ข้ามกาลบันดาลรัก

ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 024 ตอนที่ 24

#24Chapter 024

ตอนที่ 24 รับคน

หลังจากที่ปรึกษากันเสร็จเรียบร้อย เมิ่งซานถงก็กลับบ้าน เมิ่งเสียน เมิ่งฉี เมิ่งเจี๋ยสามพี่น้องเมื่อเห็นท้องฟ้ายังไม่มืดมากก็ไปถอนหญ้ามาให้วัวกิน เมิ่งต้าจินนั่งอยู่ไม่เคลื่อนไหว

เมิ่งเชี่ยนโยวหัวเราะหยิบเงินสองตำลึงมาจากเมิ่งชื่อส่งให้เมิ่งต้าจิน เช่นนั้นเขาถึงยอมลุกขึ้นจากไป

พอเมิ่งต้าจินจากไปไกลแล้ว เมิ่งชื่อถึงพูดกับเมิ่งเชี่ยนโยวว่า “โยวเอ๋อร์ ลุงใหญ่เจ้าเกียจคร้านจนเคยตัวแล้ว ตอนนี้เจ้าจะให้เขามาทำงานทุกวัน เขาจะก่อเรื่องยุ่งหรือไม่”

เมื่อเห็นท่าทีเป็นกังวลของเมิ่งชื่อ เมิ่งเชี่ยนโยวก็พูดปลอบประโลมขึ้นว่า “ท่านแม่ หากไม่ให้ลุงใหญ่มาทำงานเขาก็จะไม่มาก่อกวนอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ด้วยนิสัยที่ไม่ดีของเขาแล้ว แน่นอนว่าจะต้องมาแอบลักกินขโมยกินหยิบข้าวของติดไม้ติดมือกลับไปทุกวัน ถึงตอนนั้นพวกเราจะทำอย่างไร จะให้ไล่ตีเขาออกไปต่อหน้าคนอื่นก็คงไม่ได้ใช่หรือไม่ ตอนนี้ให้เขาวันละสามสิบอีแปะ เขาจะต้องเห็นแก่เงินไม่กล้าก่อกวนหาเรื่องอีก อีกอย่างเรื่องที่ข้าจัดแจงให้เขาทำล้วนเป็นเรื่องที่เขาถนัดทั้งสิ้น แถมยังไม่ต้องลงแรง ท่านวางใจเถอะเจ้าค่ะ แม้ว่าลุงใหญ่จะเกเรไปบ้าง แต่เขาก็ยังพอแยกแยะได้ว่าเรื่องไหนสมควรทำเรื่องไหนไม่สมควรทำ”

เมิ่งเอ้ออิ๋นเองก็พยักหน้าสนับสนุน “โยวเอ๋อร์พูดถูกต้อง พี่ใหญ่จะต้องไม่ก่อเรื่องยุ่งแน่”

เมิ่งชื่อถอนหายใจออกมา “หวังว่าจะเป็นอย่างที่พวกเจ้าพูด”

เมิ่งเชี่ยนโยวคิดจะพูดปลอบใจอีกหน่อย ทว่าด้านนอกมีเสียงผู้หญิงดังลอยมา “พี่สะใภ้รอง!”

เมิ่งชื่อตอบรับไปคำหนึ่ง แล้วรีบออกไปต้อนรับ

พอเห็นเมิ่งชื่อ หญิงสาวก็พูดขึ้นว่า “พี่สะใภ้รอง พี่สามกลับถึงบ้านก็ให้ข้ารีบมาที่นี่ บอกว่าพี่สะใภ้รองจะสร้างบ้าน ให้มาดูว่ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่”

“ชุ่ยเสียรีบเข้ามาก่อนเถิด” เมิ่งชื่อพูดทักทายกับหญิงสาวอย่างเป็นกันเอง

หญิงสาวไม่อ้อมค้อมตรงเข้าไปในบ้าน เมื่อเห็นเมิ่งเอ้ออิ๋นก็พูดว่า “พี่รองก็อยู่ด้วยหรือ”

เมิ่งเอ้ออิ๋นพยักหน้าลง พูดกับเมิ่งชื่อว่า “พวกเจ้าคุยกันไปเถอะ ข้าจะไปดูวัวสักหน่อย” พูดจบแล้วก็หันหลังเดินออกไป

