ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 011 ตอนที่ 11
ตอนที่ 11 โชคดีล้วนๆ
เถ้าแก่โจวได้แต่ยิ้มแล้วส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร หลินเสวียนหลานเดินเข้ามาถามซีเหมินจินเหลียน “ขอผมดูหน่อยสิว่าคุณเลือกได้แบบไหน”
ซีเหมินจินเหลียนชี้ไปยังก้อนหยกดิบก้อนใหญ่สุดก้อนนั้น รวมทั้งก้อนที่ถืออยู่ในมือของเธอด้วย
หลินเสวียนหลานดูๆ แล้วยิ้ม ส่ายหน้าพลางถอนหายใจ หินสองก้อนนี้น่ะหรือ ให้เขาฟรีเขายังไม่เอาเลย แต่เขาไม่อยากทำร้ายจิตใจเธอ จึงได้แต่ถามออกไปยิ้มๆ “ให้ผมช่วยคุณเปิดเปลือกหยกไหม”
“ขอบคุณค่ะ แต่คงต้องรอให้คุณหวังใช้เสร็จก่อน” ซีเหมินจินเหลียนตอบยิ้มๆ
“ครับ ถ้าอย่างนั้นเราไปดูกันหน่อยดีกว่า ป่านนี้ตาหวังคงเปิดเปลือกหยกจนขาดทุนไปแล้วมั้ง!” หลินเสวียนหลานพูดพลางหัวเราะ
“ขาดทุนหรือคะ” ซีเหมินจินเหลียนถามอย่างไม่เข้าใจ
“มันเป็นหินหยกแบบที่มีสีเขียวติดเปลือกหยกเท่านั้น อีกอย่างหยกก็เล็กนิดเดียว!” หลินเสวียนหลานอธิบายพลางยักไหล่
“มีสีเขียวติดเปลือกหยกเท่านั้นหรือคะ” ซีเหมินจินเหลียนเริ่มสงสัย เมื่อกี้เขายังขอซื้อก้อนหยกดิบก้อนนั้นในราคาตั้งสองล้านสองแสนอยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้มาบอกว่าขาดทุนแล้วล่ะ
เถ้าแก่โจวเห็นซีเหมินจินเหลียนยังไม่เข้าใจจึงรีบอธิบาย “ที่ว่ามีสีเขียวติดเปลือกหยก หมายความว่ามีหยกสีเขียวติดอยู่ตรงเปลือกหยกนิดหน่อย และข้างในก็เป็นหินสีขาวขุ่นธรรมดาเท่านั้น แต่ว่าตอนนี้เพิ่งจะเปิดเปลือกหยกไปได้นิดเดียวเอง ยังแน่ใจไม่ได้หรอกว่าเป็นก้อนหยกดิบที่มีสีเขียวติดเปลือกหยกเท่านั้นหรือเปล่า”
ระหว่างที่เถ้าแก่โจวอธิบายให้ซีเหมินจินเหลียนฟังอยู่นั้น หลินเสวียนหลานกับซีเหมินจินเหลียนรีบอาศัยช่วงจังหวะนี้เบียดตัวแทรกเข้าไปยังกลุ่มคนที่รุมออกันอยู่ตรงนั้น และเป็นอย่างที่บอกจริงด้วย ก้อนหยกดิบของตาหวังดูเผินๆ แล้วมีสีเขียวตรงเปลือกหยกแค่นิดเดียวเอง ส่วนเปลือกหยกที่ถูกเปิดออกแล้วก็เห็นเพียงหินสีขาวขุ่น มิน่าเล่าถึงได้พูดกันว่าขาดทุนแล้ว ต่อให้เธอไม่รู้เรื่อง แต่เจ้าหินสีขาวขุ่นนี่ ดูยังไงก็ไม่มีราคาแน่นอน
“แล้วแบบนี้ยังพอมีราคาเท่าไหร่คะ” ซีเหมินจินเหลียนถามหลินเสวียนหลานเสียงเบา
หลินเสวียนหลานครุ่นคิดแล้วตอบเสียงเบาว่า “เมื้อกี้ผมได้ดูแล้ว ก้อนหยกดิบก้อนนี้มาจากเมืองพากัน ประเทศพม่า เป็นหยกบ่อเก่า ลายตรงเปลือกหยกก็ดูดี ดูลักษณะแล้วน่าจะไม่เลว เพียงแต่ตรงที่ควรจะมีหยกสีเขียวกลับไม่มี มีแค่สีเขียวนิดหน่อยตรงเปลือกหินเท่านั้น เพราะฉะนั้นถือว่าอยู่นอกสายตาผม ถึงอย่างไรเจ้าก้อนหยกดิบก้อนนี้ก็ยังพอมีลุ้นอยู่ ถ้าตาหวังยอมขายออกไปตอนนี้ ผมคงยอมจ่ายสักแปดหมื่นถึงหนึ่งแสนเอามาผ่าเล่นๆ เสี่ยงโชคดู”
