ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 010 ตอนที่ 10
ตอนที่ 10 ซื้อก้อนหยกดิบ
หน้าตาของก้อนหยกดิบที่ถูกวางแยกไว้บนพื้นก้อนนั้นไม่เหมือนกับที่ซีเหมินจินเหลียนจินตนาการไว้เลยสักนิด เธอคิดว่ามันน่าจะถูกผ่าครึ่งจนเห็นเนื้อหยกด้านใน แต่กลายเป็นว่ามันถูกเจียเปลือกหยกออกเพียงบางส่วนเท่านั้น ส่วนเปลือกหยกที่ถูกเจียออกมีขนาดเท่าฝ่ามือ ทำให้เห็นสีเขียวหยกแสนสวยที่ผู้คนต่างหลงใหล
“เห็นสีเขียวแค่นี้มีคนเสนอตั้งสองล้านเชียวหรือ” ซีเหมินจินเหลียนแอบบ่นกับตัวเองในใจ “แล้วถ้าเกิดข้างในไม่มีหยกล่ะจะทำยังไง”
เธอได้แต่คิดเรื่อยเปื่อย อย่างไรเสียมันก็ไม่เกี่ยวกับเธออยู่แล้วนี่นา อีกอย่างตอนนี้เธอรู้สึกอิจฉาคุณตาหวังชายผอมแห้งคนนั้นขึ้นมานิดๆ ซะแล้วสิ ซื้อมาแค่ห้าแสน แต่ขายต่อได้กำไรตั้งหนึ่งล้านห้าแสน ยังมีธุรกิจอะไรที่ทำกำไรได้เยอะขนาดนี้อีกไหม
“สองล้านสองแสน!” หลินเสวียนหลานเสนอ “ว่าอย่างไร คุณตาหวัง จะขายต่อไหมครับ”
ตาหวังส่ายหัวแล้วเลือกเครื่องเจียไฟฟ้าด้วยตัวเอง จากนั้นก็เริ่มเปิดเปลือกหยกอย่างระมัดระวัง การเปิดเปลือกหยกก็คือการใช้เครื่องมือเจียเอาส่วนที่เป็นเปลือกหยกออกนั่นเอง
ซีเหมินจินเหลียนมองดูผู้คนที่กำลังตั้งอกตั้งใจดูตาหวังเจียหินเปลือกหยกก็เริ่มเบื่อหน่าย ต่อให้มีหยกสีเขียวจริงก็ไม่เกี่ยวกับเธอเลยสักนิด อย่างมากเธออาจแค่ขอดูให้เป็นบุญตา อีกอย่างดูท่าทางแล้วคุณตาหวังคงใช้เวลาอีกนานกว่าจะเปิดเปลือกหยกเสร็จ อย่างไรเสียหยกมันก็คงบินหนีไปไหนไม่ได้ เธอได้แต่ส่ายหน้าแล้วเดินไปยังกองก้อนหยกดิบที่ถูกวางกองไว้ตรงมุมกำแพง
ไม่เสียแรงที่เถ้าแก่โจวเป็นนักธุรกิจหูตาไว อุตส่าห์สังเกตเห็นและตามเธอมา เถ้าแก่โจวยื่นไฟฉายพร้อมแว่นขยายให้ซีเหมินจินเหลียน เธอได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธ “ฉันใช้ของพวกนี้ไม่เป็นหรอกค่ะ ว่าจะลองเลือกสักสองก้อน เถ้าแก่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวฉันเลือกเสร็จแล้วจะบอกเถ้าแก่เองค่ะ”
“ก็ดีเหมือนกัน ถ้าอย่างนั้น ผมขอไปดูตาหวังเปิดเปลือกหยกก่อนนะ ถ้าคุณเลือกเสร็จแล้วก็บอกผมนะครับ” เถ้าแก่โจวตอบรับยิ้มๆ คนส่วนใหญ่มักไม่ชอบให้มีคนคอยตามดูอยู่ข้างๆ เวลาที่เลือกดูสินค้า ถึงแม้ซีเหมินจินเหลียนจะเป็นมือใหม่ ไม่สิ...ต้องบอกว่าไม่รู้เรื่องหวยหยกเลยต่างหาก ในเมื่อเธอไม่ต้องการให้เขาคอยตามดู เขาก็จะไม่รบกวนเธอ
ก้อนหยกดิบพวกนี้ เขารู้ดีแก่ใจที่สุดว่าเป็นก้อนหยกดิบที่เหลือจากการคัดแล้ว หากเจอหยกสีเขียวจริง คงต้องถือว่าเป็นบุญหล่นทับจริงๆ
ซีเหมินจินเหลียนมองตามเถ้าแก่โจวที่เดินจากไปแล้วค่อยโล่งอก เธอนั่งลงแล้วเลือกก้อนหินขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลครึ่งลูกมาหนึ่งก้อน ในใจแอบคิดว่า “ลองดูซิว่าจะเห็นข้างในไหม” ถึงเธอจะคิดแบบนั้น แต่ในใจตื่นเต้นมากเป็นพิเศษ ตื่นเต้นจนมือสั่นระริก ดีนะ ที่ไม่มีใครเห็นเข้า
ในใจเธอรู้ดีที่สุด หากเธอสามารถมองทะลุผ่านเปลือกหยกจนเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในได้ ต่อจากนี้ไป ชีวิตของเธอจะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป......
