ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 025 ตอนที่ 25
ตอนที่ 25 เตรียมพร้อม
ยังไม่ถึงตอนเที่ยง เมิ่งเอ้ออิ๋นก็กลับมาแล้ว เขาไม่เพียงทำเรื่องเอกสารเสร็จ แต่ยังซื้อข้าวสาร แป้ง อาหารแห้งและเนื้อกลับมาเต็มคันรถด้วย คนในหมู่บ้านพอเห็นเขาก็พลันแยกออกเป็นทางเหมือนลมพายุ ตอนนี้คนที่เฝ้ารอดูไม่มีท่าทีลังเลอีกต่อไป ต่างเข้ามาหาเมิ่งเอ้ออิ๋นทันที เมิ่งเอ้ออิ๋นนั้นเป็นคนซื่อ ปฏิเสธใครไม่เป็น แต่ก็ไม่อยากได้คนที่ไม่ตั้งใจทำงานพวกนั้น ขณะที่กำลังร้อนใจไม่รู้จะทำอย่างไรดีนั้นเอง เมิ่งต้าจินก็เดินชักสีหน้าออกมา บอกกับทุกคนว่าเรื่องการหาคนงานสร้างบ้านเมิ่งเอ้ออิ๋นนั้นเขาเป็นคนตัดสินใจ คนที่เขาไม่ให้มาทำงานใครมาขอร้องก็ไม่มีประโยชน์ ทุกคนเห็นท่าทีแข็งกร้าวของเขาแล้วก็ไม่กล้าพูดอะไรมากอีก ต่างเดินคอตกจากไป
เมิ่งซานถงเองก็กลับมาแล้ว บอกว่าช่างฝีมือที่เขารู้จักนั้นพอบอกว่ามีอาหารกลางวันให้กิน ไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนต่างก็รับปากจะมากัน ทั้งหมดนั้นล้วนเป็นคนขยันขันแข็งสู้งาน มีทั้งหมดยี่สิบห้าคน ต่างถามว่าเมื่อไรถึงจะมาทำงานได้
ทุกคนคำนวณเล็กน้อย การจัดเก็บพื้นที่ก่อสร้างโดยรอบต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน การเตรียมวัสดุมาสร้างบ้านก็ต้องใช้เวลาหนึ่งวัน พวกเขาจึงกำหนดเวลาเริ่มงานอย่างเป็นทางการคืออีกสองวันนับจากนี้ ในตอนนี้เมิ่งจงจวี่ฝากคำพูดให้เมิ่งต้าจินมาบอกว่า เขาคำนวณดูแล้ว เห็นว่าหนึ่งวันนับจากนี้เป็นวันมงคลสำหรับปลูกสร้างบ้านเรือน พลาดวันนี้ไปแล้วจะต้องรอจนกว่าหมดหน้านาถึงจะมีวันดีๆ อีกครั้ง
การสร้างบ้านก็เป็นเรื่องใหญ่มาแต่ไหนแต่ไร เวลาจะขุดดินลงเสาเข็มก็จะต้องหาคนมาช่วยดูฤกษ์ยาม เมื่อได้ยินเมิ่งจงจวี่พูดเช่นนี้ เมิ่งเอ้ออิ๋นก็รีบกำหนดวันเป็นอีกหนึ่งวันนับจากนี้ แต่เวลานั้นฉุกละหุกเกินไป สิ่งของสำหรับสร้างบ้านก็ยังไม่พร้อมเลยสักอย่าง
ทุกคนรวมตัวกันอยู่พักใหญ่ เมิ่งชื่อถึงคิดได้ว่ายังไม่ได้แจ้งข่าวให้บ้านเดิมตัวเองทราบ ก็รีบพูดอย่างชื่นบาน “ไม่ต้องกลัดกลุ้มแล้ว เดี๋ยวเจ้าไปที่บ้านท่านแม่ข้า ให้พี่ใหญ่ พี่รองมาช่วยก็ได้แล้ว แล้วดูว่ายังมีใครอยากจะมาช่วยอีก ให้พี่ใหญ่ พี่รองพามาให้หมดก็ได้แล้ว”
