อุ่นไอข้างใจคุณ: Chapter0005 ตอนที่ 5

#5Chapter0005

ตอนที่ 5 ไม่รู้จัก (1)

แต่ปัญหาก็ไม่ได้หนักหนามากนัก ไม่ส่งผลกระทบต่อการนัดรวมตัวกันในคืนนี้ แต่เพื่อให้เกิดความปลอดภัย หลังจากทานอาหารมื้อเช้าแล้ว เธอยังชงเครื่องดื่มสมุนไพรจีนป่านหลานเกิน[footnoteRef:1] ดื่มหนึ่งห่อ [1: สมุนไพรจีนป่านหลานเกิน เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณขับความร้อน ขจัดสารพิษ ช่วยทำให้เลือดเย็นลง บรรเทาอาการเจ็บคอ]

ช่วงบ่ายเธอเก็บตัวอยู่ในบ้าน นอนหลับต่อเนื่องเป็นเวลาสี่ชั่วโมง จากนั้นซย่าหว่านอานจึงลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ แล้วเริ่มเตรียมการสำหรับการนัดรวมตัวกันในคืนนี้

นัดเจอกันตอนสองทุ่มที่ “จินปี้ฮุยหวง[footnoteRef:2]” ดังนั้นซย่าหว่านอานจึงจงใจเป็นพิเศษให้ใกล้ช่วงเวลาหนึ่งทุ่มครึ่งแล้วจึงค่อยออกจากบ้าน เมื่อเธอมาถึง “จินปี้ฮุยหวง” ก็เป็นเวลาสองทุ่มพอดี แต่ทว่าชั้นที่นั่งพิเศษ[footnoteRef:3] กลับมีผู้คนรวมกันอยู่ไม่น้อยแล้ว [2: จินปี้ฮุยหวง (金碧辉煌) ชื่อสถานที่สิ่งปลูกสร้างที่มีสีทองอร่ามตระการตา] [3: ชั้นที่นั่งพิเศษ มีลักษณะเป็นคอกกั้นที่เป็นล็อกๆ พบเห็นได้ตามโรงละคร สนามแข่งขันกีฬา เป็นต้น]

หันจือจิ่นเป็นผู้สนับสนุนในการนัดรวมตัวกันในครั้งนี้ ดังนั้นคนที่มาส่วนใหญ่จึงเป็นเพื่อนของหันจือจิ่นทั้งสิ้น

หันจือจิ่นเป็นลูกชายของพี่ชายคนโตของหันจิงเหนียน เรียกหันจิงเหนียนว่าคุณอาเล็ก อายุเท่ากันกับซย่าหว่านอาน ทั้งยังเป็นเพื่อนร่วมห้องสมัยประถม สมัยมัธยมต้น รวมทั้งสมัยมัธยมปลาย หากหันจือจิ่นไม่ได้ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ เกรงว่าเขาทั้งสองก็คงได้เป็นเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกัน

บรรดาเพื่อนเหล่านี้ของหันจือจิ่น มีบางคนเป็นเพื่อนสมัยมัธยมปลายของเขากับซย่าหว่านอาน หนึ่งในนั้นมีซ่งโย่วมั่นที่โตมาพร้อมกับซย่าหว่านอาน ไอ้เจียงเป็นเพื่อนสมัยมัธยมปลายของซย่าหว่านอาน แต่เพิ่งจะมาสนิทกันในช่วงมหาวิทยาลัย

เมื่อซย่าหว่านอานมาถึงซ่งโย่วมั่นกับไอ้เจียงยังมาไม่ถึง หันจือจิ่นกำลังพูดคุยสัมเพเหระกับกลุ่มเพื่อนกะเลวกะลาดกลุ่มนั้นของเขา แต่หลังจากที่เห็นเธอ เขาก็มุ่งตรงมาหาเธอในทันที

เรื่องงานแต่งงานของเธอกับหันจิงเหนียน นอกจากคนในครอบครัวของทั้งสองฝ่ายที่รับรู้แล้วนั้น ก็ไม่มีคนนอกรับรู้มากนัก ดังนั้นเวลาหันจือจิ่นเจอกับซย่าหว่านอานข้างนอกก็จะเอ่ยเรียกซย่าหว่านอันเหมือนแต่ก่อน “หว่านอาน หว่านอาน”