“พี่สะใภ้รอง มีอะไรให้ข้าช่วยก็บอกมาได้เลยนะ เรื่องอื่นข้าอาจจะทำไม่เป็น แต่เรื่องทำอาหารข้าก็ถนัดที่สุด” หญิงสาวเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง

“ข้ารู้ว่าเจ้าทำอาหารเก่ง เช่นนั้นถึงได้ให้เจ้ามา ยังมีพี่สะใภ้อีกคน คาดว่าคงใกล้จะมาถึงแล้วล่ะ” เมิ่งชื่อพูดขึ้นอย่างแย้มยิ้ม เมื่อพูดจบก็นึกอะไรขึ้นได้พลันตบหน้าผากตัวเอง หันไปพูดกับเมิ่งเชี่ยนโยวว่า “ไปเรียกป้าหวังของเจ้ามาด้วย”

เมิ่งเชี่ยนโยวหันกายออกไปร้องเรียกคนทันที

เมิ่งชื่อรินน้ำให้หญิงสาว “ข้าคิดจะสร้างบ้านให้เสร็จก่อนถึงฤดูทำนา เช่นนั้นจึงได้จ้างคนมาค่อนข้างมาก ข้าคนเดียวไม่มีทางทำอาหารไหวแน่ ถึงได้เรียกพวกเจ้ามาช่วยเหลือ”

“สร้างบ้านเป็นเรื่องใหญ่ ต่อให้พี่สะใภ้รองไม่พูด ข้าก็ต้องมาช่วยเหลือแน่” หญิงสาวพูดอย่างหน้าชื่นตาบาน

เมิ่งชื่อเพิ่งจะพูดจบ ภรรยาเมิ่งต้าจินและป้าหวังก็เดินเข้าประตูมาพร้อมกันแล้ว

เมิ่งชื่อเชื้อเชิญทั้งสองคนเข้ามา รินน้ำให้พวกนางเช่นกัน

ทั้งหมดก็ทักทายกันเล็กน้อย เมิ่งชื่อพูดเรื่องที่ชวนพวกเขามาทำอาหารอีกรอบ ทุกคนพอได้ฟัง ต่างก็บอกว่าจะต้องมาช่วยเหลือ

“จะให้พวกเจ้ามาช่วยเปล่าๆ ไม่ได้ ทุกคนจะได้วันละยี่สิบอีแปะ” เมิ่งชื่อพูดด้วยรอยยิ้ม

ทุกคนได้ฟังแล้วก็พลันตกตะลึงไปทันที เป็นป้าหวังที่ได้สติคืนมาก่อนใคร “ให้ค่าแรงอะไรกัน เป็นเพื่อนข้างบ้านกันมาหลายปีแท้ๆ ช่วยเหลือกันแค่นี้เป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”

ภรรยาเมิ่งต้าจินและภรรยาเมิ่งซานถงก็พูดว่าพวกนางรับเงินไม่ได้ คนกันเองยังรับเงินค่าแรงอีก คนอื่นรู้เข้าคงได้เอาไปหัวเราะเยาะแน่

“ป้าหวัง ป้าสะใภ้ใหญ่ อาสะใภ้สาม พวกท่านฟังข้านะเจ้าคะ” เห็นเมิ่งชื่อพูดโน้มน้าวพวกนางไม่ได้ เมิ่งเชี่ยนโยวจึงเอ่ยปากพูดขึ้น “สร้างบ้านไม่ใช่เรื่องแค่วันสองวัน ข้าจำต้องให้พวกท่านมาช่วยทุกวัน ท่านพ่อท่านแม่ข้าก็ย่อมรู้สึกไม่สบายใจ อีกอย่าง พวกเราก็คิดจะสร้างบ้านให้เสร็จก่อนถึงฤดูทำนา เช่นนั้นถึงได้เรียกคนมาทำงานค่อนข้างเยอะ นอกจากพวกท่านสองสามคนแล้ว ยังคิดจะหาคนมีฝีมือทำอาหารในหมู่บ้านมาเพิ่มอีกสองคน คนอื่นก็ได้ค่าแรงเหมือนกันเจ้าค่ะ”

“ใช้คนงานกี่คนกันถึงต้องหาคนทำอาหารมากขนาดนี้” ป้าหวังถาม

“อาสามบอกว่าช่างฝีมือประมาณยี่สิบถึงสามสิบคน แรงงานทั่วไปนั้นหาเอาในหมู่บ้าน น่าจะประมาณห้าสิบถึงหกสิบคนเจ้าค่ะ”

