อุ่นไอข้างใจคุณ: Chapter0049 ตอนที่ 49
ตอนที่ 49 ซย่าหว่านอาน (1)
“หืม?” ผู้ช่วยพิเศษจังเจอคำที่ทำให้งงงัน “ใคร?”
“เธอเขามาบริษัทตระกูลหันตั้งแต่เมื่อไหร่”
ผู้ช่วยพิเศษจังยังคงไม่ตอบสนองต่อคำถาม “ผู้จัดการใหญ่หัน คุณกำลังพูดถึงใครกันแน่”
หันจิงเหนียนนิ่งเงียบไปครู่เล็กๆ “ซย่าหว่านอาน”
ได้ยินชื่อนี้เข้า ผู้ช่วยพิเศษจังกลับรู้สึกงงงวย “คุณหมายถึงคุณนาย? เมื่อปีที่แล้วคุณนายก็เข้ามาอยู่ในบริษัทตระกูลหันแล้ว เป็นความเห็นชอบของคุณนายใหญ่ คุณนายใหญ่บอกคุณย่า คุณย่าก็พยักหน้า จากนั้นคุณนายก็เข้ามาในบริษัทตระกูลหัน...นี่ก็น่าจะราวๆ จะหนึ่งปีแล้วมั้งครับ คุณนายอยู่แผนกออกแบบ...ตอนนั้นที่คุณนายใหญ่พูดเรื่องนี้ คุณก็อยู่ข้างๆ หนิครับ...ผู้จัดการใหญ่หัน..คุณจำไม่ได้แล้ว?”
…
ตอนที่ซย่าหว่านอานออกมาจากตึกสำนักงาน เตรียมจะเรียกรถแท็กซี่ เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตนเองรีบเดินออกมาจนลืมโทรศัพท์มือถือไว้ในห้องทำงาน
เธอนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันเสาร์ มีคนมาบริษัทไม่มาก แล้วเวลานี้พวกเขาก็น่าจะกำลังประชุมกันอยู่ในห้องประชุม ดังนั้นจึงขึ้นลิฟท์เพื่อย้อนกลับไปเอาโทรศัพท์มือถือ
ผลคือเพิ่งถึงชั้นบนสุด ก็เห็นว่ามีคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมาจากห้องประชุมแล้ว...
ประชุมเสร็จไวอะไรขนาดนี้?
ซย่าหว่านอานตกใจรีบกดปิดลิฟท์ ไปชั้นหนึ่งอีกครั้ง จากนั้นก็รอให้คนกลุ่มนั้นออกไปทั้งหมดก่อน จึงค่อยขึ้นลิฟท์มาชั้นบนสุดอีกครั้ง
ประตูห้องทำงานของหันจิงเหนียนไม่ได้ปิด เธอผลักเปิดเบาๆ แล้วเข้าไป
ในห้องว่างเปล่า ไม่มีใครสักคน เธอคิดว่าหันจิงเหนียนไม่อยู่ ดังนั้นจึงตรงเข้าไปที่ห้องพักผ่อน
เพียงแต่ตอนที่เธอใกล้จะถึงประตูห้องผักผ่อน ได้ยินเสียงของเขาออกมาจากด้านใน “เธอเข้ามาในบริษัทตระกูลหันตั้งแต่เมื่อไหร่”
เธอหรือเขา? ที่หันจิงเหนียนพูดหมายถึงใครน่ะ? เป็นใครกันที่เขามาอยู่ในบริษัทตระกูลหันแล้วทำให้เขาสนใจได้ขนาดนี้?
ซย่าหว่านอานไม่ได้มีเจตนาที่จะแอบฟังจริงๆ บังเอิญมาได้ยินเท่านั้น ต่อมาเธอก็ได้ยินผู้ช่วยพิเศษจังมีน้ำเสียงงงงวยเหมือนกันกับเธอ ทันทีหลังจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเขาอีก “ซย่าหว่านอาน”
ซย่าหว่านอาน...สามพยางค์ที่คุ้นเคยเช่นนี้ กลับทำให้ซย่าหว่านอานหยุดนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกฝังเข็มสกัดจุดก็ไม่ปาน
ในความทรงจำของเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเอ่ยชื่อเธอออกมา?
หลังจากแต่งงานมาสองปี เขากับเธอติดต่อพูดคุยกันก็ไม่เยอะ จะมีก็ช่วงระยะใกล้ๆ นี้ที่ติดต่อกันบ่อยขึ้น แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดจากความบังเอิญโดยแท้...แต่ในช่วงระยะใกล้ๆ นี้ เขาก็ไม่เคยเรียกชื่อเธอมาก่อนเลย
ก่อนหน้าคิดเพ้อฝันมาโดยตลอด เสียงของเขาน่าฟังขนาดนั้น เวลาที่เรียกชื่อเธอออกมา จะต้องไพเราะเป็นพิเศษแน่นอน...จนมาถึงวันนี้ เธอถึงรู้ว่า ที่แท้ก็ไม่เสมอไปว่าจะไพเราะ แล้วก็เป็นไปได้ว่าจะรู้สึกโหดร้าย
ในตอนแรกที่เธอเข้ามาในบริษัทตระกูลหัน เป็นพี่สะใภ้กับคุณย่าที่เสนอต่อหน้าเขา เขานั่งอ่านเอกสารอยู่ข้างๆ ตลอด ได้ยินคุณย่าถามเขา เขาก็พยักหน้าเล็กน้อย เธอคิดว่าเขารู้มาโดยตลอด...ในวันนี้ลองคิดดูแล้ว เขาในตอนนั้นไม่เคยใส่ใจกันตั้งแต่ไหนแต่ไรมา...เธอสำหรับเขาแล้ว ท้ายที่สุดคือไม่มีค่าใดให้พูดถึงเลย ไม่มีความสำคัญแม้แต่ประการใดเลย จะมีหรือไม่มีก็ไม่สำคัญสักเท่าไหร่เลย เขาถึงได้นำเธอ คนที่เป็นภรรยาตามกฎหมายของเขาตกอยู่ในสภาพที่ถูกเมินเฉยเช่นนี้?
ซย่าหว่านอานไม่กล้าที่จะฟังต่ออีกว่าหลังจากนั้นผู้ช่วยพิเศษจังกับหันจิงเหนียนพูดอะไรต่อไปอีก แล้วก็ไม่มีความกล้าหาญพอที่จะเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเอง แต่เลือกที่จะเดินจากไปอย่างเงียบๆ
…
ห้องพักผ่อน หันจิงเหนียนที่ไม่เคยรู้เรื่องของซย่าหว่านอานมาก่อน โดนคำพูดของผู้ช่วยพิเศษจังที่ถามเสียจนนิ่งอึ้งอยู่ตรงนั้น
เธอมาอยู่ที่บริษัทตระกูลหัน เป็นพี่สะใภ้กับคุณย่าที่กำหนดไว้ต่อหน้าเขา? คาดไม่ถึงว่าเขาจะไม่มีอยู่ในความทรงจำ...
ก็เหมือนกับตอนที่เธอบาดเจ็บเข้าโรงพยาบาล แต่เขาก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย...สองปีมานี้ เขาไม่ใส่ใจเธอแบบนี้มาตลอดเลยงั้นหรือ
นัยน์ตาดำของหันจิงเหนียนมองทอดต่ำลงเล็กน้อย ผ่านไปครู่หนึ่ง เอ่ยพูดออกมาว่า “เมื่อคืนนี้ผมเจอกับเธอ”
“จังเฉิง คุณรู้มั้ย หากเมื่อคืนไม่ใช่เธอ ผมอาจจะตายไปแล้ว”
.
.