เมิ่งเอ้ออิ๋นเองก็เพิ่งคิดได้ว่าควรแจ้งข่าวให้บ้านพ่อตารู้ จึงพยักหน้าลง รีบบังคับรถเทียมเกวียนไปแจ้งข่าวทันที
ในหมู่บ้านยังมีคนทยอยมาลงชื่อเรื่อยๆ คนที่เหมาะสมนั้นเมิ่งต้าจินก็จะบอกให้มาเริ่มทำงานพรุ่งนี้ได้ เป็นแบบนี้จนมืดค่ำไป ทั้งหมดก็ได้มาประมาณยี่สิบคน
สะใภ้ใหญ่บ้านอู๋และบ้านซุนเมื่อได้ยินว่าป้าหวังจะจ้างพวกเขาไปทำอาหารเที่ยง มีค่าแรงให้วันละยี่สิบอีแปะก็ตามมาอย่างยินดี เมิ่งชื่อพูดคุยกับคนทั้งสองครู่หนึ่ง บอกว่าครั้งนี้มีคนมามาก อย่าคิดว่าแค่ทำอาหารมื้อเดียว งานอาจจะหนักกว่าพวกคนใช้แรงงานก็ได้ ทั้งสองคนแสดงออกว่าไม่มีปัญหาอะไร ต่อให้เหนื่อยเพียงใดก็จะต้องทำให้ดี เมิ่งชื่อจึงไม่ได้พูดอะไรมากอีก กำชับทั้งสองคนว่าพรุ่งนี้ให้มาแต่เช้า
เพียงไม่นานเมิ่งเอ้ออิ๋นก็กลับมา บอกว่าบ้านพ่อตาพอได้ยินว่าตัวเองจะสร้างบ้านก็ดีใจกันยกใหญ่ รีบให้พี่ใหญ่และพี่รองออกหาคน ยังบอกว่าพรุ่งนี้จะพาคนมาให้แต่เช้า
เมื่อเตรียมความพร้อมทุกอย่างหมดแล้ว ทุกคนก็รีบกินมื้อเย็น พักผ่อนกายากัรแต่หัวค่ำ
...
วันที่สองฟ้ายังไม่สางดี เมิ่งชื่อก็ลุกขึ้นมาทำอาหารเช้า ทุกคนพอกินข้าวเช้าและเก็บกวาดเรียบร้อย คนทำอาหารและใช้แรงงานก็ทยอยกันมาถึง เมิ่งต้าจินอ้าปากหาวหวอดๆ ทำการจดบันทึกคนที่มาทำงาน ทุกคนเริ่มทำการเก็บกวาดพื้นที่ก่อสร้างโดยรอบตามคำสั่งของเมิ่งซานถง
ผ่านไปไม่นานเท่าไร ไม่ไกลออกไปนั้นก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา คนที่เดินนำมานั้นเป็นชายรูปร่างกำยำอายุราวสี่สิบกว่าปีได้ พอมองเห็นเมิ่งชื่อไกลๆ ก็ส่งเสียงดังร้องเรียกขึ้นว่า “น้องสาว ข้าพาคนมาช่วยแล้ว”
เมิ่งชื่อได้ยินเสียงร้องอย่างยินดี เห็นคนที่มารีบเดินเข้าไปหาพูดว่า “พี่ใหญ่ พี่รองพวกท่านมาแล้ว นั่งพักก่อนเถอะ”
“ท่านพ่อท่านแม่เมื่อรู้ข่าวว่าพวกเจ้าจะสร้างบ้านก็ดีใจจนนอนไม่หลับทั้งคืน เร่งเร้าให้พวกเรามากันแต่เช้า ไม่คิดว่าก็ยังมาช้าไปอยู่ดี ไม่ต้องพักแล้ว พวกเราลงมือทำงานเลยดีกว่า” ชายร่างกำยำพูดเสียงดัง
“พี่ใหญ่ พี่รองมาแล้ว” ได้ยินเสียงคนคุยกัน เมิ่งเอ้ออิ๋นก็ตามมาคุยด้วย พี่น้องบ้านเมิ่งทั้งหมดก็ออกมาทักทาย
