ความลับแห่งจินเหลียน

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 007 ตอนที่ 7

#7Chapter 007

ตอนที่ 7 หวยหยกในตำนาน

“ผ่าก้อนหยกดิบ” ซีเหมินจินเหลียนไม่เคยได้ยินคำศัพท์แปลกประหลาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต เฮ้อ! ก็ใครใช้ให้เธอเกิดมาเป็นคนบ้านนอกล่ะ

“ใช่แล้วครับ ผมว่าเราเดินไปคุยไปดีกว่า ผมคิดว่าคุณน่าจะชอบ ผมยังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่ไม่ชอบหยกสีเขียวเลยสักคน” หลินเสวียนหลานพูดยิ้มๆ

“หยกสีเขียวเหรอคะ” ซีเหมินจินเหลียนยิ่งแปลกใจใหญ่ เธอไม่รู้หรอกว่าอะไรคือการผ่าก้อนหยกดิบ แต่เธอก็รู้จักรัตนชาติที่เป็นหยกสีเขียว ทุกวันนี้ เครื่องประดับที่ทำจากหยกสีเขียวราคาแพงมาก ใช่ว่าทุกคนจะสามารถซื้อหากันได้ เธอเคยเห็นเครื่องประดับหรูหราพวกนี้ตามห้างต่างๆ แค่กำไลข้อมือที่มีหยกสีเขียวนิดเดียว แต่ราคากลับสูงตั้งหลายหมื่นหยวนเลยทีเดียว

สำหรับเธอแล้ว เสื้อผ้าราคาหลักร้อยเธอยังไม่กล้าซื้อเลย นับประสาอะไรกับเครื่องประดับราคาแพงพวกนี้ ฉะนั้นเธอจึงทำได้แค่ชื่นชมเท่านั้น แต่ก็อย่างที่หลินเสวียนหลานพูดนั่นแหละ ไม่มีผู้หญิงคนไหนหรอกที่จะไม่ชอบหยกสีเขียว เวลาไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้า ขอแค่ได้ชื่นชมความงามของพวกมันผ่านตู้กระจกก็ยังดี

เธอจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้ว เธอเคยชอบกำไลที่มีสีเขียวแซมวงหนึ่ง ราคาสองพันหยวน วันนั้นทางห้างจัดโปรโมชั่นลดราคาสามสิบเปอร์เซ็นต์พอดี เธออยากได้มันมาก แต่พอเห็นสีหน้าไม่พอใจของหวังหมิงหยางแล้ว สุดท้ายเธอจึงได้แต่ตัดใจวางมันกลับที่เดิม

หลินเสวียนหลานเปิดประตูและยืนรอเธออยู่ตรงประตูแล้ว ซีเหมินจินเหลียนเลยรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ รวบผมแล้วมัดอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ส่องกระจกแล้วจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

“เร็วดีนี่!” หลินเสวียนหลานพูดยิ้มๆ “ถ้าเป็นน้องสาวผมละก็ ต้องโอ้เอ้เป็นชั่วโมงกว่าจะออกจากบ้านได้”

“ก็คนมันสวยตั้งแต่เกิด ไม่ต้องแต่งหน้าก็สวย” ซีเหมินจินเหลียนยักไหล่แล้วหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจนัก สมัยที่เธอทำงานเป็นเลขา เธอต้องแต่งหน้าไปทำงานทุกวัน แต่ทุกครั้งที่หวังหมิงหยางเห็นเธอแต่งหน้า เขาจะแสดงสีหน้าไม่พอใจทันที สุดท้ายเธอต้องลาออกจากงานเลขา อีกทั้งเธอเองก็ไม่ค่อยมีเงินที่จะซื้อพวกเครื่องสำอางหรือครีมบำรุงราคาแพงๆ พวกนั้นด้วย

