ความลับแห่งจินเหลียน

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 012 ตอนที่ 12

#12Chapter 012

ตอนที่ 12 เงินก้อนแรก

ซีเหมินจินเหลียนคาดไม่ถึงเลยว่าริ้วสีเขียวนั่นจะมีความหนาถึงห้าเซนติเมตรเลยทีเดียว นอกจากนี้ สีสันของหยกที่ซ่อนอยู่ด้านในยังสดใสกว่าริ้วสีเขียวๆ ที่อยู่ด้านนอกอีกต่างหาก หลินเสวียนหลานพรมน้ำลงบนก้อนหยกดิบพร้อมชื่นชม “นี่มันของดีแท้ๆ เลย หยกที่อยู่ด้านในใกล้เคียงกับหยกเนื้อน้ำแข็งเลยนะ เป็นหยกน้ำดีด้วย...”

“สามแสน!” คราวนี้ไม่ใช่เสียงของประธานซุน แต่เป็นเสียงของชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยคนนั้น

ซีเหมินจินเหลียนแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง สามแสน...ก้อนหยกดิบที่เธอเพิ่งซื้อมาในราคาสามร้อยเมื่อครู่ เพียงชั่วพริบตาเดียวก็สามารถขายได้ตั้งสามแสนเลยเชียวหรือ? มิน่าเล่าหลินเสวียนหลานถึงได้บอกว่ามันเป็นธุรกิจที่ทำให้รวยได้ในชั่วข้ามคืน ก็ไม่แปลกที่มีคนมากมายหลงใหลในธุรกิจนี้ แม้แต่ตาหวังที่อายุปูนนี้แล้วยังไม่ยอมแพ้สังขาร ต้องลากสังขารมาแสวงโชคกับหวยหยกพวกนี้

“จินเหลียน ผมให้สามแสนห้า คุณขายให้ผมนะ!” หลินเสวียนหลานเสนอขึ้นมาในขณะที่ซีเหมินจินเหลียนยังยืนตะลึงอยู่

“หา?” ซีเหมินจินเหลียนรู้สึกว่าสมองมึนงงไปหมด คงเป็นเพราะเมื่อวานเธอตกใจมากเกินไปกระมัง วันนี้สติถึงไม่อยู่กับร่องกับรอย และรู้สึกว่าเหมือนฝันแบบนี้

“สี่แสน!” ชายวัยกลางคนที่มีพุงพลุ้ยๆ เสนอราคาอีกครั้ง “คุณชายหลิน คุณก็ยอมให้ผมหน่อยเถอะ”

“ประธานเฉินพูดตลกแล้ว มันก็ต้องเป็นไปตามกติกาสิครับ คนเสนอราคาสูงกว่าก็ต้องได้ของไป...อ่ะ ผมให้ห้าแสนเลย!” หลินเสวียนหลานพูดไปพลางมองไปที่ซีเหมินจินเหลียนพลาง

จังหวะนั้น ซีเหมินจินเหลียนก็กำลังมองมาทางหลินเสวียนหลานพอดี ตอนนี้ซีเหมินจินเหลียนกำลังสับสนอยู่ไม่น้อย แค่หยกสีเขียวชิ้นเล็กๆ แค่นี้ แต่มีมูลค่าถึงห้าแสนเลยเชียวหรือ? ถ้าผ่าหยกทั้งก้อนออกมา ขนาดคงเล็กกว่าฝ่ามือด้วยซ้ำ เนื้อหยกมีความหนาประมาณสองนิ้ว ดูแล้วน่าจะทำกำไลได้แค่สองวงเท่านั้น เธอเองก็ไม่รู้หรอกว่าราคาในตลาดมันเท่าไหร่ แต่ถ้ามันกลายหยกสำเร็จรูปแล้ว ราคาคงแพงหูฉี่แน่นอน

ประธานเฉินชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยจึงได้แต่แอบด่าเสียงเบาๆ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก

ซีเหมินจินเหลียนอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปลูบคลำหยกสีเขียวที่ถูกผ่าออกมา แล้วเธอต้องจำใจผลักก้อนหยกนั้นให้หลินเสวียนหลานด้วยความอาลัยอาวรณ์ หลินเสวียนหลานเห็นท่าทีแบบนั้นก็ยิ้มๆ แล้วสอบถามเลขที่บัญชีธนาคารของเธอ จากนั้นเขาก็เดินออกไปโทรศัพท์เพื่อโอนเงินให้เธอ ไม่กี่นาทีต่อมาเธอก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้าดังมาจากโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าสะพาย เธอจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาอ่านข้อความแล้วได้แต่ตะลึงอยู่อย่างนั้น