ซีเหมินจินเหลียนได้ฟังดังนั้นก็ได้แต่ประหลาดใจ เมื่อกี้ยังมีมูลค่าสูงถึงสองล้านอยู่เลย ดูตอนนี้สิเหลือแค่แปดหมื่นถึงหนึ่งแสนเท่านั้น นี่มันต่างกันราวฟ้ากับเหวชัดๆ เธอได้แต่เสียดายแทนตาหวังอยู่ในใจว่าทำไมไม่ขายออกไปเสียตั้งแต่แรก
“พวกเขายังต้องอ่านหยกก้อนนั้นกันอีกสักพัก ถ้าอย่างนั้นเรามาผ่าก้อนหยกดิบของคุณดีไหมครับ” หลินเสวียนหลานหัวเราะแล้วถามซีเหมินจินเหลียน
“ก็ดีค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนผงกหัวรับ อย่างไรซะก็ต้องผ่าอยู่แล้ว
“แล้วจะผ่าก้อนไหนก่อนดีล่ะครับ” หลินเสวียนหลานมองดูก้อนหยกดิบก้อนใหญ่แล้วหันมามองก้อนหยกดิบก้อนเล็กที่ถูกกอบกุมไว้อย่างดีราวของมีค่าในมือซีเหมินจินเหลียนแล้วถาม
“ก็ต้องผ่าก้อนใหญ่ก่อนอยู่แล้ว” ซีเหมินจินเหลียนตอบพลางหัวเราะ พร้อมชี้นิ้วไปยังเจ้าก้อนหยกดิบก้อนใหญ่
พนักงานสองคนของเถ้าแก่โจวได้ยินดังนั้นก็รีบเข้ามาช่วยกันยกก้อนหยกดิบก้อนใหญ่ไปวางไว้บนเครื่องตัดหินหยกและจัดวางตำแหน่งให้เรียบร้อย หลินเสวียนหลานเรียกให้ซีเหมินจินเหลียนเดินเข้าไปหาพร้อมถาม “คุณจะให้ผมผ่าให้ หรือว่าคุณจะผ่าเอง”
“ฉันผ่าเองได้เหรอคะ” ซีเหมินจินเหลียนถามด้วยความแปลกใจ
“เครื่องมือพวกนี้เป็นเครื่องมือไฟฟ้า คุณอยากลองดูไหม” หลินเสวียนหลานยักคิ้วแล้วหัวเราะเบาๆ
“อ๋อ ถ้าอย่างนั้นก็ผ่าจากตรงนี้เลยค่ะ ฉันจะดูเอาไว้ค่ะว่าต้องผ่ายังไง!” ซีเหมินจินเหลียนวาดนิ้วลงบนก้อนหยกดิบที่ถูกจัดวางไว้บนเครื่องตัดหินหยก โดยจะเริ่มผ่าจากตำแหน่งที่กะระยะได้ประมาณสามส่วนสี่ ถ้าผ่าแล้วไม่เจอสีเขียว ยังผ่าตรงอื่นได้อีก ไหนๆ เธอก็เตรียมจะผ่าเจ้าก้อนหยกดิบก้อนนี้ให้เหมือนกับผ่าแตงโมสักสิบสี่ชิ้นอยู่แล้วนี่
“ได้ ไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ!” หลินเสวียนหลานผงกหัวรับและเริ่มขีดเส้นลงบนก้อนหยกดิบ เสร็จแล้วจึงเริ่มทำการผ่าก้อนหยกดิบก้อนนั้น
เมื่อสักครู่ ทุกคนเพิ่งจะเห็นว่าตาหวังเปิดเปลือกหยกแล้วล้มเหลว ตอนนี้ยังมีคนจะผ่าก้อนหยกดิบอีก แถมยังผ่าซะกลางก้อนแบบนั้น ผู้คนจึงออกันเข้ามามุงดูกันยกใหญ่ ประธานซุนที่สนิทสนมกับหลินเสวียนหลานก็รวมอยู่ในนั้นด้วย
“คุณซีเหมินเป็นคนซื้อเหรอครับ” ประธานซุนได้ยินหลินเสวียนหลานแนะนำเมื่อสักครู่ว่านามสกุลของเธอคือซีเหมิน ตอนนี้เขาจึงเดินเข้าไปทักทายเธอด้วยตัวเอง