ชายกำยำและชายอีกคนด้านหลังพูดคุยรับคำ จากนั้นก็พับแขนเสื้อขึ้น เตรียมลงมือทำงาน
“พี่ใหญ่ ไม่ต้องรีบไปหรอก ท่านนั่งพักก่อนเถิด เมื่อวานข้ารีบร้อนเกินไป มีเรื่องหนึ่งไม่ได้พูดให้ชัดเจน ตอนนี้ข้าจะพูดกับท่านก่อน” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูดขึ้น
“มีเรื่องอะไรค่อยพูดตอนพักเที่ยงก็ได้ ทำงานก่อนเถอะ” ชายร่างกำยำพูดขึ้น
“พี่ใหญ่” เมิ่งชื่อเรียก “เรื่องนี้ต้องพูดให้ชัดเจนก่อนถึงจะให้ท่านทำงานได้เจ้าค่ะ”
เห็นท่าทีร้อนรนของเมิ่งชื่อแล้ว ชายหนุ่มก็ถามขึ้นอย่างอดไม่ได้ว่า “เรื่องอะไรต้องร้อนรนถึงขั้นนี้”
“คืออย่างนี้ พี่ใหญ่” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูด “เมื่อวานข้าลืมบอกกับท่านไปว่า วันนี้คนที่มาทำงานให้พวกเรานั้นจะได้ค่าแรงวันละยี่สิบอีแปะ”
“ให้ค่าแรงอะไรกัน พวกเราก็เป็นคนกันเอง มาช่วยกันทั้งนั้น มีข้าวให้กินตอนเที่ยงก็พอแล้ว” พอได้ยินว่าให้เงิน ชายหนุ่มก็โบกมือปฏิเสธเสียยกใหญ่
คนที่เหลือก็แสดงว่าไม่ต้องการเงินค่าแรง
“ไม่ได้” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูดต่ออย่างไม่ยอม “คนในหมู่บ้านของเรายังได้เงินค่าแรง แล้วจะให้พวกท่านที่มาตั้งไกลทำงานเปล่าได้อย่างไรกัน น้ำใจของพวกท่านพวกเรารับรู้แล้ว แต่ว่าเงินค่าแรงนี่อย่างไรก็ต้องให้”
“น้องเขย การสร้างบ้านต้องใช้เงินเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังต้องจ่ายค่าแรงคนงาน พวกเจ้าจะไปหาเงินมากมายนั้นมาจากที่ใดกัน เชื่อพี่ใหญ่เถอะ พวกเราเป็นญาติกันก็ช่างเถอะ” ชายหนุ่มยังคงยืนยันหนักแน่น
“พี่ใหญ่” เมิ่งชื่อเรียกขึ้น “ท่านรับปากเถอะเจ้าค่ะ ไม่มีบ้านใครร่ำรวยมาช่วยงานได้ทุกวัน น้ำใจนี้ข้าขอจดจำไว้ แต่เงินค่าแรงอย่างไรก็ต้องให้”
ชายหนุ่มเห็นพวกเขายืนหยัดไม่เลิกรา “อย่างนั้นก็ได้ ข้ากับพี่รองเจ้าไม่เอา ส่วนคนอื่นแล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน”
เมิ่งชื่อคิดจะพูดขึ้นอีก แต่เมิ่งเชี่ยนโยวก็ห้ามไว้ พูดเกลี้ยกล่อมเสียงเบาว่า “ท่านแม่ เมื่อลุงใหญ่ยืนยันเช่นนี้ เงินค่าแรงก็ช่างเถอะเจ้าค่ะ รอให้ทำงานเสร็จแล้ว ข้าจะคิดหาวิธีอื่นชดเชยให้”
เช่นนั้นเมิ่งชื่อถึงได้ยอมล้มเลิก
