ข้ามกาลบันดาลรัก

ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 028 ตอนที่ 28

#28Chapter 028

ตอนที่ 28 อาละวาด

วันที่สอง ความฮึกเหิมของเหล่าคนงานเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ฐานบ้านมองเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างรุดหน้า

เมิ่งเอ้ออิ๋นและจางจู้บังคับรถเทียมเกวียนเข้าเมืองไปซื้อเนื้อหมูและผักในเมืองกลับมา

เมิ่งชื่อใส่แป้งสาลีในวอโถวธัญพืชเพิ่ม อัตราส่วนแทบจะเป็นครึ่งต่อครึ่ง ป้าหวังร้องอุทานว่ามากเกินไป แต่เมิ่งชื่อหัวเราะไม่ได้พูดอะไร ผู้หญิงทั้งหมดก็เริ่มลงมือทำงาน

“โอ้ สะใภ้รอง ต้องทำอาหารทำไมไม่เรียกข้าสักคำเล่า อย่างไรเราก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน จะไม่มาช่วยได้อย่างไร” ภรรยาเมิ่งเสียวเถี่ยเดินผ่านประตูเข้ามาพูดขึ้น

เมิ่งชื่อชะงักมือในทันที เงยหน้าแล้วพูดขึ้น “ชุ่ยฮวามาแล้ว”

“พี่สะใภ้รอง ข้าได้ยินมาว่าแค่ทำอาหารหนึ่งมื้อต่อวันก็ได้เงินยี่สิบอีแปะ เรื่องดีๆ เช่นนี้เหตุใดท่านถึงไม่เรียกใช้คนในครอบครัว กลับไปเสียเปรียบให้คนนอก” ชุ่ยฮวาเหล่มองสะใภ้ใหญ่บ้านอู๋และบ้านซุนแวบหนึ่ง

ทั้งสองไม่ได้เงยหน้าขึ้น ก้มหน้าทำงานต่อไป

“ชุ่ยฮวา การทำอาหารนี้ไม่ใช่งานสบาย ทำอาหารมื้อนี้เสร็จ ตอนกลางคืนก็เหนื่อยจนแทบยกแขนไม่ขึ้น เจ้าจะทำไหวหรือ” ป้าหวังทนดูต่อไปไม่ได้ จึงเอ่ยปากพูด

“แหม ซ้อหวัง พี่สะใภ้ของข้ายังไม่พูดอะไรเลยนะ เจ้ามาแส่อะไรด้วย”

“เจ้า!...” ป้าหวังชี้หน้าชุ่ยฮวาพูดไม่ออก

“ข้าทำไม นี่เป็นเรื่องในครอบครัวพวกเรา เจ้ามีสิทธิ์มายุ่งอะไรด้วย”

“พอแล้ว ชุ่ยฮวา ที่ซ้อหวังพูดนั้นเป็นความจริง งานนี้เจ้าทำไม่ไหวจริงๆ” ภรรยาเมิ่งต้าจินเอ่ยปากตำหนิ

“พี่สะใภ้ใหญ่รู้ได้อย่างไรว่าข้าทำไม่ไหว ก็แค่นึ่งวอโถวไม่ใช่หรืออย่างไร จะทำให้เหนื่อยตายขนาดนั้นเชียวหรือ” ชุ่ยฮวาไม่หยุดพูด

ภรรยาเมิ่งต้าจินกำลังจะพูดต่อ ทว่าเมิ่งเชี่ยนโยวเดินมาตรงหน้าภรรยาเมิ่งเสียวเถี่ย เงยหน้าถาม “อาสะใภ้สี่อยากจะช่วยทำอาหารจริงๆ หรือ”

“ก็จริงน่ะสิ ก็แค่นึ่งวอโถว ทำผัดผักรวมหมูไม่ใช่หรืออย่างไรกัน พวกนั้นน่ะข้าก็ถนัดที่สุด” ชุ่ยฮวาเห็นเมิ่งเชี่ยนโยวเดินเข้ามา ก็มุ่นหัวคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ตอบกลับไป

“อาสะใภ้สี่มีข้อเรียกร้องอะไรหรือไม่” เมิ่งเชี่ยนโยวถามขึ้น

“ข้าก็ไม่มีอะไรมากหรอก คนอื่นได้เงินยี่สิบอีแปะใช่หรือไม่ ให้ข้าสามสิบก็พอ”

เมิ่งเชี่ยนโยวหัวเราะ หันไปพูดกับเมิ่งชื่อ “ท่านแม่ ในเมื่ออาสะใภ้สี่อยากมาช่วยพวกเราเช่นนี้ ท่านก็รับปากเถอะเจ้าค่ะ”

