อุ่นไอข้างใจคุณ: Chapter0014 ตอนที่ 14
ตอนที่ 14 เขาไม่เห็นค่าในความรู้สึกของเธอ (2)
ถึงแม้ว่าซย่าหว่านอานจะทำงานบริษัทเดียวกันกับหันจิงเหนียน แต่คนละแผนก คนละชั้น ดังนั้นถึงทั้งสองคนอยู่ในบริษัทเดียวกันแต่ก็ไม่เคยพบหน้ากันตั้งแต่ไหนแต่ไรมา
บริษัทตระกูลหันเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับอัญมณี ร้านซิงกวงจิวเวลรี่เป็นร้านชั้นนำระดับประเทศที่มีประวัติยาวนานถึงหนึ่งร้อยปี จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องน่าบังเอิญเสียจริง ซย่าหว่านอานเรียนมาด้านการออกแบบเครื่องประดับ แต่ไม่ได้เรียนเพราะหันจิงเหนียน แต่เพราะตัวเธอชื่นชอบจริงๆ
กระบวนการในการทำงาน ยังคงยุ่งและเร่งรีบไม่เปลี่ยนแปลง จนกระทั่งซย่าหว่านอานทำงานจนเสร็จก็เป็นเวลาบ่ายสามโมงแล้ว เธอที่ลืมทานมื้อกลางวัน จึงสั่งอาหารเดลิเวอรี่มาทาน ระหว่างที่รออยู่นั้น นึกขึ้นได้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนตนเองไปที่โกดัง ค้นหาสิ่งของบางอย่างที่เคยเจอก่อนหน้านี้ แต่เพราะใกล้จะเลิกงานแล้วจึงไปไม่ทัน ประตูโกดังล็อกไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ก็เลยฉวยเอาช่วงเวลานี้ไปที่โกดังที่อยู่ชั้นใต้ดินของบริษัท
กองสิ่งของที่เก็บอยู่ภายในโกดังส่วนใหญ่เป็นของที่ถูกคัดทิ้ง เธออยู่ข้างในรื้อๆ ค้นๆ ได้ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็พบว่าอยู่บนสุดของตู้ เมื่อเห็นสิ่งของที่ตนเองกำลังหา เธอสวมรองเท้าส้นสูง พยายามสุดพลังที่จะหยิบกล่องใบนั้น เธอใช้แรงในการเอื้อมมืออยู่นาน ในที่สุดก็คว้ากล่องจากข้างบนตู้ลงมาได้
เธอกอดกล่องใบนั้นไว้แนบอก แล้วเปิดกล่อง ขณะที่กำลังก้มหน้าตรวจดูสิ่งของที่อยู่ในกล่อง ไม่ทันได้ระวังตู้ที่อยู่ข้างหลัง ร่างกายเธอก็ได้รับบาดเจ็บ เพราะเมื่อครู่ถูกตู้ล้มใส่ เดิมทีตู้ก็โอนเอนอยู่แล้ว ดังนั้นการที่เธอหยิบของที่เธอต้องการ กอดกล่องไว้เตรียมจากไป แต่กลับยังไม่ทันได้ก้าวขาเดิน ตู้ก็ล้มครืนลงมา ไม่มีสัญญาณเลยแม้แต่น้อยที่จะล้มลงมากระแทกเข้าที่หลังของเธอ ทำให้เธอหน้ามืดหมดสติล้มลงกองกับพื้น...
เธอรู้เจ็บปวดจนตื่นขึ้น เธอลืมตาขึ้น เห็นว่าเป็นห้องสีขาวห้องหนึ่ง
เธอไม่รู้แน่ชัดว่าตอนนี้ตัวเธออยู่ที่แห่งหนใด เธอขมวดคิ้ว พินิจพิเคราะห์บริเวณรอบๆ อยู่หลายครั้ง จากนั้นก็รู้ได้ว่าตนเองอยู่ในโรงพยาบาล ทันทีหลังจากนั้นเธอก็คิดขึ้นได้ว่าก่อนที่ตัวเองจะหมดสติไปนั้นเกิดอะไรขึ้น...
แต่ว่าใครกันที่พาเธอมาส่งที่โรงพยาบาล ยังมีอีก แล้วของที่เธอต้องการล่ะ
เมื่อคิดตามความคิดนี้ ซย่าหว่านอานก็ขยับตัวเล็กน้อย จากนั้นหลังของเธอก็มีอาการปวดร้าวขึ้นมา
หนึ่งวินาทีก่อนหน้าเธอสูดลมให้หายใจเข้าหนึ่งที หลังจากหนึ่งวินาทีประตูก็ถูกเปิดออก เป็นพยาบาลเดินเข้ามา
ซย่าหว่านอานรีบเอ่ยพูดในทันที “ใครเป็นคนพาฉันมาส่งโรงพยาบาล”
“เป็นผู้ชายวัยกลางคนโทรเรียกรถพยาบาล...”
ซย่าหว่านอานคิดว่าที่พยาบาลพูดน่าจะเป็นคนดูโกดังของบริษัท
เธอไม่ได้พูดอะไรอีก
พยาบาลวัดความดันให้เธอ จากนั้นก็พูดว่า “คุณยังต้องนอนดูอาการอยู่ที่โรงพยาบาลไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นคุณต้องโทรบอกให้คนที่บ้านให้มาดูแลคุณที่โรงพยาบาล”
ซย่าหว่านอานพูดเพียงว่า “อืม” รอจนกระทั่งพยาบาลเดินออกไป จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
เธอไม่ได้โทรหาพ่อแม่ของเธอ เพราะเธอกลัวว่าพ่อแม่ของเธอจะไปรบกวนหันจิงเหนียน ดังนั้นเธอคิดๆ แล้วก็มีแค่ซ่งโย่วมั่นเพียงคนเดียว ทั้งยังกำชับกับซ่งโย่วมั่นให้เก็บเป็นความลับซ้ำแล้วซ้ำเล่า
หลังจากที่วางสายซ่งโย่วมั่นไปแล้ว เธอจ้องมองที่หน้าจอโทรศัพท์มือถืออยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็กดโทรศัพท์โทรไปที่โทรศัพท์ประจำโต๊ะทำงานผู้ช่วยของหันจิงเหนียน
เธอจะกลับหรือไม่กลับบ้าน หันจิงเหนียนอาจจะไม่ได้สนใจ แต่เพราะก่อนหน้านี้ มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอไม่ได้กลับบ้าน แม่ของเขาหาเขาไม่พบ โทรศัพท์มาถามว่าเขาอยู่ที่ไหน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกแม่เค้นความจริงว่าระหว่างเขากับเธอเกิดปัญหาอะไรกันขึ้น ภายหลังหากธุระ เธอจะบอกเขาสักหน่อย...ตามความเป็นจริงนั้นก็คือบอกกับผู้ช่วยของเขาสักหน่อย...ใช่แล้ว ระยะหลายปีมานี้ แม้ว่าเธอจะเป็นคนเริ่มโทรหาเขา แต่ก็เพียงแค่โทรหาผู้ช่วย
คิดได้สักพัก โทรศัพท์ก็เพิ่งจะถูกรับสาย “ฮัลโหล”