หลังจากที่ซย่าหว่านอานนั่งลงได้ไม่นานนัก ไอ้เจียงก็มาถึงแล้ว เพราะว่ามีคนอยู่เป็นเพื่อนกับซย่า-หว่านอานแล้ว หันจือจิ่นจึงเดินหายไป

ผู้คนในชั้นนั่งพิเศษจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีเพียงแต่ซ่งโย่วมั่นเท่านั้นที่ยังไม่มา ซย่าหว่านอานอดรนทนไม่ไหวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความไปหาซ่งโย่วมั่น ถามเธอว่าถึงไหนแล้ว

เพียงวินาทีเดียวซ่งโย่วมั่นก็ตอบกลับมา [ใกล้ถึงแล้ว]

ซย่าหว่านอานไม่ได้ส่งข้อความกลับไปหาซ่งโย่วมั่นอีก เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก่อนหน้านั้นหนึ่งวินาที หลังจากช่วงวินาทีนั้นประตูชั้นที่นั่งพิเศษก็ได้ถูกเปิดออกอีกครั้ง

เธอคิดว่าซ่งโย่วมั่นมาถึงแล้ว เธอเงยหน้ามองไปที่ประตูทางเข้าในทันที จากนั้นมองดูคนที่เดินเข้ามาทีหลังอีกครั้ง เดิมทีเธอวาดภาพเธอเรียก “โย่วมั่น” ในความคิดไว้ชัดเจน แต่ก็ต้องหยุดชะงักลง

ซย่าหว่านอานพยายามคิดอย่างไรก็คิดไม่ถึง นึกไม่ถึงเลยว่าหันจือจิ่นจะเรียกคุณอาเล็กของเขาที่เป็นสามีของเธอมาด้วย

ดูเหมือนว่าหันจิงเหนียนจะเกิดมาเพื่อเป็นผู้นำ เข้มแข็งทรงพลัง แม้ว่าสีหน้าของเขาในขณะนี้จะดูนุ่มนวลอ่อนโยน แต่ยังคงให้ความรู้สึกถึงความกดขี่บีบบังคับ ดังนั้นเมื่อเพียงเขาก้าวเข้ามาในประตู ภายในชั้นนั่งพิเศษก็เงียบลงในทันใด

ผู้คนต่างก็พุ่งความสนใจไปที่ตัวเขา แต่เขาทำเหมือนว่าผู้คน ณ ที่แห่งนี้ไม่มีตัวตน อย่าพูดว่าเป็นที่ สีหน้า แม้แต่หน้าตาก็ดูนิ่งเฉยไม่ไหวติง”

ผ่านไปสามวินาที หันจือจิ่นค่อยๆ ขยับลุกขึ้น กล่าวเรียกตามธรรมเนียมปฏิบัติ “คุณอาเล็ก”

หันจิงเหนียนไม่ได้พูดอะไร สายตากลับมองไปยังใบหน้าของซย่าหว่านอานที่อยู่นั่งด้านในสุด แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว เขาก็ละสายไปอย่างไม่รู้สึกรู้สา เขาพยักหน้าเล็กน้อยให้กับหันจือจิ่น จากกิริยาท่าทางของเขาทำให้บรรยากาศภายในชั้นนั่งพิเศษมาดีขึ้นอย่างชัดเจน

“คุณอาเล็ก เชิญนั่ง!” หันจือจิ่นกล่าวขึ้น เมื่อเทียบแล้วดูผ่อนคลายกว่าเมื่อครู่นี้อยู่มาก เขาพูดพลางเอามือตบไปบนที่นั่งที่ว่างอยู่ พลางเรียกให้หันจิงเหนียนมานั่ง พร้อมกับรินเหล้าให้หันจิงเหนียนหนึ่งแก้ว หันจิงเหนียนไม่ได้เลือกที่นั่ง จึงนั่งลงตรงที่ๆหันจือจิ่นจัดหาให้ ซย่าหว่านอานไม่รู้ว่าหันจือจิ่นเจตนาหรือไม่เจตนา หันจิงเหนียนนั่งลงโดยที่ไม่ได้จงใจที่จะนั่งข้างๆเธอ