“เราไปกันเถอะครับ!” หลินเสวียนหลานเชิญเธอให้เดินไปก่อนอย่างสุภาพ

ขณะที่ทั้งสองเดินลงบันได ซีเหมินจินเหลียนเพิ่งมีโอกาสสังเกตบ้านหลังนี้ แล้วถึงได้รู้ว่าที่นี่เป็นย่านหลันเหมย ถึงแม้ราคาบ้านในย่านหลันเหมยจะไม่ได้แพงที่สุดในเซี่ยงไฮ้ แต่ก็ถือว่าแพงหูฉี่ แล้วบ้านหลังนี้ราคาคงแพงน่าดูเหมือนกัน

บ้านพักตากอากาศหลังเดี่ยวที่มีสวนส่วนตัวคือจุดเด่นของบ้านย่านหลานเหมย ส่วนใหญ่ปลูกอยู่กลางเนินเขา โอ่อ่าหรูหรา เป็นบ้านที่คนทั่วไปได้แต่ฝันแต่ไม่อาจเอื้อม

ซีเหมินจินเหลียนรู้จักย่านหลันเหมยเพราะเพื่อนรักที่ชื่อจินอ้ายหัวชอบพูดถึงบ่อยๆ “เพื่อจะได้เข้าไปอยู่ในย่านหลานเหมย ฉันต้องตั้งใจทำงานหาเงิน...”

แน่นอนว่าเป้าหมายของจินอ้ายหัวคือบ้านสามห้องนอนสองห้องน้ำทั่วไป ไม่ใช่บ้านพักตากอากาศหรูหราหลังใหญ่แบบนี้

ซีเหมินจินเหลียนไม่แปลกใจเลยสักนิดที่หลินเสวียนหลานขับรถปอร์เช่สีเงินคันสวย เขาเปิดประตูรถและเชิญเธอขึ้นรถอย่างสุภาพ เธอได้แต่กล่าวชื่นชม “รถสวยจังเลยค่ะ”

“คุณขับรถเป็นหรือเปล่า” หลินเสวียนหลานถามยิ้มๆ

“ฉันมีใบขับขี่ค่ะ!” ซีเหมินจินเหลียนตอบยิ้มๆ เธอได้ใบขับขี่มาเพราะเจ้านายเก่าบังคับให้เธอไปสอบ เหตุผลเพราะจะได้เดินทางสะดวก

“คุณอยากลองขับดูไหม” หลินเสวียนหลานเสนออย่างใจกว้าง

ซีเหมินจินเหลียนแอบหวั่นไหวนิดๆ แต่คิดไปคิดมาแล้วก็ส่ายหัว “ไม่ดีกว่าค่ะ เกิดเป็นรอยขึ้นมา ฉันคงไม่มีปัญญาชดใช้ค่าเสียหายให้คุณแน่”

หลินเสวียนหลานไม่ว่าอะไร เขาสตาร์ทรถแล้วขับออกจากย่านหลานเหมยทันที ปากก็บ่นงึมงำ “คุณยังจะพูดเรื่องนี้อีก ผมเสียหายนะครับ”

“คุณเสียหายยังไงไม่ทราบ” ซีเหมินจินเหลียนที่นั่งข้างคนขับยื่นมือไปลูบเบาะหนังแท้ ในใจก็ยิ่งอิจฉาเข้าไปอีก รถสปอร์ตหรู เครื่องประดับราคาแพง...ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้หญิงไม่อาจปฏิเสธได้ แล้วตอนนี้ยังมีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาอย่างกับดารานั่งอยู่ข้างกายเธออีกต่างหาก

“รถสปอร์ตทั้งคัน แต่ทนทานสู้คนแค่คนเดียวก็ไม่ได้ รถของผมถูกส่งไปซ่อมแล้ว ส่วนคันนี้เป็นรถของน้องสาวผม” หลินเสวียนหลานถอนหายใจ “คุณว่าผมเสียหายไหมล่ะ ถ้าบริษัทรถไม่ได้อยู่ที่เยอรมนีนะ ผมจะไปเอาเรื่องให้ถึงที่เลย นี่มันรถเส็งเคร็ง หลอกลวงผู้บริโภคชัดๆ!”

