ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 009 ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 เห็นหยกสีเขียวแล้ว
ประธานซุนและเถ้าแก่โจวหัวเราะจนซีเหมินจินเหลียนวางสีหน้าไม่ถูก เธอพยายามหันไปมองทางอื่นเพื่อหนีสายตาของพวกเขา แต่แล้วเธอก็หันไปเห็นหินกองหนึ่งที่มีขนาดเล็กใหญ่คละกันประมาณห้าสิบหกสิบก้อนถูกวางกองทิ้งไว้ข้างๆ ร้าน หินพวกนั้นมีขนาดไม่ใหญ่มาก มีแผ่นไม้แผ่นใหญ่วางอยู่บนกองหินเขียนว่า “หวยหยกก้อนละห้าร้อย เลือกได้ตามอัธยาศัย! รวยชั่วข้ามคืนไม่ใช่ฝันอีกต่อไป!”
ซีเหมินจินเหลียนอ่านป้ายโฆษณาแล้วรู้สึกเหมือนพวกโฆษณาที่มีพนักงานขายถือโทรโข่งตะเบ็งเสียงแข่งกันลดราคากระหน่ำซัมเมอร์เซลส์อย่างไรอย่างนั้น หวยหยกพวกนี้ก็ต้องใช้วิธีเดียวกันอย่างนั้นหรือ? หรือว่าขอแค่เป็นของซื้อของขาย ล้วนต้องการโฆษณาทั้งสิ้น?
ใกล้ๆ กับกองหินพวกนั้น มีเครื่องตัดหินหยกตั้งอยู่ ถึงแม้ซีเหมินจินเหลียนจะไม่รู้วิธีใช้งาน แต่จากที่สังเกตดูจากคนที่ใช้งานอยู่ก็ทำให้เธอพอจะเข้าใจบ้าง
หลังจากซื้อหินพวกนี้แล้วก็ต้องผ่าหินออกมาดูจึงจะรู้ว่าข้างในมีหยกสีเขียวหรือเปล่า หินพวกนี้ไม่ใช่พืชผักที่ซื้อแล้วหิ้วกลับบ้าน เสร็จแล้วใช้มีดหั่นให้ขาดได้ แต่ต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะ หากไม่มีเครื่องตัดหินหยกแล้ว จะให้ยกหินทุ่มกับพื้นให้แตกก็คงไม่ได้
“คุณตาหวังอายุปูนนี้แล้ว แกยังชอบเสี่ยงดวงขนาดนี้อีกเหรอครับ?” หลินเสวียนหลานถามเถ้าแก่โจวยิ้มๆ
“วันนี้มาแต่เช้าเลย เลือกอยู่นานได้มาสองก้อน อีกเดี๋ยวก็คงจะผ่าหินหยกแล้วล่ะ ผมถึงได้โทรหาคุณยังไงล่ะ” เถ้าแก่โจวเลิกแซวหลินเสวียนหลานแล้วกล่าวยิ้มๆ
ซีเหมินจินเหลียนอยากรู้อยากเห็นมาก รีบมองเข้าไปยังกลุ่มคนที่ออกันอยู่ คนที่ถูกเรียกว่าคุณตาหวังอายุมากแล้ว เธอเดาว่าน่าจะสักเจ็ดสิบกว่าๆ ถึงจะผอมแห้งแต่ยังดูแข็งแรงดี คุณตาหวังกำลังสั่งให้เด็กหนุ่มสองคนช่วยกันยกก้อนหินสีดำหนักราวๆ สามสิบ สี่สิบกิโลกรัมไปวางไว้บนเครื่องตัดหินหยก
หลินเสวียนหลานหันไปมองแวบหนึ่งแล้วถาม “ของพะกัน[footnoteRef:1]เหรอครับ?” [1: พะกัน หรือ พากัน (Hpakant) อยู่ในรัฐคะฉิ่นทางตะวันออกของเมืองมิตจีนา (Myitkyina) ประเทศพม่าที่มีเหมืองหยกที่ใหญ่ที่สุดในโลก]
“นี่คุณไม่มั่นใจแหล่งสินค้าของผมเหรอ?” เถ้าแก่โจวหยิบบุหรี่ขึ้นมา แล้วยื่นให้หลินเสวียนหลานกับประธานซุนคนละมวน ทั้งสามจุดบุหรี่สูบกันจนควันโขมง “พูดถึงเรื่องนี้ ช่วงนี้พม่ากวาดล้างก้อนหยกเถื่อนกันอย่างเข้มงวด ต่อไปจะหาของถูกคงลำบาก จริงสิ คุณปู่ของคุณไปงานประมูลหยกสีเขียวที่พม่าคราวนี้ ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง?”
