อุ่นไอข้างใจคุณ: Chapter0029 ตอนที่ 29
ตอนที่ 29 บรรยากาศไม่ค่อยดีเท่าไหร่ (1)
“นอนแล้ว?”
“นอนแล้ว!”
ฉินซูเจี่ยนจะรู้สึกเหมือนถูกคนเอาหัวกระแทกไปหนึ่งที เธอจ้องมองที่ซย่าหว่านอานอยู่พักใหญ่ จึงเพิ่งจะรู้สึกได้ว่าที่แท้แล้วซย่าหว่านอานต้องการสื่ออะไร
เมื่อครู่นี้เธอยืนวางมาดอยู่ตรงนั้นและพูดอยู่นานมาก แม้คำเดียวเธอก็ไม่ฟังแต่ก็ช่างเถอะ แต่คาดไม่ถึงว่าจะหลับลง?
รู้ไว้เลยว่าก่อนหน้าที่เธอมา เป็นความพยายามที่ไร้ค่ามากในการสรรหาคำเหล่านั้น เธอแทบจะเอาความของสามารถที่มีทั้งหมดของเธอออกมาประชันกับเธอ ผลรับคือผู้หญิงคนนี้ร้องโห่ ไม่ต้องพูดถึงการตอบเอาคืน นอนหลับไปแล้ว...
ฉินซูเจี่ยนรู้สึกเหมือนว่าตนเองใช้พลังที่มีทั้งหมดออกหมัดไปที่ปุ้ยฝ้ายไม่มีผิด ไม่สามารถดึงพละกำลังออกมาใช้ได้เลย เธอที่รู้สึกคับข้องใจอย่างอยากจะอธิบาย จึงยกมือขึ้นชี้นิ้วไปที่ซย่าหว่านอานอย่างไม่คิด “เธอ...”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจของเธอยังไม่ทันได้พูดจบ ซย่าหว่านอานก็บิดขี้เกียจ ลุกขึ้นแบบไม่รีบไม่ร้อน พูดอย่างขี้เกียจว่า “เธอชอบที่นี่เหรอ งั้นให้เธออยู่ต่อละกัน...”
“...ประจวบกับตรงนี้บรรยากาศไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ นอนหลับไม่ค่อยสบาย ฉันเลยจะเปลี่ยนที่นอน...”
ขณะที่พูดซย่าหว่านอานเอามือปิดปากหาวด้วยความเบื่อหน่ายอีกครั้ง จัดกระโปรง สวมรองเท้าส้นสูงเดินไปรอบๆ อยู่รอบหนึ่ง จากนั้นก็เดินไปหาที่ๆ คนน้อย
จนกระทั่งซย่าหว่านอานเดินออกไปได้ระยะหนึ่งแล้ว ฉินซูเจี่ยนถึงเพิ่งรู้ตัวว่าประโยคที่เธอพูดก่อนจะเดินไปนั้นหมายความว่าอย่างไร
บรรยากาศก็ไม่ดีสักเท่าไหร่...หมายถึงพอเธอมาถึง ก็ทำลายบรรกาศในนี้ใช่ไหม
ในตอนแรกที่เธอเห็นเธออยู่เคียงข้างหันจิงเหนียน ก็ไม่มีความสุขแล้ว เธอลองไปใกล้ๆ หันจิงเหนียน แต่ทุกครั้งทำได้เพียงเอ่ยเรียกว่า “คุณหัน” แล้วก็ถูกผู้ช่วยจอมก่อกวนคนนั้นของเขาขัดขวางไว้ จากนั้นเธอก็เห็นเธอ เลยโกรธจนเนื้อเต้น เดินเข้าไปหาเธอ...ผลคือ ขโมยไก่ไม่ได้ เสียข้าวสารในกำมืออีก [footnoteRef:1] กลับกลายเป็นว่าทำให้ตนเองต้องยิ่งรู้สึกห่อเหี่ยว [1: ขโมยไก่ไม่ได้ เสียข้าวสารในกำมืออีก หมายถึง คิดจะเอาเปรียบเขาแต่กลับขาดทุนเสียเอง]
เธอไม่กล้าทำให้หันจิงเหนียนไม่พอใจ ผู้ช่วยของหันจิงเหนียนให้เกียรติและไว้หน้าเธอ แต่เธอมันก็ไม่มีค่าอะไร คาดไม่ถึงว่าจะกล้าพูดเช่นนี้กับเธอ...รู้ไว้เลยว่าตั้งเธอเกิดมาจนถึงตอนนี้ มีคนประคบประหงมมาตลอด...
ฉินซูเจี่ยนหาที่นั่งใกล้หน้าต่างจ้องมองซย่าหว่านอานอย่างโหดเหี้ยมอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นกระทืบเท้าซ้ำๆ แล้วก็ไปหาบรรดาเหล่าพี่น้อง
หลังจากที่ซย่าหว่านอานนั่งลง หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเวลา พบว่าเวลาตอนนี้ยังห่างจากเวลาที่งานเลี้ยงจะเลิกอีกช่วงระยะเวลาหนึ่ง จึงนอนฟุบไปบนโต๊ะ หลับตาลงอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้เธอกลับไม่หลับ เธอไม่รู้ว่าเป็นตัวเองรู้สึกไว้หรือเปล่า มักจะรู้สึกว่ามีคนจ้องมองเธออยู่ แต่ทุกครั้งที่เธอลืมตาขึ้น กลับไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ ขึ้น จนตอนที่เธอลืมอีกครั้งในครั้งที่หก ในที่สุดเธอก็จับคนที่มองตนเองได้
เป็นเด็กผู้หญิงวัยรุ่นมากคนหนึ่ง ดูแล้วน่าจะเด็กกว่าเธอสองสามปี เธอสวมกระโปรงสั้นสีขาว ผมยาวดำขลับปรกด้านหลัง ดูสวยสะอาดบริสุทธิ์
เด็กหญิงที่ถูกเธอจับได้ ดูเหมือนจะตื่นตกใจเป็นอย่างมาก สีหน้าลนลานเหมือนตกตะลึงพรึงเพริดอย่างหนัก
ซย่าหว่านอานไม่ได้คิดว่าจะทำให้เด็กผู้หญิงคนนี้ตกใจ ดังนั้นหลังจากที่เธอเห็นปฏิกิริยาของเด็กผู้หญิงคนนี้แล้ว ก็ส่งรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้