คนพวกนั้นที่ชายหนุ่มพามา เดิมทีต้องการมาช่วยเหลือ ตอนนี้พอได้ยินว่ามีเงินค่าแรงให้ก็ย่อมรู้สึกดีใจ หลังจากลงชื่อกับเมิ่งต้าจินแล้วก็นำเครื่องมือที่ตัวเองนำมาแยกย้ายทำงาน
ตระกูลเดิมของเมิ่งชื่อนั้นแซ่จาง พี่ชายคนโตชื่อจางจู้ ส่วนน้องชายชื่อจางเกิน
เมิ่งเชี่ยนโยวเรียกจางจู้จางเกินสองพี่น้องที่กำลังจะไปทำงานด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “ท่านลุงใหญ่ ท่านลุงรอง พวกท่านไม่ต้องไปขุดที่ก่อสร้างแล้วเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่ของข้าอยากให้พวกท่านไปซื้อวัสดุสร้างบ้าน”
จางจู้ถึงได้มองเห็นว่านอกจากคนที่ทำงานแล้ว โดยรอบยังไม่มีสิ่งของสำหรับปลูกสร้างเลย เขาจึงมุ่นหัวคิ้ว “พวกเจ้าคิดจะใช้อะไรสร้างบ้าน”
“อิฐขอรับ” เมิ่งเอ้ออิ๋นตอบ
“พวกเจ้าเอาเงินที่ไหนมาซื้ออิฐกัน” จางจู้ถามด้วยความตกใจ มีเพียงบ้านเศรษฐีมีเงินเท่านั้นถึงจะยอมใช้อิฐสร้างบ้าน คนทั่วไปจะไปขนย้ายหินขนาดพอเหมาะแถวเนินเขากลับมาใช้
“เรื่องนี้เอาไว้ค่อยบอกท่านลุงใหญ่เจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ต้องรบกวนท่านลุงใหญ่ไปซื้ออิฐกับพ่อข้าก่อน พวกเราเตรียมเงินไว้พร้อมแล้ว” เมิ่งเชี่ยนโยวพูด
จางจู้ไม่ซักถามอะไรอีก พูดเสียงดังขึ้นว่า “เช่นนั้นก็รีบไปเถอะ สั่งจองสินค้าเร็ว โรงงานเตาเผาจะได้ส่งของมาไวขึ้น” พูดจบก็หันหลังสาวเท้าเดินออกไป
“ท่าลุงใหญ่ช้าก่อน ให้พ่อข้าบังคับรถเทียมเกวียนไปเถอะเจ้าค่ะ ระหว่างทางจะได้ให้พ่อข้าบอกเรื่องบางอย่างกับท่านด้วย” เมิ่งเชี่ยนโยวพูด
จางจู้หยุดชะงัก เมิ่งเอ้ออิ๋นรีบบังคับรถออกมา จางจู้นั่งลงบนรถ ทั้งสองพูดคุยไปพลางบังคับรถไปโรงงานเตาเผาพลาง
เมื่อทั้งสองคนไปแล้ว เมิ่งเชี่ยนโยวจึงหันมาพูดกับจางเกิน “ท่านลุงรองเจ้าคะ ข้ายังมีเรื่องใหญ่ต้องรบกวนท่านอีกเจ้าค่ะ”
“ยังจะเกรงใจลุงรองอีกหรือ เจ้ามีเรื่องอะไรก็รีบพูดออกมาเถอะ” จางเกินพูดอย่างจริงใจตรงไปตรงมา
“พวกเราอยากให้ท่านลุงรองช่วยซื้อไม้เพื่อเอามาสร้างบ้าน ไม่ทราบว่าลุงรองรู้หรือไม่เจ้าคะว่าที่ไหนมีไม้ที่พร้อมใช้แล้วขายบ้าง”
“ใช้ไม้ไปตัดจากบนเขาแถวนี้ก็ได้แล้ว เหตุใดต้องซื้อหาด้วย” ชายหนุ่มโน้มน้าว