“เยอะขนาดนี้เชียวหรือ” ป้าหวังอุทานตกใจ

“เพราะอย่างนั้นถึงต้องเรียกพวกท่านมาช่วยทำอาหารอย่างไรเจ้าคะ แม้พวกเราจะทำแค่อาหารกลางวันมื้อเดียว แต่คนเยอะขนาดนี้ ก็มีงานให้ทำไม่ขาดมือแน่”

“ต้องเรียกมาเพิ่มอีกสองคนจริงๆ แต่ก็ให้ค่าแรงแต่คนพวกนั้นเถอะ สำหรับพวกเราก็ไม่ต้องแล้ว” ป้าหวังยังคงยืนยันเช่นนั้น

คนอื่นๆ เองต่างก็พยักหน้าสนับสนุน

เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้นว่า “ท่านแม่ข้าเห็นว่าพวกท่านทำอาหารคล่องแคล่ว ถึงได้เรียกพวกท่านมาช่วย แต่หากพวกท่านยืนยันจะไม่รับเงินค่าแรง พวกเราคงต้องหาคนอื่นมาทำแทนแล้วเจ้าค่ะ”

“เจ้าเด็กคนนี้นี่นะ ท่านแม่เจ้าเห็นแก่ที่พวกเราทำงานคล่องแคล่วถึงได้เรียกพวกเรามาที่ไหนกัน ท่านแม่เจ้าต้องการจะช่วยพวกเราต่างหาก งานจับกังแบกหามในตอนนี้วันหนึ่งเพิ่งจะได้ยี่สิบอีแปะ พวกเราแค่ช่วยทำอาหารมื้อเดียวก็ได้ยี่สิบอีแปะแล้ว จะให้พวกเรารับได้อย่างไรกัน” ป้าหวังพูดขึ้น

“ป้าหวังพูดผิดแล้วเจ้าค่ะ การทำอาหารมื้อเดียวของพวกท่านไม่ใช่งานสบายๆ เกรงว่าจะเหนื่อยกว่าพวกเขาที่ทำงานทั้งวันเสียอีก เมื่อถึงตอนนั้นพวกเราก็ไม่เพิ่มเงินให้พวกท่านนะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดหยอกเย้า

“พวกเจ้ารับเงินค่าแรงเถอะนะ ไม่เช่นนั้นข้าคงทำใจให้พวกเจ้ามาช่วยทุกวันไม่ได้จริงๆ” เมิ่งชื่อก็พูดขึ้นบ้าง

“ก็ได้ พวกเรารับก็ได้” เห็นเมิ่งชื่อยืนหยัด ป้าหวังจำต้องรับคำ

“จริงสิเจ้าคะ พวกเรายังอยากได้คนอีกสักสองคน ไม่รู้ว่าหาใครมาถึงจะเหมาะสม” เมิ่งเชี่ยนโยวถาม

“สะใภ้ใหญ่บ้านอู๋และบ้านซุนเองก็ทำอาหารไม่เลว ทำงานว่องไว เรียกพวกนางมาก็ได้” ป้าหวังคิดครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้น “ที่สำคัญคือสองคนนี้ ไม่ชอบเอาเรื่องคนอื่นไปพูดต่อ”

“เช่นนั้นก็สองคนนี้ล่ะ รบกวนป้าหวังถามไถ่ให้ด้วยนะเจ้าคะว่าพวกเขายินดีจะมาหรือไม่”

“วันละยี่สิบอีแปะ พวกเขาย่อมยินดีอย่างที่สุด จะไม่ยอมมาได้อย่างไรกัน” ป้าหวังพูด

เมื่อตกลงเรื่องราวกันได้แล้ว ทั้งหมดก็คุยเรื่องสัพเพเหระอีกครู่หนึ่ง ภรรยาของเมิ่งซานถงมองเมิ่งชื่อหลายครั้งเหมือนกับมีเรื่องจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมา

“อาสะใภ้สามมีอะไรก็พูดเถอะเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวเห็นท่าทางของนางแล้วก็ถามขึ้น

