูปงามเสียเหลือเกิน เกิน เกิน เกิน
ซย่าหว่านอานที่กำลังเคลิบเคลิ้มหลงไหลในความงดงามที่สูงส่งของหันจิงเหนียนอยู่นั้นก็ค่อยๆเข้าสู่ห้วงนิทรา
ขณะที่เธอกำลังนอนหลับอย่างสบายอกสบายใจอยู่นั้น เธอก็รู้สึกอย่างคลุมเครือว่ารอบๆ ตัวมีอะไรบางอย่างผิดปกติ
เธอลืมตาขึ้นด้วยความงัวเงีย มองเห็นภาพมืดตึ๊ดตื๋อ เธอจึงพูดพึมพำว่า “ดีจัง ฟ้ายังไม่สว่าง แล้วก็พลิกตัวนอนต่อ”
เพียงแต่ครั้งนี้ เธอยังไม่ทันได้หลับดี ก็ได้ยินเสียงหายใจหืดหอบเฮือกใหญ่
เธอหลับตาไว้อยู่ นิ่งอยู่สามวินาที จากนั้นเหมือนว่ามีปฏิกริกิริยาอะไรบ้างอย่างเกิดขึ้น จึงลืมตาขึ้นในทันที
เป็นหันจิงเหนียน...เขาที่นอนอยู่ข้างกายเธอ สั่นไปทั้งตัวอย่างรุนแรง ตอนที่เธอยื่นมือไปแตะเขา พบว่าเสื้อของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ...
เขากำลังฝันร้ายอยู่? หรือว่าเป็นอะไร
ชั่วพริบตาเดียวซย่าหว่านอานก็ได้สติ “หันจิงเหนียน?”
“หันจิงเหนียน?”
เธอเรียกเขาอยู่หลายครั้ง เห็นว่าเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ก็ยื่นมือไปคลำหาโทรศัพท์มือถือของตนเอง จากนั้นจึงพบว่า เพราะว่าเปิดไฟฉายทิ้งไว้ตลอด โทรศัพท์มือถือแบตเตอรี่หมดดับไปอัตโนมัติแล้ว
เธอโยนโทรมือถือทิ้งไว้ด้านข้าง แล้วก็ไปคลำที่โคมไฟหัวเตียง...คาดไม่ถึงว่าไฟยังไม่ติด?
โทรศัพมือถือใช้ไม่ได้ ห้องก็ไม่มีไฟ...
ซย่าหว่านอานที่ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าควรจะต้องทำอย่างไร เห็นสถานการณ์ของหันจิงเหนียนตอนนี้ยิ่งแย่ขึ้นเรื่อยๆ ก็เรียนรู้จากวัยเด็กตอนที่ตนเองฝันร้าย เป็นภาพแม่กำลังตบเบาๆ ที่หลังของตนเองเพื่อปลอบใจ จึงยื่นมือโอบไปที่หลังเขา ตบเบาๆ “เป็นเด็กดี...”
เอ่อ...เหมือนว่าสามคำที่แม่พูดกับเธอ ไม่เหมาะที่จะเอามาใช้กับเขา...
“หันจิงเหนียน...?”
แปลกๆ...แต่ซย่าหว่านอานก็พบว่าสภาพการณ์ของหันจิงเหนียนดูเหมือว่าดีขึ้นหน่อยแล้ว
จะว่าแปลก แต่ก็ดูแล้วได้ผลมาก?
ด้วยเหตุนี้ซย่าหว่านอานจึงฝืนใจปลอบหันจิงเหนียนด้วยความรักที่เอ่อล้นของแม่ “เด็กดี นอนนะ...ไม่มีอะไร ไม่ต้องกลัว...”
ห้องที่มืดสนิทเงียบสงัดมาก มีเพียงเสียงที่อบอุ่นอ่อนโยนของเธอยังคงดังอย่างต่อเนื่อง
หันจิงเหนียนค่อยๆ สงบลง จากนั้นก็กอดเธอไว้ในอ้อมอก ดำดิ่งสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง