ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 013 ตอนที่ 13
ตอนที่ 13 พลาดเป็นครั้งที่สอง
หัวใจของทุกคนเต้นกระตุกตามจังหวะของใบมีดที่กำลังหมุน แม้หินหยกก้อนนี้จะไม่ใช่ของพวกเขา แต่ถ้าได้เห็นกับตาว่าผ่าแล้วกลายเป็นของล้ำค่าก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ยิ่งถ้าผ่าแล้วเจอหยกสีเขียวแบบหยกเนื้อแก้วด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีเข้าไปใหญ่ ก้อนหยกดิบสีเขียวเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ผ่าหนึ่งก้อนก็เท่ากับหินหยกลดลงอีกหนึ่งก้อน และหยกเนื้อแก้วสีเขียวก็ราคาแพงจนน่าตกใจ
ถึงตัวเองจะไม่มีปัญญาซื้อ แต่ก็อย่างที่เคยมีนักเล่นของเก่ากล่าวไว้ว่า เคยได้พบพานก็เหมือนเคยได้ครอบครอง มีสิ่งล้ำค่ามากมายอยู่บนโลกใบนี้ แต่คงไม่มีใครสามารถครอบครองทุกสิ่งได้
ซีเหมินจินเหลียนยิ้มมุมปาก เธอเองก็ตื่นเต้นและลุ้นผลการผ่าหินหยกไปด้วย พลังพิเศษของเธอยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ถ้าเกิดสิ่งที่เธอเห็นนั้นเป็นจริงขึ้นมา ต่อไปเธอก็สามารถเดินบนเส้นทางของนักแสวงโชคจากหวยหยกได้ ไม่อย่างนั้นเธอคงไม่มีเงินมากมายมาซื้อหินหยกเอาไว้ผ่าเล่นๆ หรอกนะ
เวลานี้ หากการผ่าหินหยกของตาหวังสามารถช่วยพิสูจน์พลังพิเศษของเธอได้ มันจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สุด น่ายินดีเช่นเดียวกับที่เธอไม่ต้องพึ่งพลังพิเศษแต่ก็ยังโชคดีได้เงินมาตั้งห้าแสน
อย่างไรก็ตาม ยังมีบางสิ่งที่เธอแอบกังวลอยู่ในใจ เมื่อครู่ที่เธอใช้พลังพิเศษในการมองทะลุเปลือกหยกเพื่อดูสภาพด้านในของหินหยก เธอก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าต้องใช้พลังมาก หินหยกก้อนเล็กยังพอไหว แต่หินหยกก้อนใหญ่ขนาดนี้ เหมือนพลังที่มีนั้นจะไม่มากพอ
ซีเหมินจินเหลียนแอบถอนหายใจอยู่ในใจ ถ้ามีวิธีฝึกฝนพลังพิเศษนี้ได้ก็คงดีสินะ......
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับคนที่มีพลังพิเศษ ดูเหมือนพวกเขาเหล่านั้นช่างเก่งกาจเหลือหลาย ไม่ว่าจะเหาะเหินเดินอากาศ เรียกลมเรียกฝน บุกน้ำลุยไฟ หรือฝึกลมปราณเทวดา ดูเหมือนไม่มีอะไรที่พวกเขาทำไม่ได้ แล้วดูเธอสิ มีพลังพิเศษแค่มองทะลุสิ่งของได้ยังต้องใช้พลังเยอะขนาดนี้
ขณะที่ซีเหมินจินเหลียนกำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น เครื่องตัดหินหยกก็หยุดทำงาน ตาหวังเดินเข้าไปแล้วยื่นมือออกไปค่อยๆ แกะแผ่นเปลือกหยกที่ถูกตัดออกมา
หน้าตาที่เหี่ยวย่นอยู่แล้วของตาหวังยิ่งยับย่นราวรอยจีบของซาลาเปาหมาเมิน[footnoteRef:1]เข้าไปอีก [1: ]
พอทุกคนเห็นสีหน้าของตาหวังก็อดไม่ได้ที่จะออกันเข้าไปมุงดู เมื่อได้เห็นหินหยกที่ถูกผ่าออกเป็นแผ่นบางๆ แล้ว ต่างก็สลดหดหู่ไปตามๆ กัน เพราะมันมีแต่แผ่นหินสีขาวๆ และไม่มีร่องรอยของหยกสีเขียวเลยแม้แต่นิดเดียว
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันทอดถอนใจ แต่ละคนได้แต่ส่ายหัวและพูดไม่ออก
“ตาหวัง ผมให้สามหมื่น ขายต่อให้ผมเถอะ!” ยังคงเป็นประธานเฉิน ชายวัยกลางคนผู้มีพุงพลุ้ยคนเดิมที่เสนอราคาอีกครั้ง
ตาหวังเองได้แต่ถอนหายใจ เขาล้วงเอาบุหรี่ออกมาจากกระเป๋า จุดไฟแล้วสูบบุหรี่เข้าเต็มปอด จากนั้นก็นิ่งเงียบไม่ให้คำตอบ ทุกคนเห็นดังนั้นก็ได้แต่เงียบไปด้วย