ภรรยาเมิ่งซานถงหน้าแดงเรื่อ พูดอย่างรู้สึกไม่ดี “ข้าอยากถามว่า พี่สะใภ้รองสร้างบ้าน ต้องการคนงานต่างถิ่นหรือไม่ พี่ใหญ่และพี่รองข้าตอนนี้ว่างงานไม่มีอะไรทำ หากว่าได้จะให้พวกเขามาทำงานด้วยได้หรือไม่” พูดจบก็กลัวเมิ่งชื่อเข้าใจผิดจึงรีบพูดขึ้นว่า “เจ้าวางใจเถอะ พวกเขาทำงานอย่างเต็มกำลังแน่นอน”

“เรื่องเล็กแค่นี้กลับทำอาสะใภ้สามลำบากใจถึงเพียงนี้ ขอเพียงตั้งใจทำงาน ใครมาก็ได้เจ้าค่ะ แต่ถ้าอยู่ไกล ไปมาจะลำบากก็เท่านั้น” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดแย้มยิ้ม

“ไม่ไกลๆ” พอได้ยินว่ามาทำงานได้ ภรรยาเมิ่งซานถงก็รีบพูดขึ้น “อยู่ข้างหมู่บ้านเรานี่เอง เดินเท้าครู่หนึ่งก็ถึงแล้ว นี่ไม่เรียกว่าลำบากเลยสักนิด บางครั้งไปหางานทำในตัวเมือง ต้องเดินถึงสองชั่วยามเชียวนะ”

“เช่นนั้นอาสะใภ้สามก็บอกพวกเขาเถอะเจ้าค่ะ หากพวกเขายินดีมา วันที่เริ่มงานพวกเราจะแจ้งกับพวกเขา”

“เช่นนั้นก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะไปบอกกับพวกเขา” ภรรยาเมิ่งซานถงพูดอย่างดีอกดีใจ

“ป้าหวัง ป้าสะใภ้ใหญ่หากพวกท่านมีญาติที่ทำงานแข็งขันก็ให้พวกเขามาได้นะเจ้าคะ ไม่ต้องรู้สึกเกรงใจ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดกับป้าหวังและภรรยาเมิ่งต้าจิน

ทั้งสองคนรีบพูดว่าไม่มี

ทั้งหมดคุยกันอีกครู่หนึ่ง ก็แยกย้าย

...

เช้าวันที่สองกินอาหารเช้าเสร็จแต่เช้า เมิ่งเอ้ออิ๋นก็บังคับรถเทียมเกวียนพาเมิ่งเสียนและผู้ใหญ่บ้านไปทำเอกสารกับทางการ เมิ่งซานถงไปตามช่างฝีมือมา ส่วนเมิ่งต้าจินอยู่หาคนในหมู่บ้าน

เมิ่งต้าจินที่ปกติว่างงานจนเคยตัวนั้น พอคิดว่าต้องไปเที่ยวหาคนทีละบ้าน ก็อดอารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมาในใจไม่ได้ แต่ก็เสียดายเงินวันละสามสิบอีแปะ เขาคิดอยู่เป็นนาน ในที่สุดก็คิดวิธีหนึ่งได้

เขาหากะละมังเก่าในบ้านมาใบหนึ่ง ยืนกลางถนนที่ผู้คนต้องเดินผ่านเคาะไปพลางตะโกนไปพลาง “หาคนงาน ให้วันละยี่สิบอีแปะ ใครต้องการทำให้รีบไปลงชื่อที่บ้านน้องรองข้า ไปช้าอาจไม่เหลืองานให้ทำ!”

เริ่มแรกนั้นผู้คนก็ไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าเมิ่งต้าจินจะเล่นอะไร กระทั่งมีคนสนใจหยุดถามถึงได้รู้ว่าบ้านของเมิ่งเอ้ออิ๋นต้องการหาแรงงานสร้างบ้าน ผู้คนก็พลันเหมือนระเบิดลง ให้วันละยี่สิบอีแปะ นี่ก็เป็นค่าแรงที่เข้าไปทำงานในเมืองถึงจะได้ หากเป็นเมื่อก่อนคงไม่มีใครยอมเชื่อเด็ดขาด แต่เรื่องที่บ้านเมิ่งเอ้ออิ๋นร่ำรวย คนในหมู่บ้านต่างก็ได้ยินมาหมดแล้ว ตอนนี้จะหาแรงงานให้วันละยี่สิบอีแปะ เช่นนั้นย่อมมีความเป็นไปได้ คนที่ฉลาดก็รีบเดินตามเมิ่งต้าจินไปลงชื่อบ้านเมิ่งเอ้ออิ๋นทันที ส่วนคนที่ยังแคลงใจอยู่นั้นก็เดินตามอยู่ข้างหลังรอดูสถานการณ์

...