หลินเสวียนหลานโคลงศรีษะแล้วว่า “มันก็พูดยากนะครับ ครอบครัวผมทำธุรกิจนี้ ยังไงก็ต้องใช้หยกดิบ คุณปู่ไปพม่าคราวนี้คงได้หยกดิบกลับมาหลายก้อน แต่ที่ผมเป็นห่วงคือเรื่องสุขภาพของท่านมากกว่า คุณก็รู้ คุณปู่กับคุณปู่จู้อายุมากแล้ว ที่จริงผมจะไปกับพวกท่านด้วย แต่คุณปู่บอกว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ท่านจะไปพม่า ยังไงก็ขอเสี่ยงดวงอีกสักตั้ง ต่อไปก็ต้องฝากความหวังไว้กับลูกหลานแล้ว”
“พูดถึงเรื่องนี้ ผมล่ะนับถือคุณปู่คุณจริงๆ!” ประธานซุนแทรกขึ้น “คนอายุเจ็ดสิบ ยังมีแรงไปนู่นไปนี่ ถ้าเป็นผม คงขยับตัวไม่ไหวแล้ว!”
ซีเหมินจินเหลียนได้ฟังดังนั้นก็เหลือบมองพุงพลุ้ยๆ ของประธานซุนอย่างไม่ค่อยหวังดีเท่าไหร่ แถมยังแอบคิดอยู่ในใจ “ดูพุงพลุ้ยๆ ของตัวเองก่อนสิ แบบนี้คงไม่ต้องรอให้ถึงเจ็ดสิบก็คงขยับตัวไม่ไหวแล้วมั้ง”
แน่นอนว่าประธานซุนไม่รู้หรอกว่าเธอแอบคิดอะไรอยู่ในใจ เถ้าแก่โจวถอนหายใจ ถามหลินเสวียนหลาน “คุณชายหลิน คุณจะเข้าไปเลือกก้อนหยกดิบก่อน หรือว่าจะดูเขาผ่าหินหยกก่อนล่ะ?”
“ผมขอดูก่อนดีกว่าครับ!” หลินเสวียนหลานกล่าวยิ้มๆ “ก้อนหยกดิบของตาหวังคงไม่ใช่ถูกๆ ใช่ไหมครับ?”
