อุ่นไอข้างใจคุณ

อุ่นไอข้างใจคุณ: Chapter0007 ตอนที่ 7

#7Chapter0007

ตอนที่ 7 ผู้ชายจอมหลอกลวงที่ขี้ขลาด (1)

หลังจากที่ฉินซูเจี่ยนพูดประโยคนั้นจบ ดูเหมือนรู้ได้ถึงความของโฉ่งฉ่างของตนเอง จึงเอ่ยอีกครั้งว่า “ขอโทษนะคะ ดูเหมือนว่าฉันจะรบกวนพวกคุณแล้ว”

ไม่รู้ว่าใครพูดตอบว่า “ไม่เป็นไร”

ยังมีคนพูดต่ออีกว่า “คุณก็คือฉินซูเจี่ยนนี่เอง ถ่ายรูปกับฉันได้ไหม เซ็นต์ลายเซ็นให้ฉันหน่อย”

ชั้นที่นั่งพิเศษจึงเกิดเสียงดังเซ็งแซ่ขึ้นอีกครั้งในช่วงเวลาสั้นๆ คนจำนวนมากต่างก็พากันห้อมล้อมรอบตัวฉินซูเจี่ยน

ซย่าหว่านอานทำราวกับว่าเป็นคนที่ไม่ได้เป็นอะไร หลับตาลงอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้เธอกลับไม่ได้หลับเหมือนเมื่อครู่นี้

ไม่นานนัก ด้านข้างของซย่าหว่านอานก็มีหอมของน้ำหอมที่ส่งกลิ่นหอมรัญจวนมา เธอย่นจมูกฟุดฟิด ชำเลืองมองไปยังข้างๆ ไม่รู้ว่าฉินซูเจี่ยนมานั่งที่ข้างๆ ตนเองตั้งแต่เมื่อไหร่ กำลังนั่นตะแคงข้างพูดคุยกับหันจิงเหนียน

เธอเพียงแต่ชำเลืองมองเล็กน้อย ซ่งโย่วมั่นก็หยิกเข้าที่แขนของเธอหนึ่งที “หว่านอาน เธอจะไปห้องน้ำเป็นเพื่อนฉันไม่ใช่เหรอ ไปเถอะ...” ซ่งโย่วมั่นพูดแล้วก็ลุกขึ้นคว้าแขนของซย่าหว่านอานโดยไม่สนใจปฏิกิริยาของเธอ พาเธอออกไปจากที่นั่งพิเศษ

เดินมุ่งตรงไปได้ระยะหนึ่ง ซย่าหว่านอานพบว่าทางที่ซ่งโย่วมั่นพาเธอมาไม่ใช่ทางที่จะไปห้องน้ำเลยสักนิด “ไม่ใช่ว่าจะไปห้องน้ำเหรอ”

“ไปห้องน้ำอะไรกัน!”

ซย่าหว่านอานแบะปากยิ้มเจื่อนเล็กน้อย

เธอรู้อยู่แล้วว่าซ่งโย่วมั่นแค่หาข้ออ้างเพื่อที่จะพาเธอออกมาจากสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเท่านั้นเอง แต่...ซย่าหว่านอานกำลังคิดถามซ่งโย่วมั่นที่ดึงแขนเธอเข้าไปในลิฟท์ “เธอจะพาฉันไปที่ไหน”

“ไปกินมื้อดึก!” ซ่งโย่วมั่นพูดแล้วก็กดลิฟท์ไปที่ชั้นลาดจอดรถ

“มื้อดึก?”

“ทำไม? ไม่กิน? ถ้างั้น...สปา”

สปา นอนได้...ซย่าหว่านอานพยักหน้า “ตกลง”

ทั้งสองไปสปาคลับที่พวกเธอมักไปกันบ่อยๆ หลังจากอาบน้ำแช่ตัวจนสะอาดสะอาด ทั้งสองก็ไปนวดกดจุด ร่างกายและจิตใจจึงค่อยๆ รู้สึกผ่อนคลายลง

ไม่นานนักซย่าหว่านอานก็หลับไป แต่ซ่งโย่วมั่นยังไม่หลับ จากนั้นเริ่มส่งเสียงเรียกซย่าหว่านอาน เรียกจนกระทั่งสุดท้ายแล้วพบว่าเธอหลับเสียจนไม่ได้สติไม่รู้สึกรู้สาไม่สนใจอะไรรอบตัวแล้ว จึงลุกขึ้นอย่างเหลืออดแล้วตีไปหนึ่งป้าบที่ซย่าหว่านอาน ปลุกเธอให้ตื่นจากฝัน จากนั้นพูดอย่างรวดเร็วว่า “หว่านอาน มาถึงขั้นนี้แล้วยังจะมีกะจิตกะใจหลับลงอีกเหรอ”

ซย่าหว่านอานขยี้ตาด้วยอารมณงัวเงียงุนงง กระซิบถามอย่างไม่พอใจว่า “เป็นอะไรล่ะ”

“เธอพูดมาสิ”

เซี่ยหว่านอานไม่มีเสียงแล้ว

ซ่งโย่วมั่นพุดขึ้นอีกครั้งด้วยอารมณ์โกรธ “เธออย่ามาพูดกับฉัน ผู้หญิงคนนั้นที่เธอเห็นในวันนี้ ลึกๆแล้วในใจของเธอก็ไม่คิดหาหนทาง?”

ซย่าหว่านอานรู้ว่า...ผู้หญิงคนนั้น...ซ่งโย่วมั่นหมายถึงฉินซูเจี่ยน...เธอไม่พูดอะไร แต่ดวงตากลับเบิกโพลง

“ฉันถามเธอ เธอได้ไม่เจอเขานานแค่ไหนแล้ว เขารู้ไหมว่าเขามีครอบครัว มีภรรยาหนึ่งคน? หว่าน-อานที่แท้เธอไม่เคยคิดถึงภายภาคหน้าเลยเหรอ เธอคงไม่คิดที่จะใช้ชีวิตร่วมกับเขาด้วยสถานการณ์เช่นตอนนี้ไปตลอดชีวิตหรอกนะ เอาล่ะเอาเป็นว่าเธอคิด แล้วเขาล่ะ?ถ้าหากเขาไปพบเจอกับคนที่ตัวเขาชื่นชอบล่ะ จำเป็นจะต้องหย่ากับเธอ เธอจะทำยังไง” ซ่งโย่วมั่นพูดไปยาวมาก แต่เห็นว่าซย่าหว่านอานไม่มีปฏกิริยาใดๆ จึงเอ่ยขึ้นว่า “หว่านอาน? หว่านอาน? ซย่าหว่านอานนี่เธอกำลังฟังที่ฉันพูดอยู่หรือเปล่า?”

“กำลังฟังอยู่...” ซย่าหว่านอานขยับปากตอบ

“งั้นที่ฉันพูดเมื่อกี้...เธอคิดว่าไง?”

“อืม...” ซย่าหว่านอานไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันคิดว่า เรื่องในวันนี้ เธอเก็บเป็นความลับ อย่าบอกกับพ่อแม่ของฉันกับพ่อแม่ของเธอ ไม่อย่างงั้นพวกท่านจะเป็นกังวล”