“ใช่ค่ะ แต่ฉันไม่รู้เรื่องพวกนี้เลย ก็เลยซื้อไว้เสี่ยงโชคเล่นๆ น่ะค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนตอบยิ้มๆ
ประธานซุนผงกศีระยิ้มๆ เขามองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าก้อนหยกดิบที่ซีเหมินจินเหลียนซื้อมาเป็นก้อนหยกดิบราคาก้อนละห้าร้อยหยวนที่เถ้าแก่โจวคัดทิ้งไว้ข้างนอก โอกาสที่จะเจอหยกสีเขียวแทบจะเป็นศูนย์ แต่เขาก็ไม่สะดวกใจที่จะพูด ถึงว่าล่ะแม้หลินเสวียนหลานจะอาสาช่วยผ่าก้อนหยกดิบให้ แต่ก็เล่นผ่ากลางก้อนซะเลย
โดยปกติแล้ว ข้อห้ามใหญ่ในการผ่าก้อนหยกดิบก็คือการผ่าจากกลางก้อนหยกดิบโดยตรง ถ้าเกิดผ่าแล้วเจอหยกสีเขียวขึ้นมาแล้วละก็อาจทำให้สูญเสียหลายแสนเลยทีเดียวเชียว แล้วถ้าหากเป็นก้อนหยกดิบลักษณะดี คนส่วนใหญ่ก็จะทำแบบตาหวัง นั่นคือค่อยๆ เปิดเปลือกหยกออกจนเห็นเนื้อในใต้เปลือกหินหยกแล้วค่อยว่ากัน
ถ้าถึงขั้นต้องผ่าก้อนหยกดิบออกก็ต้องอ่านลักษณะเปลือกหยกก่อนว่ามีโอกาสที่จะมีหยกอยู่ตรงส่วนไหน แล้วจึงคำนวณว่าควรจะเริ่มผ่าจากตรงไหนจึงจะได้หยกสีเขียวและทำให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด จนถึงตอนนี้ตาหวังยังนั่งอ่านก้อนหยกดิบก้อนนั้นอยู่เลย และคงไม่มีใครกล้าไปรบกวนสมาธิของตาหวังแน่ๆ เพราะหากผ่าก้อนหยกดิบแล้วเกิดผิดพลาดขึ้นมา คงไม่มีใครรับผิดชอบความเสียหายนี้ไหวแน่
ทุกคนจึงเข้าใจดีว่าการผ่าก้อนหยกดิบที่อาจมีหยกสีเขียวอยู่ภายในนั้นเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างประณีตและระมัดระวังให้มากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีใครตำหนิว่าตาหวังเชื่องช้าเลยสักคน
ฝีมือการผ่าหยกของหลินเสวียนหลานนับว่าดีทีเดียว มันเป็นการผ่าก้อนหยกดิบที่เรียบง่าย แม่นยำและรวดเร็ว รอยมีดที่ผ่าลงไปนั้นเกลี้ยงเกลาไร้ที่ติ
“เอ๊ะ!” หลินเสวียนหลานที่เป็นคนลงมีดและเป็นคนแรกที่เห็นสภาพที่อยู่ภายใต้รอยผ่าถึงกับประหลาดใจทันที เขารีบตักน้ำที่อยู่ข้างๆ แล้วพรมน้ำลงบนก้อนหยกดิบที่เพิ่งถูกผ่าออก ซีเหมินจินเหลียนเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปดู เธอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้เห็น
ทำไมเป็นสีเขียวล่ะ มีริ้วสีเขียวกว้างประมาณสองนิ้ว ยาวประมาณเจ็ดแปดเซนติเมตรอยู่ทั้งสองด้านของก้อนหยกดิบที่ถูกผ่าครึ่ง เพียงแต่สีสันไม่สวยเท่าก้อนหยกดิบก้อนเล็กที่อยู่ในมือของเธอ
“เป็นหยกเนื้อถั่วเขียว ถึงสีจะไม่ค่อยสวยนัก แต่ใสใช้ได้ทีเดียว!” หลินเสวียนหลานพูดกับเธอยิ้มๆ “จินเหลียน ยินดีด้วยนะครับ!”
