อุ่นไอข้างใจคุณ: Chapter0009 ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 คุณพ่อคนใหม่ (1)
เสียงที่เขาพูดเบามาก ผู้ช่วยไม่ได้ยิน “อะไรนะครับ?” ผู้ช่วยกล่าวถาม
หันจิงเหนียนรู้สึกตัวว่าตนเองขาดสติไป พอได้สติจึงพูดขึ้นว่า “มีอะไร”
หลังจากนั้นสามวินาที เขาเอ่ยขึ้นอีกว่า “กลับบ้าน”
ผู้ช่วยเกิดความงงงวยขึ้นอีก แต่เขาไม่รอให้ผู้ช่วยเอ่ยถาม หันจิงเหนียนก็คิดเหมือนกัน จึงบอกเสริมไปว่า “บ้านหลังที่เธออยู่”
...
ทำสปาเสร็จ เป็นเวลาตีหนึ่ง
ซย่าหว่านอานขับรถไม่เป็น ให้ซ่งโย่วมั่นผู้ซึ่งสอบผ่านใบขับขี่เป็นคนส่งกลับบ้านมาโดยตลอด
ระหว่างทางซ่งโย่วมั่นจิตใจจดจ่อกับการขับรถและยังพูดปากเปียกปากแฉะด้วยความหวังที่จะโน้มน้าวใจ
ซย่าหว่านอานให้รีบตัดขาดจากห้วงแห่งความทุกข์นั้น
หลังจากที่แยกย้ายกับซ่งโย่วมั่น ซย่าหว่านอานยืนมองซ่งโย่วมั่นจนขับรถออกไปจนมองไม่เห็นรถของเธอแล้ว จึงเดินเข้าไปในลิฟท์
เป็นเวลาดึกมากแล้ว ภายในลิฟท์มีเพียงซย่าหว่านอันเพียงคนเดียว พื้นที่เงียบสงัดและคับแคบ ซย่าหว่านอันจ้องมองตัวเลขสีแดงทีเคลื่อนที่ไปไม่หยุด ทันใดนั้นก็นึกถึงประโยคนั้นของซ่งโย่วมั่น “รีบตัดขาดจากห้วงความทุกข์นั้น”
ห้วงความทุกข์...หรืออาจไม่ แต่ก็เป็นห้วงความทุกข์จริงๆ...การแอบชอบคนๆ หนึ่ง ก็มักจะเป็นทุกข์ สำหรับการตัดขาด...หากสามารถทำได้ก็ดี...เธอมีความปราถนามากกว่าใครใดๆ ทั้งที่จะไม่ต้องชอบเขาชอบเสียมากมายอะไรเช่นนั้น ไม่นานลิฟท์ก็มาถึงชั้นที่อาศัยอยู่
เมื่อเดินออกมาจากลิฟท์ ซย่าหว่านอานก็ใส่รหัสอย่างรวดเร็ว ผลักประตูเข้าไป จากนั้นก็เอื้อมมือไปเปิดไฟด้วยความเคยชิน จึงพบว่าไฟภายห้องได้ถูกเปิดไว้อย่างสว่างไสว
เธอจำได้ว่าเธอปิดไฟแล้วนี่นา...ซย่าหว่านอานรู้สึกงงงัน ก้มศีรษะเห็นรองเท้าหนังสีดำวางอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดของตู้เก็บรองเท้า รองเท้าหนังคู่นั้นดูคุ้นตามาก ก็คือรองเท้าคู่นั้นที่หันจิงเหนียนสวมคืนวันนี้...
ดังนั้น เขากลับมาแล้ว?
ขณะที่ซย่าหว่านอานกำลังตกอยู่ในอาการประหลาดใจ ประตูห้องสมุดก็เปิดออก หันจิงเหนียนผู้ซึ่งยังคงสวมชุดสูทตัวนั้นที่ใส่เมื่อเย็นวันนี้ เดินออกมาจากด้านใน
ทันทีที่เห็นหันจิงเหนียน ซย่าหว่านอานรู้สึกถึงความหวาดกลัวอยู่สักหน่อย เพื่อปกปิดความสับสนลนลาน เธอพูดไปอย่างอัตโนมัติว่า “ทำไมคุณกลับมาแล้วล่ะ”
น้ำเสียงที่พูดออกมานั้น ซย่าหว่านอานสังเกตเห็นได้ว่าหันจิงเหนียนขมวดคิ้วเล็กน้อย เธอเพิ่งรู้ตัวว่าปฏิกิริยาการพูดที่เธอแสดงออกไม่เมื่อครู่นั้นไม่ถูกต้อง
นี่เป็นบ้านของเขา ทำไมเขาจะกลับมาไม่ได้
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้นซย่าหว่านอานก็รีบเอ่ยพูดอย่างรวดเร็ว “ความหมายของฉันคือ ฉันคิดว่าคุณมีนัดจะไม่กลับมาแล้วน่ะ ก็เลยรู้สึกประหลาดใจนิดหน่อย”
น้ำเสียงของเธอยังคงอ่อนโยนเหมือนเช่นเคยไม่ต่างไปจากเคย ยังเก็บอารมณ์ได้ดีมาก ทำให้เขาจับพิรุธไม่ได้ แต่ในใจลึกๆ นั้นขณะที่พูดคำสองคำว่า “มีนัด” ก็ทำให้เธอเกิดความเจ็บปวดทุกข์ระทมบาดลึกในหัวใจอย่างชัดเจน
หันจิงเหนียนไม่รีบร้อนที่จะเอ่ยปากพูด เขามองลึกเขาไปในดวงตาอันดำขลับ ทำให้คนดูไม่ออกเลยว่าแท้จริงแล้วเขากำลังคิดอะไรอยู่ แต่สายตาของเขานั้นกลับดูมีพลังอย่างในการมองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ราวกับสามารถมองทะลุผ่านดวงตาเข้าไปในใจคนได้
แต่เพียงแค่สิบวินาทีสั้นๆ ซย่าหว่านอานก็ก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตาของหันจิงเหนียน
เธอกำลังคิดหาข้ออ้างสักข้อ เพื่อให้ผ่านช่วงเวลาที่อึดอัดกระอักกระอ่วนนี้ไป เพียงแต่เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูด เขาที่ยืนไม่ไกลจากเธอนักก็พูดขึ้นด้วยโทนเสียงที่เย็นชาออกมา “มาเอาเอกสาร”
ได้ยินเขาพูดเช่นนั้น ซย่าหว่าอานจึงสังเกตได้ว่าในมือของเขามีแฟ้มเอกสารอยู่หนึ่งแฟ้ม
ที่แท้เขาแค่มาเอาของนี่เอง...โชคดีที่เมื่อครู่เธอไม่ได้เกิดความคิดอะไรที่เกินเลยไปกว่านี้เพราะเห็นว่าเขาอยู่บ้าน
ซย่าหว่านอานอยากจะถามเขาเหลือเกินว่า ถ้างั้นยังจะไปไหม แต่คำพูดก็ติดอยู่ที่ปาก และกลับรู้สึกถึงความกดดันขึ้นมาอีก
ระหว่างเขากับเธอ...ดูเหมือนว่าจะยังไม่สนิทกันมากพอที่เธอจะมีสิทธิ์ถามว่าเขาจะไปไหน