ไม่ว่าใครก็ตามที่ซื้อหินหยกมาในราคาตั้งห้าแสนแต่ผ่าแล้วล้มเหลวไม่เป็นท่าแบบนี้ก็คงอารมณ์เสียด้วยกันทั้งนั้น ในเวลาและสถานการณ์เช่นนี้ ทางที่ดีอย่าไปเซ้าซี้เขาจะดีกว่า เพราะมันจะรบกวนจิตใจและส่งผลให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ แล้วใครจะรับผิดชอบความผิดพลาดที่เกิดขึ้นล่ะ
ตาหวังอายุปูนนี้แล้วแต่ยังแรงดีอยู่ เขาใช้แรงขยับและจัดวางก้อนหินหยกให้เข้าที่ เพียงแต่ครั้งนี้ เขาไม่ได้ผ่าจากบริเวณที่ใกล้กับเปลือกหยกเหมือนเมื่อครู่ แต่เขาจะเอาอย่างซีเหมินจินเหลียน โดยครั้งนี้จะผ่าจากด้านที่เปิดเปลือกหยกแล้ว วัดจากบริเวณที่เปิดเปลือกหยกลงมาได้ขนาดสามส่วนสี่ แล้วเริ่มลงมือผ่าจากตรงนั้น
ทุกคนเห็นดังนั้นก็ได้แต่ยิ้มๆ ตาหวังที่เปิดเปลือกหยกแล้วไม่เจอเนื้อหยก ผ่าหินหยกออกมาดูก็ยังไม่เจอเนื้อหยกอีก ดูท่าทางแล้วคงเริ่มหัวเสีย ถึงได้ตัดสินใจผ่าเจ้าหินหยกก้อนนี้จากตรงกลางก้อนซะเลย
ซีเหมินจินเหลียนจับตาดูตาหวังที่ขีดเส้นลงบนหินหยกอย่างชำนาญ เสร็จแล้วจึงค่อยๆ ลงมีดตัดหินหยก พอเห็นดังนั้นซีเหมินจินเหลียนก็แอบถอนหายใจ “มันคงเป็นฟ้าลิขิตสินะ!”
พอใบมีดหยุดลง ทุกคนก็พากันออเข้าไปมุงดูอีกครั้ง ซีเหมินจินเหลียนเองก็อยากรู้เหมือนคนอื่นๆ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือเธออยากพิสูจน์ว่าพลังพิเศษของตนเองแม่นยำหรือไม่
รอยผ่าของก้อนหินหยกที่ถูกผ่าออกเป็นสองส่วนนั้นเรียบลื่น แสดงให้เห็นว่าตาหวังยังฝีมือดีไม่เปลี่ยน เพียงแต่ข้างในของหินหยกที่ถูกผ่าออกยังคงเป็นเพียงแค่หินสีขาวขุ่น ยิ่งแสงแดดตกกระทบลงมาจนเป็นประกายวิบวับก็ยิ่งทำให้เจ็บปวดใจ
ตาหวังได้แต่ส่ายหน้า เขาเองก็เปิดกิจการค้าขายอยูในตลาดค้าของเก่าแห่งนี้ ถือว่าฐานะดีใช้ได้ ด้วยความรักในการเสี่ยงโชคจากหวยหยก สมัยหนุ่มๆ จึงเคยไปแสวงโชคไกลถึงกวางตง แต่ตอนนี้เขาแก่ตัวลงมาก อีกทั้งยังเปิดกิจการค้าขายหยกจีน[footnoteRef:2] หรือที่เรียกกันว่าหยกเหอเถียน ตาหวังถึงได้เลิกออกไปแสวงโชคที่ไกลๆ อีก [2: ]
ส่วนเถ้าแก่โจวนั้นมีเส้นสายอยู่ที่พม่า ก้อนหยกดิบที่ได้มาก็ไม่เลว ทุกครั้งที่เถ้าแก่โจวมีของใหม่เข้าร้านก็จะแจ้งให้ตาหวังมาลองเลือกซื้อก้อนหินหยกเพื่อเสี่ยงโชค ได้บ้างเสียบ้างเป็นเรื่องธรรมดา จนตาหวังกลายเป็นลูกค้าประจำของเถ้าแก่โจวไปแล้ว
“เถ้าแก่โจว คุณดูสิว่าสามารถขายคืนได้ในราคาเท่าไหร่!” ตาหวังได้แต่ส่ายหัวและถอนหายใจ
“ห้าพันหยวน!” เถ้าแก่โจวที่ปกติเป็นคนยิ้มแย้มพูดคุยง่าย แต่พอเป็นเรื่องธุรกิจก็จะกลายเป็นพ่อค้าเขี้ยวลากดินขึ้นมาทันที
ซีเหมินจินเหลียนหัวใจกระตุกวาบ เธอเห็นเองกับตาว่าราคาของก้อนหยกดิบก้อนนี้ขึ้นจากห้าแสนเป็นสองล้านสองแสน แต่สุดท้ายราคากลับตกลงมาเหลือแค่ห้าพันเท่านั้น ความแตกต่างราวฟ้ากับเหวนี้ คนเป็นโรคหัวใจคงหมดสิทธิ์เล่นเกมแบบนี้แน่ๆ
“เถ้าแก่โจว ราคานี้ก็ต่ำเกินไป” ตาหวังขมวดคิ้วพลางทักท้วง
เถ้าแก่โจวนิ่งเงียบ ท่าทางแสดงออกชัดเจนว่าถ้าอยากขายก็ขาย ไม่อยากขายก็ไม่ต้องขาย จู่ๆ ซีเหมินจินเหลียนก็พูดโพล่งขึ้นมา “ตาหวังคะ ฉันให้หนึ่งหมื่น คุณขายก้อนหยกดิบนี่ให้ฉันนะคะ!”