ซีเหมินจินเหลียนสูดหายใจลึกๆ คอยเตือนตัวเองว่าอย่าตื่นเต้น...อย่าตื่นเต้น เธอไม่มีอะไรต้องเสียอยู่แล้ว ต่อให้มองไม่เห็นก็ไม่เป็นไร อย่างไรเสียชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไปอยู่ดี
ซีเหมินจินเหลียนวางฝ่ามือลงบนก้อนหยกดิบ รวบรวมสมาธิ ทันใดนั้นพลังที่คุ้นเคยจากฝ่ามือเริ่มค่อยๆ แทรกซึมผ่านชั้นเปลือกหยกเข้าไปข้างใน...เธอรู้สึกได้ว่าเปลือกหยกนั้นค่อยๆ จางหายไปต่อหน้าต่อตาเธอ จนเห็นเป็นหินสีขาวที่ซ่อนอยู่ภายใน...ไม่มีหยกสีเขียวอย่างที่คิดแฮะ
แต่ซีเหมินจินเหลียนไม่เสียใจเลยสักนิด กลับกันในเสี้ยววินาทีนั้นเธอตื้นตันจนเกือบจะร้องตะโกนออกมาดังๆ ว่าเธอมองเห็นข้างในแล้ว......
ก้อนหยกดิบที่ปัจจุบันยังไม่มีเครื่องมือหรือเทคโนโลยีใดๆ สามารถส่องทะลุผ่านชั้นเปลือกหยกได้ แต่เธอ...เธอสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในได้อย่างชัดเจน เพียงแค่มองแวบเดียวเท่านั้นก็รู้ว่าหินก้อนนั้นเป็นเพียงก้อนหินไร้ค่า หรือเป็นหยกสีเขียวล้ำค่า!
ซีเหมินจินเหลียนนั่งกับพื้นอยู่อย่างนั้น เธอสูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับความตื่นเต้น ความดีใจ และความกระวนกระวายใจให้สงบลง แล้วเริ่มมองหาก้อนหยกดิบก้อนใหม่
เถ้าแก่โจวเป็นตาเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างที่หลินเสวียนหลานพูดไว้ไม่มีผิด ถ้าเป็นของดีจริงก็คงไม่เอามาวางไว้ข้างนอกอย่างนี้หรอก นี่เธอส่องดูตั้งสิบกว่าก้อนแล้ว เห็นมีแต่หินสีขาวๆ ทั้งนั้น
อากาศช่วงเดือนพฤษภาคมเริ่มร้อนแล้ว ยิ่งเวลาใกล้เที่ยงอย่างตอนนี้ อากาศยิ่งร้อนอบอ้าวกว่าปกติ ซีเหมินจินเหลียนรู้สึกว่าเสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อ พอนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้อาบน้ำตั้งแต่เมื่อวาน แล้ววันนี้ยังมาตระเวนอยู่ข้างนอกตั้งนานสองนาน เธอชักจะได้กลิ่นเหม็นเปรี้ยวของตัวเองซะแล้วสิ
ซีเหมินจินเหลียนหยิบก้อนหยกดิบสีดำที่เหมือนถูกเคลือบด้วยคราบเขม่าจากก้นหม้อขนาดเท่ากำปั้นขึ้นมา ในใจนึกดูแคลนเถ้าแก่โจวจอมเจ้าเล่ห์ หินก้อนเล็กแค่นี้ ขายตั้งห้าร้อยเชียว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแสงสะท้อนจากแสงอาทิตย์หรือเพราะเธอตาลายกันแน่ เหมือนมีแสงสีทองจางๆ ปรากฏขึ้นแวบหนึ่งตรงรอยสักดอกบัวทองบนหลังมือขวาของเธอ ไอร้อนซึมผ่านก้อนหยกดิบ เปลือกหยกสีดำเริ่มจางลงๆ จนเห็นหยกสีเขียวที่ผู้คนหลงใหลซ่อนอยู่ข้างใน......
สีเขียวสดใส เนื้อหยกใสบริสุทธิ์...ช่างงามจับตาจับใจเหลือเกิน
ซีเหมินจินเหลียนดีใจสุดๆ สำรวจดูอย่างละเอียด นอกจากเปลือกหยกที่หนาประมาณหนึ่งเซนติเมตรแล้ว ข้างในเป็นหยกสีเขียวสดใสและโปร่งใส เธอไม่รู้หรอกว่าอะไรคือความโปร่งใสของหยก รู้แต่ว่าหลินเสวียนหลานเคยบอกว่าหยกต้องโปร่งใส สีต้องสดใส ลายหยกต้องสวย ยิ่งใสยิ่งดี...
