อุ่นไอข้างใจคุณ: Chapter0006 ตอนที่ 6
ตอนที่ 6 ไม่รู้จัก (2)
ซย่าหว่านอานรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย เธอหันหน้าไปชำเลืองมองหันจิงเหนียน ผ่านไปสักครู่ก็หันไปมองที่หันจิงเหนียนอีก
ดูเหมือนว่าหันจิงเหนียนจะสัมผัสได้ถึงสายตาของเธอที่จับจ้องมาที่เขา ก็เลยหันกลับไปมองเธออย่างเต็มสองตา และมีอยู่จังหวะหนึ่งที่สบตาเข้ากับซย่าหว่านอานเข้าอย่างจังๆ
ซย่าหว่านอานประหม่าจนปลายนิ้วมือสั่นเทาเสียจนลืมละสายตากลับมา หันจิงเหนียนเองก็ไม่ยอมละสายตาเช่นกัน ยังคงจ้องมองเธออย่างนั้นอยู่ครู่หนึ่ง พยักหน้าให้เธอเล็กน้อย
การกระทำที่ดูห่างเหินและว่างเปล่าเช่นนี้ของเขา เป็นเหมือนก้อนหินก้อนเล็กก้อนหนึ่งที่ทุบตีลงที่กลางจิตใจของซย่าหว่านอานอย่างโหดร้ายทารุณซึ่งตอกย้ำในก้นบึ้งของใจเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ไอ้เจียงผู้ซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ซย่าหว่านอัน เห็นซย่าหว่านอันกับหันจิงเหนียนต่างฝ่ายต่างจ้องมองกันไม่หยุด อดรนทนไม่ไหวที่จะกระซิบถามซย่าหว่านอันที่ข้างหูว่า “หว่านอาน เธอรู้จักกับคุณอาเล็กของหันจือจิ่นเหรอ ”
ซ่งโย่วมั่นกับซย่าหว่านอันเป็นเพื่อนบ้านกัน ความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัวดีเกินกว่าจะประมาณได้ ตอนที่แม่ของพวกเธอทั้งสองตั้งครรภ์ ได้ตกลงใจหมายมั่นปั้นมือกันไว้ว่าจะให้เด็กทั้งสองนั้นแต่งงานกัน แต่จะทำอย่างไรได้เมื่อเด็กทั้งสองคลอดออกมาเป็นเด็กผู้หญิง ดังนั้นซ่งโย่วมั่นจึงรู้เรื่องการ-แต่งงานระหว่างซย่าหว่านอานกับหันจิงเหนียน แต่สำหรับไอ้เจียง...ซย่าหว่านอันยังคงจำประโยคนั้นที่หัน-จิงเหนียนพูดได้ว่าไม่ปราถนาที่จะให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องรับรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ ดังนั้นจึงไม่ได้บอกกับไอ้เจียง
เมื่อได้ยินไอ้เจียงถามเช่นนี้ ซย่าหว่านอันก็หลบสายตาเล็กน้อยเพื่อปกปิดแววตาที่หม่นหมอง “ไม่-รู้จัก”
ใช่ไง ไม่รู้จัก ถึงแม้เธอจะอยากพูดเหลือเกินว่าเขาเป็นสามีของฉัน แต่สำหรับคนภายนอกเธอทำได้เพียงแค่พูดว่าไม่รู้จัก...ในช่วงสองปีหลังจากแต่งงานที่ผ่านมาเธอพูดเช่นนี้มาโดยตลอด ไม่มีเหตุผลอื่นใด เหตุผลเพราะเขาเคยพูดไว้ว่าเธอกับเขาแต่งงานกันแค่เพียงในนาม หลังแต่งงานเธอต้องไม่กระทบต่อชีวิตเขา แล้วก็อย่าสร้างความยุ่งยากวุ่นวายให้กับเขา ดังนั้นสำหรับคนภายนอกเธอจึงไม่รู้จักเขาเลย
“ฉันเห็นเธอมองเค้าตลอด คิดว่าเธอกับหันจือจิ่นสนิทกันขนาดนั้น ก็เลยคิดว่าพวกเธอรู้จักกัน...” ไอ้เจียงกระซิบพูดที่ข้างหูของซย่าหว่านอัน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเบาอีกว่า “แต่คุณอาเล็กของหันจือจิ่นก็มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาจริงๆ ฮ่าๆ ฉันก็แอบมองอยู่หลายครั้งเหมือนกัน” ซย่าหว่านอันไม่ได้พูอะไร เพียงแต่ เม้มริมฝีปากยิ้มไปกับไอ้เจียง หลังจากที่หันจิงเหนียนนั่งลง เขามองดูที่โทรศัพท์มือถือของตัวเอง
บรรยากาศภายในห้องค่อยๆ ครึกครื้นขึ้นอีกครั้ง แต่หันจิงเหนียนไม่ต้องการให้ผู้คนมาสนใจในการมีตัวตนของเขามาโดยตลอด ปกติจะโอหังอวดดีและกำเริบเสิบสานอย่างมาก มีลูกเล่นเยอะ แต่เป็นเขายังคงเก็บอาการเอาไว้อยู่
ไม่นานนักซ่งโย่วมั่นก็มาถึง ซย่าหว่านอานกับเธอกระซิบพูดคุยกันได้ครู่หนึ่ง จากนั้นก็กอดที่แขนของซ่งโย่วมั่น ซบลงที่ไหล่ของเธอ หลับตาลงแล้วหลับไป
ตั้งแต่สมัยเด็กเธอสามารถนอนหลับได้ทุกที่ทุกเวลา ขอเพียงไม่มีเรื่องอะไรที่สำคัญเธอนอนได้หมด มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เป็นที่สุด เป็นช่วงสมัยมัธยมต้นตอนเรียนวิชาทหาร ขณะยืนเรียงแถวตากแดดที่ร้อนแรงอยู่นั้น ยืนๆ ไปก็หลับไปเสียอย่างนั้น จากนั้นก็ล้มหงายตึง
แต่ว่าซย่าหว่านอันไม่ได้หลับนานนัก ประตูของชั้นนั่งพิเศษถูกเปิดออกอีกครั้ง ไม่ใช่คนที่อยู่ข้างในจะออกไป แต่เป็นเพราะมีคนเข้ามาอีกหนึ่งคน เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง น้ำเสียงไพเราะน่าฟัง นุ่มนวล-ละมุนละไมดุจดั่งผ้าไหมก็ไม่ปาน “พี่จิงเหนียน ฉันเห็นรถคันหนึ่งที่ใต้ตึก เหมือนรถของคุณมาก ไม่คิดว่าจะเป็นรถพี่จริงๆ...”
พี่จิงเหนียน...ซย่าหว่านอันขมวดคิ้วเล็กน้อย ตื่นขึ้นจากความฝัน เธอลืมตาขึ้น เห็นผู้หญิงที่สวยและอ่อนเยาว์มากคนหนึ่ง
ซย่าหว่าอานจำได้ คนอื่นๆ ภายในห้องก็จำได้ เธอคือฉินซูเจี่ยนคนที่กำลังมีข่าวลือร้อนแรงคึกโครมกับหันจิงเหนียนในช่วงนี้