เถ้าแก่โจวไม่ตอบ ประธานซุนยกมือขึ้นแล้วกางนิ้วออก หลินเสวียนหลานหัวเราะ “ห้าแสน? เถ้าแก่โจวนี่เขี้ยวจริงๆ”
ซีเหมินจินเหลียนฟังแล้วได้แต่อึ้งจนพูดไม่ออก แค่หินก้อนเดียวราคาตั้งห้าแสนเชียวหรือ? ถ้าผ่าแล้วไม่เจอหยกสีเขียวก็เจ๊งกันพอดีสิ
ถึงซีเหมินจินเหลียนจะไม่มีความรู้เรื่องหวยหยก แต่เธอก็รู้กติกายื่นหมูยื่นแมว ซื้อแล้วคืนไม่ได้ จะหาเรื่องคนขายก็ไม่ได้ เมื่อกี้หลินเสวียนหลานก็พูดอยู่ว่าหวยหยกทดสอบสายตานักเสี่ยงโชค
“คุณยังไม่ได้ซื้อซะหน่อย หาว่าผมเขี้ยวได้ยังไงกัน?” เถ้าแก่โจวยิ้มเฉื่อยๆ “ก้อนหยกดิบก้อนนี้ ลักษณะดีทุกประการ แล้วยังเป็นหยกบ่อเก่า[footnoteRef:2]อีก โอกาสที่จะเป็นหยกสีเขียวสูงมาก นี่ผมเห็นว่าเป็นตาหวังนะ ผมมีของใหม่มาทีไร แกก็มาสนับสนุนตลอด คนกันเองทั้งนั้น ถ้าเป็นคนอื่นไม่ได้สักเจ็ดหรือแปดแสน ผมไม่มีทางขายแน่นอน!” [2: หยกบ่อเก่า คือหยกเนื้อแข็งที่คุณภาพและราคาสูง (Jadeite Jade) หรือที่เรียกกันว่าหยกพม่า]
หลินเสวียนหลานยิ้มๆ ผงกหัวยอมรับแต่ก็ไม่พูดอะไร มันก็จริง ตราบใดที่ยังไม่เห็นของ เขาก็ตัดสินอะไรไม่ได้ ถ้าหากว่าเป็นของดีจริง อย่าว่าแต่เจ็ดแปดแสนเลย ต่อให้ราคาล้านหรือสองล้านก็คุ้มค่าที่จะลงทุน ขอแค่ให้ได้เห็นว่ามีสีเขียวหน่อยเถอะ หยกที่อยู่ข้างในคงประเมินค่าไม่ได้
“คุณหลินคะ กองนั้นเป็นก้อนหยกดิบเหมือนกันเหรอคะ?” ซีเหมินจินเหลียนถามพร้อมชี้ไปยังกองหินที่ถูกวางกองระเกะระกะตรงนั้น หินที่ต่อให้ทิ้งไว้ข้างทางก็คงไม่มีคนอยากได้
หลินเสวียนหลานมองไปยังกองหินแล้วอดหัวเราะไม่ได้ “นั่นเป็นก้อนหยกดิบเหมือนกันครับ แต่ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างเถ้าแก่โจวไม่มีทางเอาของดีมาขายราคาถูกแน่นอน ถ้าคุณอยากได้ลองซื้อสักก้อนเสี่ยงโชคดูสิครับ ถ้าผ่าแล้วเจอหยกเนื้อถั่วเขียว[footnoteRef:3] ถึงจะไม่ใสมาก แต่ก็มีโอกาสขายต่อ ได้ราคาเป็นหมื่นเลยนะครับ” [3: หยกเนื้อถั่วเขียว หยกสีเขียวอ่อน เนื้อใสปานกลางถึงมาก มีลายเมฆสีขาวปนอยู่กับเขียว]
“อืม...” ซีเหมินจินเหลียนพยักหน้ารับรู้แล้วมองไปทางกองหินกองนั้น แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร
“ถ้าคุณซีเหมินสนใจ ผมลดราคาให้ได้นะครับ” เถ้าแก่โจวยิ้มจนตาหยีพร้อมเสนอ
ซีเหมินจินเหลียนแอบบ่นในใจว่าตาเฒ่าเจ้าเล่ห์เอ๊ย แล้วถามหน้ายิ้มๆ “ฉันไม่มีความรู้เรื่องหวยหยกเลยค่ะ แต่ลองเสี่ยงดูก็ได้ แล้วคุณลดให้ได้เท่าไหร่คะ?”