เมิ่งชื่อกำลังรวบรวมว่ามื้อเที่ยงในแต่ละวันควรจะทำอาหารอะไรถึงจะเหมาะสมอยู่กับเมิ่งเชี่ยนโยว พอเห็นคนกลุ่มหนึ่งเดินตามหลังเมิ่งต้าจินเข้ามาในบ้านตัวเองก็สะดุ้งโหยง พูดด้วยเสียงสั่นเครือว่า “ลุงใหญ่ของเจ้าไปก่อเรื่องอะไรมาอีกแล้ว คนถึงได้เดินตามมามากเช่นนี้”

เมิ่งเชี่ยนโยวเห็นเมิ่งต้าจินเดินถือกะละมังนำหน้าเข้ามา ด้านหลังตามติดมาด้วยคนกลุ่มหนึ่งในมือถืออุปกรณ์ทำนา เดินกันไปถกเถียงกันไป จึงเข้าใจแจ่มชัดพูดว่า “ท่านแม่ไม่ต้องกลัว นี่จะต้องเป็นคนงานที่ลุงใหญ่หามาแน่เจ้าค่ะ”

เช่นนั้นเมิ่งชื่อถึงสงบสติอารมณ์ได้ มองคนกลุ่มนั้นอย่างละเอียดก็พบว่าพวกเขาไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด จึงอดรู้สึกโล่งใจไม่ได้ “ไม่ได้มีเรื่องก็ดีแล้ว”

เมิ่งต้าจินเดินมาถึงหน้าประตูบ้านเมิ่งเอ้ออิ๋นแล้วพูดจาเสียงดัง “คนพวกนี้จะมาเป็นแรงงาน พวกเจ้าดูสิว่าเพียงพอหรือไม่”

“ท่านพ่อของข้าไม่อยู่บ้าน เรื่องนี้ท่านลุงใหญ่เป็นคนตัดสินใจเถอะเจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้น

เมิ่งต้าจินวางกะละมังในมือลงแล้วจัดแจงเสื้อผ้า ตะโกนบอกทุกคน “พวกเจ้าฟังข้าพูดให้ดี...” ทุกคนเงียบเสียงลง เมิ่งต้าจินก็กระแอมไอแล้วพูดต่อว่า “น้องรองของข้าจะสร้างบ้าน ต้องการหาคนงาน ให้วันละยี่สิบอีแปะ...”

เมิ่งต้าจินยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกคนตัดบทขึ้น “จะให้วันละยี่สิบอีแปะจริงๆ หรือ หากพวกเราทำงานเสร็จแล้ว พวกเจ้าให้เงินไม่ได้จะทำอย่างไร”

เมิ่งต้าจินพลันพูดไม่ออก

“เมื่อพวกเราสร้างบ้านได้ก็ย่อมจ่ายค่าแรงได้ หากพวกท่านกังวลว่าพวกเราจะจ่ายค่าแรงไม่ได้ เช่นนั้นเราจะตัดเงินสามวันครั้งก็ได้” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดเสียงดัง

“แต่ถ้าหากแม้แต่ค่าแรงสามวันพวกเจ้าก็ให้ไม่ได้ล่ะ พวกเราก็ไม่ต้องทำงานเปล่าๆ สามวันหรืออย่างไร” ในกลุ่มคนนั้นมีคนถามด้วยเสียงอันดัง

เมิ่งเชี่ยนโยวมองดูคนผู้นั้นแวบหนึ่ง “เจ้าเห็นใครบ้านไหนทำงานยังไม่เสร็จก็ให้เงินค่าแรงกันบ้าง พวกเรายอมตัดเงินสามวันครั้งก็เพราะเห็นแก่ที่เราเป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ในเมื่อเจ้าเป็นกังวลว่าจะไม่ได้เงินค่าแรง เช่นนั้นก็ไม่ต้องมาทำ”

ทุกคนต่างหดหัวหดคอ ไม่ปริปากพูดอะไรออกมาอีก

“ใครที่มาทำงาน เราจะดูแลเรื่องอาหารเที่ยงให้อีกหนึ่งมื้อ มีทั้งผัดผักรวมหมู วอโถวให้ไม่อั้น” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดกับคนทั้งกลุ่ม