“เราค่อนข้างรีบเร่งสร้างบ้าน ต่อให้ตอนนี้ตัดไม้มาได้ แต่ตอนที่พวกเราใช้ไม้ก็จะชื้น ใช้การไม่ได้ ต้องซื้อไม้ที่พร้อมใช้แล้วเท่านั้นเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวอธิบาย
จางเกินคิดแล้วก็เห็นด้วย ไม้ชื้นนั้นเอามาใช้สร้างบ้านไม่ได้ “ที่จูเจียวานอยู่ห่างจากที่นี่ยี่สิบลี้ มีโรงขายไม้โดยเฉพาะแห่งหนึ่ง พวกเราไปซื้อที่นั่นก็ได้”
“เช่นนั้นต้องรบกวนท่านลุงรองแล้ว ตอนนี้ในบ้านไม่มีรถเทียมเกวียนแล้ว ต้องลำบากท่านลุงรองเดินเท้าไปนะเจ้าคะ”
“ลำบากอะไรกัน ยี่สิบลี้เพียงอึดใจเดียวก็ถึงแล้ว” จางเกินพูดอย่างไม่แยแส
“ให้พี่ใหญ่ไปกับท่านด้วยเถอะเจ้าค่ะ ระหว่างทางจะได้ไม่เหงา”
“ตกลง ข้าจะได้คุยกับเสียนเอ๋อร์ไปด้วย” จางเกินรับคำชื่นบาน
เมิ่งชื่อหยิบเงินห้าตำลึงให้กับจางเกิน จางเกินรับเงินมาแล้วมุ่งหน้าตรงไปจูเจียวานพร้อมเมิ่งเสียนทันที
หลังจากมอบหมายงานให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ว เมิ่งชื่อก็รีบไปเตรียมทำอาหารเที่ยงพร้อมกับคนที่เหลือ เนื่องจากเป็นผัดผักรวมหมู คนที่เหลือก็ต่างนำผักสดที่เมิ่งชื่อเตรียมไว้ออกมาล้างและหั่นวางไว้อีกด้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีเพียงเนื้อชิ้นหนึ่งที่วางอยู่บนเขียง ไม่มีใครกล้าแตะต้อง เมิ่งชื่อมาถึง ป้าหวังก็ซักถามขึ้น “ภรรยาเอ้ออิ๋น พวกเราต้องหั่นเนื้อใส่กับข้าวมื้อเที่ยงนี้เยอะเท่าใด”
“หั่นทั้งหมด” เมิ่งชื่อตอบ
เมื่อมองดูเนื้อหมูชิ้นนั้นบนเขียงแล้ว หญิงสาวในที่นั้นต่างสูดลมหายใจเข้าปาก
“โยวเอ๋อร์บอกว่าเมื่อทุกคนกินอิ่ม ทุกคนถึงจะได้มีพลังในการทำงาน” เมิ่งชื่ออธิบายพร้อมกับรอยยิ้ม
หญิงสาวทั้งหมดนั้นไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แยกย้ายกันหั่นเนื้อ ทำวอโถว วุ่นวายไม่ได้พักกันตลอดทั้งครึ่งเช้า ถึงจะได้เตรียมทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ เมิ่งชื่อจุดไฟเตาไฟที่ก่อขึ้นชั่วคราวสองสามเตา ยกเข่งไม้ไผ่ขึ้นตั้ง วางวอโถวทั้งหมดไว้ด้านใน ภรรยาเมิ่งต้าจินและภรรยาเมิ่งซานถง รวมถึงสะใภ้ใหญ่ของบ้านอู๋และบ้านซุนต่างแยกย้ายกันเผาไฟในเตาให้ลุกโหม เมิ่งชื่อและป้าหวังเตรียมทำผัดผักรวมหมู