“ราคาตามป้ายก้อนละห้าร้อย ในฐานะที่คุณซีเหมินเป็นเพื่อนกับคุณหลิน ผมลดให้เลยเหลือก้อนละสี่ร้อยห้าสิบ ตกลงไหมครับ? เถ้าแก่โจวเสนอยิ้มๆ
“แพงเกินไป!” หลินเสวียนหลานไม่รอให้ซีเหมินจินเหลียนได้พูด ก็เริ่มต่อว่า “คุณนี่มันเขี้ยวจริงๆ เลยนะ นี่ขนาดคนของผมคุณยังกล้าฟันราคาขนาดนี้เลยเหรอ? ก้อนหยกดิบที่อยู่ข้างนอกนั่นจะมีหยกสีเขียวแน่เหรอ? ถ้ามันมีดีจริงคุณก็คงผ่าเองแล้ว หรือไม่ก็คงเอาไปไว้ด้านในไว้โก่งราคาพวกเรา มุกนี้คุณเก็บไว้ใช้กับคนอื่นเถอะ แต่ไม่ใช่กับผม มากสุดก็ก้อนละสามร้อย จินเหลียน คุณไปเลือกสักสองก้อน ถ้าแพงกว่านี้ก็ไม่เอา”
ซีเหมินจินเหลียนรีบผงกหัวรัวๆ ที่แท้ก็สามารถต่อราคาเจ้าก้อนหยกนี่ได้ขนาดนี้เลยเหรอ? ราคาถูกกว่าของแบกะดินเสียอีก
“ได้ๆๆ” เช้านี้เถ้าแก่โจวขายของได้ตั้งห้าแสนจากตาหวังแล้วจึงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เขาจึงไม่คิดเล็กคิดน้อยกับหินแค่สองก้อนแค่นี้ เถ้าแก่โจวผงกหัวเป็นเชิงตกลง “สามร้อยก็สามร้อย เมื่อกี้ยังพูดอยู่เลยว่าไม่สนิทกัน ทำไมตอนนี้ถึงปกป้องกันซะขนาดนี้ล่ะ? ถ้าผมไม่ตกลง ผมก็กลายเป็นพ่อค้าจอมเขี้ยวจริงๆ นะสิ คุณซีเหมินอยากได้ก้อนไหนเลือกได้ตามใจเลย จะก้อนเล็กก้อนใหญ่ก็สามร้อยถ้วน!”
“เห็นหยกสีเขียวแล้ว!” ขณะที่ซีเหมินจินเหลียน เถ้าแก่โจวและหลินเสวียนหลานกำลังต่อรองราคากันอยู่นั้น ก็มีเสียงตะโกนดังขึ้นบริเวณเครื่องตัดหินหยก คนที่คอยดูอยู่รอบๆ ก็รีบออกันเข้าไปมุงดูใกล้ๆ แม้แต่หลินเสวียนหลานยังทิ้งซีเหมินจินเหลียนไว้ ส่วนตัวเองก็เบียดเข้าไปดูให้แน่ใจ ส่วนเถ้าแก่โจวกับประธานซุนยิ่งไม่ต้องพูดถึง
ซีเหมินจินเหลียนอยากเข้าไปดูด้วย แต่เห็นคนเบียดเสียดกันขนาดนั้นก็คงเบียดกับเขาไม่ไหว เธอได้แต่ส่ายหน้า แล้วหันไปสนใจกองหินหน้าตาประหลาดกองนั้น หินหน้าตาน่าเกลียดแบบนี้จะมีหยกสีเขียวสวยๆ ซ่อนอยู่ข้างในจริงเหรอ?
“ผมให้สองล้าน!” ใครบางคนส่งเสียงตะโกนออกมาจากกลุ่มคนที่มุงดูกันอยู่
ซีเหมินจินเหลียนทนไม่ไหวจนต้องหันไปดู เธอเห็นกลุ่มคนเริ่มสลายตัว และมีคนเริ่มเข้าไปขอเจรจาต่อรองกับตาหวัง หนึ่งในนั้นคือชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยที่ตะโกนเสียงดังคนนั้น
___________________________________________