“อ่อ ได้สิ” เมิ่งชื่อรับคำอย่างไม่เข้าใจ

“เช่นนี้ถึงจะถูกต้อง โยวเอ๋อร์นี่ก็ช่างรู้ว่าอะไรควรไม่ควร” ชุ่ยฮวาพูดอย่างยินดี

“ในเมื่ออาสะใภ้สี่เรียกร้องเงินสามสิบอีแปะ เช่นนั้นก็ต้องทำงานในราคาสามสิบอีแปะ รบกวนท่านช่วยหั่นผักที่ต้องใช้มื้อเที่ยงนี้ให้หมดด้วยนะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวชี้ไปที่ผักกองหนึ่งที่ล้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ชุ่ยฮวามองดูผักเหล่านั้นแวบหนึ่ง ก็ร้องอุทานขึ้น “นี่มันก็เยอะเกินไปหน่อยแล้ว หั่นทั้งหมดนี่ มือของข้าได้เป็นง่อยกันพอดี”

“อาสะใภ้สี่ไม่อยากหั่นแล้วหรือ”

“ข้าคนเดียวไม่มีทางหั่นผักทั้งหมดนี่ได้หรอก เจ้าไม่ได้จงใจจะแกล้งข้าใช่หรือไม่”

เมิ่งเชี่ยนโยวหัวเราะ “อาสะใภ้สี่เข้าใจก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ข้าก็มีเจตนาเช่นนั้น ท่านมีสองทางเลือก หนึ่งคือหั่นผักพวกนี้ทั้งหมด อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ...” เมิ่งเชี่ยนโยวเข้าใกล้ภรรยาเมิ่งเสียวเถี่ยคำรามเสียงดังลั่น “ไสหัวไป!”

ภรรยาเมิ่งเสียวเถี่ยตกใจจนสะดุ้งโหยง ถอยหลังไปหนึ่งก้าวพลางร้องก่นด่า “นางตัวดี! เจ้ากล้ากลั่นแกล้งข้า วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตายเลย!” พูดจบนางก็ยกมือขึ้นตบเข้าไปที่ใบหน้าของเมิ่งเชี่ยนโยว

เมิ่งชื่อก้าวมาด้านหน้า จับมือของชุ่ยฮวาแล้วผลักไปด้านหลังพูดว่า “เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาตีลูกสาวข้า”

ภรรยาเมิ่งเสียวเถี่ยถอยหลังไปหลายก้าว ถึงยืนได้อย่างมั่นคง ชี้หน้าเมิ่งชื่อแล้วพูดขึ้น “ได้ พวกเจ้ารังแกข้า ข้าจะไปบอกเสียวเถี่ย ให้เขากลับมาคิดบัญชีกับพวกเจ้า!” พูดจบก็เดินจากไปอย่างเคืองขุ่น

ป้าหวังเดินเข้ามาพูดว่า “คราวนี้ก็เป็นเรื่องแล้ว เมิ่งเสียวเถี่ยมาได้อาละวาดใหญ่โตแน่”

เมิ่งชื่อถอนหายใจออกมา ส่วนคนอื่นๆ นั้นต่างนิ่งเงียบ

“ท่านแม่ ทำอาหารก่อนเถอะเจ้าค่ะ เดี๋ยวก็จะเที่ยงแล้ว ท่านยังมีข้าอยู่นะเจ้าคะ” เมิ่งเชี่ยนโยวปลอบใจ

ทุกคนถึงได้สติคืนกลับมา ลงมือทำงานกันต่อ พอถึงเวลาพักเที่ยง ทุกคนก็ลืมเรื่องนี้ไปจนหมดสิ้น

“ข้าได้ยินว่าพี่รองร่ำรวยใหญ่โต ตอนนี้ดูแล้วท่าจะเป็นความจริง” เมิ่งชื่อกำลังตักอาหารถ้วยแรกให้ทุกคนเสร็จ ก็มีเสียงเอ้อระเหยลอยชายเสียงหนึ่งดังขึ้น ตามมาด้วยชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาในลานบ้าน

ชายหนุ่มผู้นั้นอายุยี่สิบกว่าปี แต่งกายด้วยเสื้อคลุมจีนแบบสั้นทำจากผ้าไหม ด้านหลังยังมีชายฉกรรจ์ที่มีท่าทีดุดันเหี้ยมเกรียมอีกสองสามคนเดินตามมา

พอเมิ่งเอ้ออิ๋นเห็นเข้า ก็รีบเดินเข้าไปหา “เสียวเถี่ยมาแล้ว ...”

ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเขา เพียงแต่เดินไปที่ข้างเตามองดูผัดผักรวมหมู แล้วก็มองดูหมั่นโถวที่มีแป้งสาลีผสมอยู่ครึ่งหนึ่งในมือของทุกคนพร้อมกับพูดว่า “ให้คนงานกินดีขนาดนี้ พี่รองก็ร่ำรวยแล้วจริงๆ ไม่รู้ว่าพี่รองเคยคิดจะช่วยเหลือน้องคนนี้บ้างหรือไม่”

“คือ...” เมิ่งเอ้ออิ๋นพูดไม่ออก

“ไม่ช่วยเหลือน้องก็ไม่เป็นไร แต่การตบตีน้องสะใภ้นั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ข้ามักต้องไปอยู่ต่างถิ่น แม้จะไม่หวังให้พวกท่านคอยดูแลนาง แต่ก็ไม่ควรให้ใครมารังแกนาง อีกทั้งคนที่ลงมือยังเป็นคนในครอบครัวกันเอง”

เมิ่งเอ้ออิ๋นไม่ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนเช้าอย่างสิ้นเชิง เมื่อได้ยินก็ถามขึ้น “เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไร พวกเราไปทำร้ายน้องสะใภ้ตอนไหนกัน”

“ยังไม่ยอมรับอีกหรือ ภรรยาข้าก็ถูกตีไม่เบา ตอนนี้ยังนอนอยู่บนเตียง” เมิ่งเสียวเถี่ยพูดอย่างแค้นเคือง

“ข้าไม่ได้ตีนางเลยสักนิด นางคิดจะตีโยวเอ๋อร์ ข้าก็แค่เข้าไปขวางไว้” เมิ่งชื่อเอ่ยปากขึ้น

“พี่สะใภ้รองก็พูดง่ายเกินไป แค่ขวางเอาไว้ แล้วภรรยาข้าจะเจ็บจนลุกจากเตียงไม่ไหวได้อย่างไรกัน เดิมทีนางก็คิดจะมาช่วยพวกท่านด้วยใจจริง พวกท่านไม่เพียงแต่ไม่รับน้ำใจ อีกทั้งยังตบตีนางจนเป็นแบบนั้นอีก พวกท่านว่าเรื่องนี้ควรทำอย่างไร”

“ท่านอาสี่ต้องการทำอย่างไร” เมิ่งเชี่ยนโยวถาม

เมิ่งเสียวเถี่ยมองนางแวบหนึ่ง “ไปๆๆ เรื่องของผู้ใหญ่เด็กเข้ามาสอดทำไมกัน”

“อาสี่คงยังไม่รู้ ตอนนี้ในบ้านนี้ข้าเป็นใหญ่ อาสี่ต้องการอย่างไรก็พูดกับข้ามาเถอะ”

“เจ้าเป็นใหญ่” เมิ่งเสียวเถี่ยพูดอย่างดูแคลน “เจ้าเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม ปากดีนักนะ!”

“เงินในบ้านข้าเป็นคนหามา เงินก็อยู่ในมือของข้าทั้งหมด บ้านนี้ย่อมมีข้าเป็นใหญ่” เมิ่งเชี่ยนโยวพูด

“หึ น่าขันยิ่งนัก หากเจ้าหาเงินเองได้ เช่นนั้นข้าก็คงเข้ารับราชการได้แล้ว” เมิ่งเสียวเถี่ยพูดต่อ เมื่อพูดจบก็หันไปตวาดใส่เมิ่งเอ้ออิ๋น “พี่รองให้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมออกมารับหน้า คิดจะไม่ยอมรับเรื่องในวันนี้อย่างนั้นรึ”

“เมื่อครู่พี่สะใภ้เจ้าก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตีนาง เป็นนางที่จะมาตีโยวเอ๋อร์แล้วพี่สะใภ้เจ้าเข้าไปขวางไว้ก็เท่านั้น เหตุใดจึงได้นอนบนเตียงจนลุกไม่ขึ้นเล่า” เมิ่งเอ้ออิ๋นถาม

“พี่รองพูดเช่นนี้ ก็คิดว่าข้ามาขู่กรรโชกท่านอย่างนั้นหรือ” เมิ่งเสียวเถี่ยถาม

“ไม่ใช่ ข้าแค่...”