ซีเหมินจินเหลียนยื่นมือออกไปลูบคลำดู มันเป็นผิวสัมผัสที่ละเอียดและเรียบลื่น ในใจเธอก็ชอบอยู่ไม่น้อย วันนี้เธอโชคดีสุดๆ ไปเลย ไม่ต้องใช้พลังพิเศษยังโชคดีขนาดนี้เลยเหรอ เธอได้ยินที่หลินเสวียนหลานเรียกชื่อเธอเฉยๆ แต่เธอก็ทำเป็นหูทวนลมเสีย
“คุณซีเหมิน ผมให้ห้าหมื่น ขายให้ผมนะครับ! ประธานซุนรีบเสนอ
“ทำไมประธานซุนทำแบบนี้ล่ะครับ!” หลินเสวียนหลานส่ายๆ หัวแล้วว่า “จินเหลียนเป็นเพื่อนผมนะ คุณยังจะตัดหน้าผมอีกเหรอครับ”
“อ้าว ก็คุณพูดเองไม่ใช่เหรอว่าคุณกับคุณซีเหมินไม่ได้สนิทกัน ในเมื่อไม่สนิทกันแล้วทำไมผมจะเสนอราคาไม่ได้ล่ะ” ประธานซุนทำเสียงฮึดฮัด “ต่อให้พวกคุณสนิทกัน ตามกติกาแล้ว คนไหนเสนอราคาดีกว่าคนนั้นก็ได้ของไปไม่ใช่หรือไง”
ส่วนซีเหมินจินเหลียนชะงักไปครู่ด้วยความตะลึง ห้าหมื่นเลยเหรอ ในใจรู้สึกตื่นเต้นไปหมด เธอต้องทำงานตั้งสองปีกว่าจะเก็บเงินได้สามหมื่น แต่ตอนนี้เธอซื้อก้อนหยกดิบแค่สามร้อย เพียงชั่วพริบตา ก็สามารถขายและทำกำไรได้ตั้งสี่หมื่นกว่าเลยเชียวหรือ
“จินเหลียน ผมให้คุณหกหมื่นเลย!” หลินเสวียนหลานเสนอ
“คือว่า...ช่วยผ่าจากตรงนี้ให้หน่อยได้ไหมคะ ฉันอยากรู้ว่าข้างในนั้นจะมีหยกสีเขียวอยู่มากแค่ไหน” ซีเหมินจินเหลียนสงสัยและอยากรู้จริงๆ จากสภาพที่เห็นตอนนี้ มันก็มีแค่หยกสีเขียวบางๆ เท่านั้น และคงไม่มีค่าสักเท่าไหร่ ก็เหมือนกับก้อนหยกดิบของตาหวังนั่นอย่างไรล่ะ
“ได้แน่นอนครับ!” หลินเสวียนหลานพูดพลางจัดวางก้อนหยกดิบให้เข้าที่แล้วฟันฉับลงไป
พอได้ยินว่าซีเหมินจินเหลียนอยากจะให้ผ่าเพิ่มอีก ประธานซุนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่เรื่องที่เธอผ่าก้อนหยกดิบแล้วเจอหยกสีเขียว ทำให้มีผู้คนพากันมามุงดูเพิ่มเยอะขึ้นไปอีก