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของซีเหมินจินเหลียนต่างพากันมองเธอด้วยความฉงนสนเท่ห์ โดยเฉพาะหลินเสวียนหลานที่รู้สึกประหลาดใจกว่าคนอื่น เพราะเขารู้ดีว่าเธอไม่รู้เรื่องหวยหยกเลย ไม่สิ... ถ้าจะพูดให้ถูกคือก่อนหน้านี้เธอไม่เคยรู้จักหวยหยกเลยด้วยซ้ำ
“จินเหลียน ใช่ว่าหินหยกทุกก้อนจะมีหยกสีเขียวเสมอไปนะ” หลินเสวียนหลานเตือนซีเหมินจินเหลียนด้วยความหวังดี อาจเป็นเพราะเธอเจอหยกสีเขียวตั้งแต่ก้อนแรกก็เลยเข้าใจว่าหินหยกทุกก้อนจะต้องมีหยกสีเขียวอยู่ แล้วทำให้เธอขายได้กำไรเป็นกอบเป็นกำอย่างนั้นหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง คนขายหินหยกคงกลายเป็นเศรษฐีกันหมดแล้ว และคงไม่มีวงการหวยหยกเกิดขึ้นจนถึงทุกวันนี้หรอก
“ฉันรู้ค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนตอบเสียงเบา
“รู้แล้วคุณยังจะซื้ออีกเหรอ” หลินเสวียนหลานขมวดคิ้วนิดๆ เงินหนึ่งหมื่นถึงจะไม่เยอะ แต่ก็ต้องรู้ว่าคุ้มค่าที่จะจ่ายหรือเปล่า
ซีเหมินจินเหลียนผงกศีรษะยืนยันหนักแน่น เธอคงบอกเขาไม่ได้ว่าหินหยกก้อนนั้นน่าจะมีหยกสีเขียวอย่างดีซ่อนอยู่ภายใน
ตาหวังมองดูแล้วไม่มีคนจะเสนอราคาอีก จึงผงกศีรษะเป็นเชิงตกลง “ถ้าคุณผู้หญิงอยากได้ ผมก็ยินดีขายให้ในราคาหนึ่งหมื่นครับ”
ซีเหมินจินเหลียนตอบยิ้มๆ “ถ้าอย่างนั้น รบกวนตาหวังรอสักครู่นะคะ ฉันขอตัวไปกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มที่อยู่ข้างๆ นี้ก่อน”
ตาหวังไม่ได้ว่าอะไร ส่วนซีเหมินจินเหลียนนั้นรีบวิ่งออกไปด้วยความเร็ว ครู่เดียวก็กลับมาพร้อมเงินสด เธอจ่ายเงินให้ตาหวัง ตาหวังรับเงินมาและผงกศีรษะเป็นการขอบคุณ ถือว่าการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์
ซีเหมินจินเหลียนสูดหายใจเข้าลึกๆ หินหยกที่ถูกผ่าออกเป็นสองส่วน ส่วนที่เป็นก้อนเล็กก็ไม่ต้องผ่าให้เสียเวลาอีก ส่วนที่เหลืออีกก้อนใหญ่นั้น เธออาศัยแค่ความรู้สึกจากพลังพิเศษ จะมีหยกสีเขียวอยู่จริงหรือไม่ คงต้องผ่าออกมาพิสูจน์กัน
ซาลาเปาหมาเมิน เป็นซาลาเปาขึ้นชื่อของเมืองเทียนจิน คนทำซาลาเปามีชื่อเล่นว่าโก่วจื่อ (狗子) ที่แปลว่าสุนัข เนื่องจากซาลาเปาของเขาขายดีเป็นเทน้ำเทท่า โก่วจื่อจึงต้องตั้งหน้าตั้งตาทำซาลาเปา แขกเหรื่อที่มาซื้อซาลาเปาทักทายก็ไม่มีเวลาพูดคุยด้วย จนได้ฉายาล้อเลียนเขาว่าซาลาเปาหมาเมิน (狗不理包子)
2 หยกจีน หรือหยกเหอเถียน (和田玉) คือชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งของหยกเนฟไฟร์ท(Nephrite)หรือหยกเนื้ออ่อน ส่วนหยกพม่าจะเป็นหยกเนื้อแข็ง