เดี๋ยวนี้พวกบัตรธนาคารมักจะมีบริการเสริมหลายอย่าง เช่น บริการออนไลน์ หรือผูกเบอร์โทรศัพท์มือถือกับบัญชีธนาคาร ตอนที่ซีเหมินจินเหลียนทำบัตรกับทางธนาคาร พนักงานธนาคารคะยั้นคะยอให้เธอใช้บริการผูกเบอร์โทรศัพท์มือถือกับเลขที่บัญชีธนาคาร หากมีรายการเคลื่อนไหวทางบัญชี ไม่ว่าจะเป็นการเบิก การถอน หรือว่าการโอนเงิน เธอจะได้รับข้อความแจ้งเตือนทันที

เธอไม่เคยรู้สึกเลยว่าบริการนี้มันดียังไง แต่ตอนนี้ที่เธอได้เห็นตัวเลขศูนย์ยาวเป็นพรวนจากโทรศัพท์มือถือแล้ว เธอแทบอยากจะจุมพิตโทรศัพท์มือถือตัวเองให้รู้แล้วรู้รอด เธอไม่อาจปกปิดความยินดีปรีดาเอาไว้ได้จนต้องเผยรอยยิ้มเปี่ยมสุขออกมา

หลินเสวียนหลานเองก็รู้สึกอิจฉานิดๆ ในความโชคดีของเธอ เขาถามยิ้มๆ “จินเหลียน ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน คุณจะเปิดเปลือกหยกอีกก้อนเลยไหม?” ก้อนหยกในมือซีเหมินจินเหลียนนั้นมีขนาดเล็กเกินกว่าจะใช้วิธีผ่าออก ถ้าจะให้ผ่าก็ไม่รู้ว่าจะผ่าจากตรงไหนดี อีกอย่างถ้าหากผ่าแล้วเจอหยกสีเขียวขึ้นมา ก็คงเหลือหยกนิดเดียวจนนำไปทำเครื่องประดับชิ้นใหญ่ไม่ได้แล้วจะเสียดายเปล่าๆ เพราะฉะนั้นถึงจะยุ่งยากหน่อย แต่หลินเสวียนหลานก็เสนอให้เธอใช้วิธีเปิดเปลือกหยกดูก่อนจะดีกว่า

“เอ่อ...” ซีเหมินจินเหลียนรู้ดีแก่ใจว่าก้อนหยกดิบที่อยู่ในมือของเธอนั้นมีหยกสีเขียว และเป็นหยกสีเขียวที่สีสดและใสกว่าก้อนที่เพิ่งผ่าออกมาแน่นอน

แต่ก็อย่างว่าเรื่องแบบนี้มันก็เหมือนการซื้อลอตเตอรี่ เจอหยกสีเขียวตั้งแต่ครั้งแรกอาจเป็นเพราะดวง แต่ถ้าครั้งที่สองยังเจอกหยกสีเขียวอีก คนอื่นจะไม่สงสัยว่าเธอเล่นตุกติกหรือ? ยิ่งเด่นก็ยิ่งถูกจับตามอง ข้อนี้ซีเหมินจินเหลียนก็รู้อยู่

ถือว่าเป็นโชคดีของซีเหมินจินเหลียนที่อยู่ๆ ประธานเฉินผู้มีพุงพลุ้ยก็ถามขึ้นว่า “แล้วตาหวังอ่านหยกเสร็จหรือยัง? ไม่ลองเอาอย่างคุณซีเหมินดูหน่อยหรือ?”

“นั่นสินะ คนแก่อย่างผมก็ว่าจะลองเสี่ยงแบบคุณซีเหมินดูอีกสักตั้ง ไหนๆ ก็ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ลองผ่าดูอีกสักรอบจะเป็นไรไป” ตาหวังที่มีรูปร่างผอมแห้งพูดพลางหัวเราะ

ซีเหมินจินเหลียนรู้สึกนับถือในความกล้าหาญของชายแก่คนนี้ คนที่ซื้อก้อนหยกดิบมาในราคาห้าแสน พอเปิดเปลือกหยกแล้วราคาก็พุ่งไปที่สองล้านสองแสน จนกระทั่งสุดท้ายผ่าหยกแล้วล้มเหลวจนราคาตกลงมาเหลือแค่แสนกว่า แต่เขากลับไม่มีอาการตื่นเต้นหรือตื่นตระหนกใดๆ เลย เมื่อกี้เธอยังรู้สึกเป็นกังวลว่าตาหวังอายุมากขนาดนี้แล้ว ถ้าเกิดเป็นโรคหัวใจหรือโรคความดันสูงแล้วอารมณ์แปรปรวนขึ้นมา อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทีนี้ล่ะได้เป็นเรื่องใหญ่แน่

พอได้ยินตาหวังพูดดังนั้น หลินเสวียนหลานอดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปหาแล้วย่อตัวนั่งลง เขามองดูก้อนหยกดิบนั้นอย่างพินิจพิจารณา ก้อนหยกดิบถูกเปิดเปลือกออกขนาดประมาณสองฝ่ามือ เปลือกหยกดำ ผิวค่อนข้างละเอียด เขาหยิบไฟฉายที่วางอยู่ข้างๆ แล้วเอามาส่องดูก็เห็นแสงสะท้อนค่อนข้างชัดเจนและสม่ำเสมอ อาจจะไม่ถึงขั้นเป็นหยกเนื้อแก้ว แต่ความใสน่าจะก้ำกึ่งระหว่างหยกเนื้อแก้วกับหยกน้ำแข็ง