ทุกคนต่างถกเถียงกัน ไม่ว่าจะเป็นกับข้าวอะไร ขอเพียงมีวอโถวให้ไม่อั้นก็เพียงพอดึงดูดผู้คนได้แล้ว ต้องรู้ว่าในยามอัตคัดฝืดเคืองเช่นนี้ เสบียงของหลายๆ บ้านนั้นก็มีเหลือไม่มาก ทุกคนต่างกินไม่อิ่ม มาทำงานที่นี่ไม่เพียงให้ค่าแรงสูง อีกทั้งมีวอโถวให้กินไม่อั้น แถมใกล้บ้าน คนที่คิดเป็นก็ต่างรีบตะโกนขึ้นเสียงดังทันที “ข้าจะมาทำ!”

พอมีคนที่หนึ่ง คนต่อๆ ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป ทยอยกันลงชื่อ

“ท่านลุงใหญ่ ท่านต้องเลือกคนอย่างรอบคอบนะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดกับเมิ่งต้าจิน

ปกติเมิ่งต้าจินก็ชอบเดินลอยชายอยู่ในหมู่บ้าน รู้จักคนในหมู่บ้านแทบจะทั้งหมด พอได้ยินก็พูดกับคนกลุ่มนั้นว่า “คนที่ข้าเรียกชื่อก็ให้เข้ามา”

กลุ่มคนพากันอยู่ในความสงบ คนที่เมิ่งต้าจินเรียกชื่อเหล่านั้นก็พากันเดินไปอยู่ข้างๆ เขา เมิ่งต้าจินตะโกนเรียกคนสิบกว่าคนติดต่อกัน และพูดกับคนที่เหลือว่า “คนที่ข้าเรียกชื่อนั้นก็ให้มาทำงาน ส่วนคนที่ไม่ได้เรียกไม่ต้องมา”

คนที่ไม่ถูกเรียกจึงรีบถามขึ้น “ทำไมถึงไม่ให้พวกเรามาทำ เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันแท้ๆ ทำไมพวกเขาได้มาแต่พวกเราไม่ได้ล่ะ!”

“ก็เพราะพวกเจ้าทำงานไม่แข็งขัน อย่านึกว่าข้าไม่รู้นะว่าพอทำงานแล้วเจ้าก็กินแรงอู้งาน เงินที่พวกเราให้วันละยี่สิบอีแปะจะให้เปล่าๆ ไม่ได้!” เมิ่งต้าจินพูดเสียงดัง

คนผู้นั้นที่ได้ฟังก็ต่างพูดไม่ออก

ปกติเมิ่งต้าจินอยู่ในหมู่บ้านก็ไม่มีใครกล้าที่จะหาเรื่อง วันนั้นผู้คนจึงยิ่งไม่กล้าหาเรื่องเขา เห็นคนผู้นั้นถูกตอกกลับไปแล้ว คนที่เหลือก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก ทยอยพากันส่ายหน้าจากไป มีบางคนแอบวางแผนในใจรอให้เมิ่งเอ้ออิ๋นกลับมาบ้านค่อยมาพูดอีกครั้ง เรื่องดีๆ แบบนี้จะไปหาที่ไหนได้อีก และมีบางคนที่ยังอยากรอดูก่อน หากสามวันตัดเงินจริงๆ ถึงตอนนั้นค่อยมาก็ยังไม่สาย

รอจนกลุ่มคนกลับไปหมดแล้ว เมิ่งเชี่ยนโยวก็พูดกับคนที่เหลือว่า “พรุ่งนี้ทุกคนมาเริ่มทำงานได้ พรุ่งนี้ยังไม่สร้างบ้าน แต่จะจัดเก็บสิ่งของโดยรอบพื้นที่ก่อสร้างก่อน เงินค่าแรงไม่น้อย ยังเป็นวันละยี่สิบอีแปะเช่นเดิม กลางวันมีข้าวให้กิน พรุ่งนี้เช้าพอมาถึงแล้วให้มาลงชื่อกับท่านลุงใหญ่ จะได้จ่ายเงินตามรายชื่อ”

ทุกคนเมื่อได้ยินต่างแสดงว่าจำได้แล้ว พรุ่งนี้จะต้องมาแต่เช้า จากนั้นก็แยกย้ายไปอย่างยินดี