ถ้าโปร่งใสมากเหมือนแก้ว เรียกว่าหยกเนื้อแก้ว...ซึ่งเป็นหยกสีเขียวที่ดีที่สุด หรือที่เรียกกันว่าหยกสีเขียวจักรพรรดิ์ ขอแค่มีความโปร่งใสสูง ถึงจะไม่มีสี แต่ก็มีค่าไม่ใช่น้อย
ถ้าให้แบ่งประเภทหยกสีเขียว เธอคงงงเป็นไก่ตาแตก แต่อย่างน้อยเธอก็พอรู้ว่าหยกสีเขียวก้อนนี้สีสันไม่ได้สดใสมาก สีเขียวชอุ่มคล้ายสีใบไม้ในฤดูใบไม้ผลิหลังฝน สวยงามจับตามาก
“ถูกแจ็คพอตแล้ว!” ซีเหมินจินเหลียนยิ้มกริ่มในใจ เธอต้องรีบจ่ายเงินให้เถ้าแก่โจวแล้วหาคนช่วยเปิดเปลือกหินเหมือนที่ตาหวังทำ ถ้ามีคนเสนอราคา เธอต้องรีบขายออกไป หึๆ หึๆ
เมื่อคิดถึงตรงนี้ซีเหมินจินเหลียนจึงได้แต่กระหยิ่มยิ้มย่อง ขณะที่เธอกำลังจะลุกขึ้นไปหาเถ้าแก่โจวก็นึกขึ้นได้ ถ้าเธอเสี่ยงโชคครั้งแรกก็เจอหยกสีเขียวเลย มันจะเป็นที่สงสัยหรือเปล่า คนระแวดระวังอย่างซีเหมินจินเหลียนนิ่งคิด สุดท้ายสายตาจึงเหลือบไปหยุดอยู่ที่ก้อนหยกดิบก้อนใหญ่ที่สุดในกองหินพวกนั้น ก้อนนี้แหละ!
ซีเหมินจินเหลียนต้องออกแรงอย่างมากกว่าจะยกก้อนหยกดิบก้อนนั้นลงมาได้ กะคร่าวๆ แล้วน่าจะหนักสักสิบห้า สิบหกกิโลกรัม ถือว่าก้อนใหญ่พอควร
“เถ้าแก่ ฉันเอาสองก้อนนี้ค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนรีบบอกเถ้าแก่โจว
ถึงแม้เถ้าแก่โจวกำลังดูตาหวังเปิดเปลือกหยกอยู่ แต่ก็ยังคอยใส่ใจซีเหมินจินเหลียนที่กำลังเลือกก้อนหยกดิบ พอได้ยินดังนั้นก็รีบเข้ามาหา “คุณซีเหมิน เลือกเสร็จแล้วหรือครับ”
“ใช่ค่ะ ฉันเอาสองก้อนนี้ค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนตอบรับ
เถ้าแก่โจวตอบรับเบาๆ “เลือกแค่สองก้อนเองเหรอ ไม่ลองเลือกเพิ่มอีกหน่อยหรือครับ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนส่ายหัวปฏิเสธ “ถ้าเกิดเจอหยกสีเขียวขึ้นมา ฉันค่อยเข้าไปเลือกก้อนดีๆ ที่อยู่ข้างในดีกว่าค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนพูดพลางหยิบบัตรเอทีเอ็มออกมาจากกระเป๋าสะพายแล้วมองเถ้าแก่โจวเขินๆ
“ข้างๆ นี้มีตู้เอทีเอ็มครับ คุณไปกดถอนเงินก่อนเถอะครับ” เถ้าแก่โจวบอกยิ้มๆ
“ค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบไปรีบกลับนะคะ!” ซีเหมินจินเหลียนพูดเสร็จก็รีบวิ่งไปยังตู้เอทีเอ็ม ไม่ถึงสามนาที เธอก็รีบวิ่งกลับมาพร้อมเงินสด หลังจากชำระเงินให้เถ้าแก่โจวเรียบร้อยแล้วก็รีบจับหินก้อนเล็กที่เลือกไว้มาไว้ในมือถึงค่อยอุ่นใจขึ้นมาบ้าง ส่วนหินก้อนใหญ่ก้อนนั้นนะหรือ อย่าว่าแต่ไม่รู้ว่ามีหยกสีเขียวอยู่ข้างในหรือเปล่าเลย ต่อให้มีหยกสีเขียวอยู่ข้างในจริง ให้อุ้มไว้ก็กินแรงไม่ใช่เล่นเหมือนกัน
“คุณซีเหมินจะเปิดเปลือกหยกเลยไหมครับ” เถ้าแก่โจวถาม
“แน่นอนค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนพยักหน้ารับแล้วถาม “แล้วคุณหวังเปิดเปลือกหยกเสร็จหรือยังคะ”