ก้อนหยกดิบลักษณะแบบนี้ ถ้าหากมีหยกสีเขียวอยู่ข้างในจริง ต่อให้ชิ้นเล็กนิดเดียว แต่ก็มีค่าเป็นสิบล้านเลยทีเดียว

ดูจากก้อนหยกดิบที่มีสีเขียวติดตรงเปลือกหยกแล้ว โอกาสที่จะมีหยกอยู่บริเวณนั้นสูงมาก แต่พอเปิดเปลือกหยกแล้วกลับไม่มีหยกเลย

ตาหวังนับว่าเป็นคนใจกว้าง พอเห็นหลินเสวียนหลานนั่งลงเพื่อดูก้อนหยกดิบของเขา ก็รีบหลีกทางให้ ส่วนหลินเสวียนหลานนั่งดูได้ครู่เดียวก็ลุกขึ้นโดยไม่พูดอะไรอีก

ประธานเฉินผู้มีพุงพลุ้ยก็เดินเข้ามาดูเช่นเดียวกัน เคราะห์ดีที่พุงพลุ้ยๆ นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคจนนั่งลงไม่ได้ เขาเองก็หยิบไฟฉายและแว่นขยายมาส่องดูก้อนหยกดิบก้อนนั้นเหมือนกัน

คนอื่นๆ ที่เห็นต่างพากันไปมุงดู ซีเหมินจนเหลียนเองก็สงสัยมากว่าก้อนหยกดิบก้อนใหญ่ขนาดนั้น ถ้าเกิดมีหยกสีเขียวจริง ไม่รู้ว่าจะขายได้ราคาสูงขนาดไหน? ขนาดก้อนหยกของเธอเล็กนิดเดียวยังขายได้ตั้งห้าแสน...นี่มันเป็นจำนวนเงินที่ต่อให้เธอต้องทำงานทั้งชีวิตก็อาจหาไม่ได้เยอะขนาดนี้เลยนะ

พอคิดถึงตรงนี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปและแกล้งทำเป็นใช้ไฟฉายส่องดู ซึ่งแน่นอนว่าเธอดูไม่เป็นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นจังหวะที่มือขวาของเธอวางลงบนก้อนหยกดิบ เธอจึงพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อมองทะลุเปลือกหยก

เปลือกหยกค่อยๆ จางหายไป ปรากฏให้เห็นเป็นหินสีขาวๆ อยู่ภายใน ซีเหมินจินเหลียนแอบผิดหวังอยู่ในใจ ขณะที่เธอกำลังจะชักมือกลับ ทันใดนั้นภาพสีเขียวสว่างสดใสก็ปรากฏขึ้นภายในใจเธอ...

มันใสแจ๋ว แวววาว และสีสดใสเหลือเกิน! สีเขียวสดใสนั้นค่อยๆ แผ่กระจายอยู่ภายในใจของซีเหมินจินเหลียน เธอลองคำนวณคร่าวๆ แล้วว่าหยกชิ้นนี้ใหญ่มาก ยาวประมาณสิบห้าเซนติเมตร กว้างประมาณเจ็ดถึงแปดเซนติเมตร หนาประมาณเจ็ดถึงแปดเซนติเมตรเช่นเดียวกัน รูปร่างเป็นสี่เหลี่ยม แต่หยกชิ้นนี้อยู่ในตำแหน่งที่ค่อนข้างแปลก

ซีเหมินจินเหลียนลุกขึ้นแล้วส่งไฟฉายคืนให้เถ้าแก่โจวที่ยืนอยู่ข้างๆ ทันใดนั้นก็เกิดความคิดบรรเจิดขึ้น

ตาหวังเห็นว่าไม่มีใครเข้ามาดูก้อนหยกดิบแล้วจึงเดินกลับมา แล้วเรียกให้เด็กหนุ่มที่เป็นพนักงานในร้านของเถ้าแก่โจวสองคนนั้นให้มายกก้อนหยกดิบไปวางไว้บนเครื่องตัดหินหยก

เมื่อครู่นี้เขาเลือกเปิดเปลือกหยกส่วนที่มีสีเขียวติดอยู่บนเปลือกหยก ตาหวังคิดใคร่ครวญสักครู่แล้วจึงตัดสินใจผ่าจากอีกด้านหนึ่งแทน ถึงจะตัดสินใจผ่าหินหยกอีกครั้ง แต่เขาก็ไม่ประมาท เขากะจะผ่าตามแนวเปลือกหยกสักหนึ่งเซนติเมตร พอขีดเส้นเสร็จแล้วก็ลงมีดผ่าทันที

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 012 ตอนที่ 12