“ในเมื่อไม่ใช่ เช่นนั้นก็จ่ายค่ารักษามาสิ ข้าเอาไม่มากหรอก หนึ่งร้อยตำลึงก็พอ” เมิ่งเสียวเถี่ยตัดบทคำพูดเมิ่งเอ้ออิ๋น

“น้องชาย เจ้าทำเช่นนี้ก็ไม่เกินไปหน่อยหรืออย่างไร” จางจู้ทนไม่ไหวพูดเสียงดังลั่น

“ถึงว่ากล้าลงไม้ลงมือกับภรรยาข้า ที่แท้ก็มีคนบ้านตัวเองคอยส่งเสริมนี่เอง ข้าจะบอกอะไรให้นะ วันนี้ต่อให้เป็นเทพองค์ไหนมาก็ช่าง ค่ารักษาหนึ่งร้อยตำลึงพวกเจ้าอยากให้ก็ให้ ไม่อยากให้ก็ต้องให้!” เมิ่งเสียวเถี่ยไม่สนใจจางจู้ พูดอย่างวางอำนาจต่อไม่หยุด

“ถ้าพวกเราไม่ให้ล่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวถาม

“ไม่ให้หรือ” เมิ่งเสียวเถี่ยโบกมือ คนด้านหลังสองสามคนถืออิฐในมือคนละก้อน เมิ่งเสียวเถี่ยชี้ไปที่เตาไฟเหล่านั้นแล้วพูดขึ้นว่า “ไม่ให้ข้าก็จะพังมันให้หมด พวกเจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้กินข้าวเลย!”

เมื่อได้ยินว่าเขาจะทำลายเตาไฟ เมิ่งเอ้ออิ๋นก็ตกใจอย่างสุดขีด รีบเดินหน้าเข้าไปพูดว่า “เสียวเถี่ย มีอะไรก็ค่อยๆ พูด...”

“หลีกไป!” เมิ่งเสียวเถี่ยสะบัดมือผลักเมิ่งเอ้ออิ๋นออกไป

เมิ่งเอ้ออิ๋นยังไม่ทันได้ทรงตัว ทำให้เขาล้มลงไปกองที่พื้น

“ไอ้หยา พี่รองร่ำรวยขึ้นแล้ว ร่างกายก็พลันบอบบางเสียแล้วสินะ” เห็นเมิ่งเอ้ออิ๋นล้มไปกองที่พื้น เมิ่งเสียวเถี่ยพูดถากถางขึ้น

เมิ่งเสียนและเมิ่งฉีรีบเข้าไปประคองเมิ่งเอ้ออิ๋น มองเมิ่งเสียวเถี่ยอย่างเคืองขุ่น

“พวกเด็กเวรตะไลมองหาอะไรกัน! หากยังมองไม่เลิกข้าจะตีพวกเจ้าด้วย!” เมิ่งเสียวเถี่ยพูดขึ้นอย่างเหิมเกริม

เมิ่งเชี่ยนโยวดึงรั้งจางจู้และจางเกินที่จะก้าวไปข้างหน้า “ท่านลุงใหญ่ ท่านลุงรอง พวกท่านจะลงมือไม่ได้นะเจ้าคะ”

“ไม่ลงมือแล้วจะให้ทนดูพวกเขาวางอำนาจบาตรใหญ่เช่นนี้หรือยังไงกัน” จางจู้พูดด้วยความโมโห

“พวกท่านจะลงมือกับอาสี่ไม่ได้ แต่สามารถรับมือกับพวกที่ตามหลังเขามาได้เจ้าค่ะ” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้น

จางจู้ จางเกินสองพี่น้องก็รู้ว่าหากวันนี้พวกเขามีเรื่องกับเมิ่งเสียวเถี่ยจริงๆ ความเกี่ยวดองกันในภายหน้าคงไม่อาจดำเนินต่อไปได้อีก ยามนี้พอได้ยินว่ามีเรื่องกับพวกคนที่ตามมาข้างหลังได้ ก็เตรียมจะบุกเข้าไปในทันที

“อย่าเพิ่งใจร้อนไปเจ้าค่ะ อีกเดี๋ยวข้าบอกให้พวกท่านลงมือพวกท่านก็ค่อยลงมือ” เมิ่งเชี่ยนโยวกำชับขึ้น

ทั้งสองแม้จะไม่รู้ว่าเมิ่งเชี่ยนโยวคิดจะทำอะไร แต่ก็ยับยั้งร่างกายไว้

“ก็แค่หนึ่งร้อยตำลึงเอง พวกเราให้ก็สิ้นเรื่องแล้ว” เมิ่งเชี่ยนโยวพูดขึ้นเสียงดัง

เมิ่งเสียวเถี่ยได้ฟังก็รีบพูดขึ้น “สมควรทำเช่นนี้นานแล้ว เสียเวลาข้าปากเปียกปากแฉะอยู่เป็นนาน” ยื่นมือไปที่เมิ่งชื่อ “รีบเอาเงินมา!”

เมิ่งเชี่ยนโยวเดินไปข้างเขียง แล้วหยิบมีดหั่นผักขึ้น เดินมาตรงหน้าเมิ่งเสียวเถี่ยอย่างไม่รีบไม่ร้อน “เราจะให้เงินหนึ่งร้อยตำลึงก็ได้ แต่ต้องคุยกันให้เรียบร้อยก่อน เงินหนึ่งร้อยตำลึงนี่เพื่อซื้อแขนของอาสี่ หรือว่าขาของอาสี่ดีเจ้าคะ”

เมื่อเห็นเมิ่งเชี่ยนโยวหยิบมีดหั่นผักเดินเข้ามา เมิ่งเสียวเถี่ยก็ก้าวถอยหลังอย่างลืมตัว “ข้าจะบอกให้นะนังตัวดี อย่าได้ล้อเล่นเด็ดขาด...” พูดยังไม่ทันขาดคำ มีดในมือของเมิ่งเชี่ยนโยวก็บินลอยมา ปักเข้าที่ข้างขาของเขาพอดิบพอดี

เมิ่งเสียวเถี่ย “พลั่ก” ล้มนั่งลงไปกองที่พื้น มองมีดหั่นผักที่อยู่ห่างตัวเองออกไปไม่ถึงหนึ่งนิ้ว ตกใจจนเหงื่อแตกท่วมหัว

เมิ่งเชี่ยนโยวหยิบมีดหั่นผักแล้วนั่งยองๆ ลงตรงหน้าเขา ถามขึ้นด้วยรอยยิ้มจางๆ “อาสี่คิดได้แล้วหรือยัง ว่าจะเป็นแขนหรือว่าขา”

“นังตัวดี อย่ามาล้อเล่นนะ ข้า...อ๊า....” ยังพูดไม่จบ เมิ่งเสียวเถี่ยก็ร้องโหยหวนขึ้นเสียงดัง

เมื่อทุกคนหันไปดู ก็เห็นว่ามีดหั่นผักนั้นปักอยู่บนขาของเมิ่งเสียวเถี่ย

เมิ่งเสียวเถี่ยร้องโอดครวญกอดขากลิ้งไปมาบนพื้น

ชายฉกรรจ์ที่ตามมาด้านหลังนั้นตกใจจนนิ่งอึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า เมื่อเห็นเมิ่งเสียวเถี่ยกลิ้งไปมาบนพื้นถึงได้สติกลับมา ร้องตะโกนลั่นว่า “พี่ใหญ่!” พูดจบก็จะเดินหน้าเข้าไปประคองเมิ่งเสียวเถี่ย

ในขณะที่เมิ่งเชี่ยนโยวยังคงนั่งยองๆ อยู่บนพื้น จ้องมองเมิ่งเสียวเถี่ยที่กลิ้งไปมาบนพื้นพูดอย่างไม่เงยหน้า “ท่านลุงใหญ่ ท่านลุงรองลงมือเจ้าค่ะ”

จางจู้ จางเกินพุ่งเข้าหาชายฉกรรจ์เหล่านั้น เมิ่งเอ้ออิ๋นและเมิ่งซานถงก็เดินหน้าเข้าหาอย่างไม่ลังเล เมื่อเห็นทุกคนลงมือ คนของบ้านฝั่งเมิ่งชื่อก็ล้อมวงเข้าไปด้วยเช่นกัน

คนพวกนั้นยังไม่ทันได้รู้ตัวก็ถูกคนที่ดาหน้าเข้ามาอัดเป็นพัลวัน รีบทิ้งอิฐในมือลง แล้วกุมหัวหนีกระเซอะกระเซิง

พอจัดการคนพวกนั้นได้อยู่หมัดแล้ว ทุกคนถึงได้หยุดมือลง

หลายปีมานี้เมิ่งเสียวเถี่ยระรานวางอำนาจจนชินแล้ว ไหนเลยจะเคยเจอสถานการณ์เช่นนี้ได้ เขาจึงรู้สึกตกใจจนเสียสติ

เมื่อเห็นกลุ่มคนควบคุมชายฉกรรจ์ไว้ได้ เมิ่งเชี่ยนโยวถึงได้พูดกับเมิ่งเสียวเถี่ยว่า “อาสี่ ตัดสินใจได้แล้วหรือยังเจ้าคะ”

เมิ่งเสียวเถี่ยมองรอยยิ้มที่เมิ่งเชี่ยนโยวส่งให้เขา เหงื่อก็พลันไหลท่วมร่างกายออกมาอีกครั้ง

ข้ามกาลบันดาลรัก: Chapter 028 ตอนที่ 28