“คุณคงไม่คิดที่จะเรียกร้องค่าเสียหายจากฉันหรอกใช่ไหมคะ” ซีเหมินจินเหลียนนิ่งไปชั่วครู่ พอดึงสติกลับมาได้ก็ขึงตาใส่หลินเสวียนหลาน

“ผมถึงบอกไงว่ามันเป็นคราวซวยของผม!” หลินเสวียนหลานได้แต่บ่นอุบอิบ

ซีเหมินจินเหลียนพยายามระงับอารมณ์ “คุณเมาแล้วขับ แล้วยังทำให้ฉันตกใจจนเป็นลมอีก ฉันยังไม่เคยเรียกร้องค่าเสียหายจากคุณเลย เคยเจอก็แต่คนหน้าด้าน แต่คนที่หน้าด้านสุดๆ แบบคุณนี่ฉันยังไม่เคยเจอมาก่อนเลย”

“ฮ่าๆๆ...” หลินเสวียนหลานได้ยินแบบนั้นก็ทนไม่ไหวจนต้องระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

“นี่คุณ ตั้งใจขับรถหน่อยสิ อยากขับรถปอร์เช่ไปชนอีกหรือไง” ซีเหมินจินเหลียนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องที่คุยค้างกันไว้ตอนออกจากบ้าน เธอจึงถามหลินเสวียนหลานด้วยความสงสัย “เมื่อกี้คุณพูดเรื่องผ่าก้อนหยกดิบ เรื่องหยกสีเขียว ใช่ไหมคะ

“คุณเคยได้ยินเรื่องหวยหยก[footnoteRef:1]ไหมครับ” หลินเสวียนหลานถามยิ้มๆ [1: หวยหยก คือก้อนหยกดิบ คำเรียกนี้เกิดขึ้นมาจากนิสัยชอบเล่นพนันของคนจีน ให้ซื้อเป็นเม็ดเจียระไนสำเร็จแล้วได้กำไรไม่เท่าไหร่ ที่สำคัญคือ "ไม่ได้ลุ้น" ช่องตรงนี้เองที่ทำให้พ่อค้าหยกสามารถทำกำไรจากหวยหยกได้มาก เพราะหยกก้อนไหนที่อ่านแล้วมีโอกาสผ่าชนะมาก ก็เท่ากับจะได้กำไรมาก พ่อค้าหยกจึงชอบที่จะลุ้นว่าภายใต้ก้อนหินหยกเหล่านั้นจะมีหยกซ่อนอยู่มากแค่ไหน จึงเป็นที่มาของหวยหยก]

ซีเหมินจินเหลียนได้แต่ส่ายหัว เธอเป็นเด็กดีมาตลอด ตั้งแต่เล็กจนโต แม้แต่ล็อตเตอรี่สักใบเธอยังไม่เคยซื้อเลยด้วยซ้ำ แล้วเธอจะรู้เรื่องเสี่ยงดวง เสี่ยงโชคได้ยังไง แล้วนี่ยังจะเสี่ยงโชคกับก้อนหินอีก มันน่าสนุกตรงไหน หินก็คือหินวันยังค่ำ หรือว่าจะมีวิธีทำให้หินกลายเป็นหยกสีเขียวได้งั้นเหรอ

“ผมจะบอกอะไรให้นะ เหมืองหยกสีเขียวที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่พม่า” พอพูดถึงหินเสี่ยงโชค แววตาของหลินเสวียนหลานเป็นประกายขึ้นมาทันที เขาดูกระปรี้กระเปร่าและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

“เรื่องนี้ฉันรู้ หยกสีเขียวส่วนใหญ่ก็มาจากพม่าทั้งนั้น!” ซีเหมินจินเหลียนผงกหัวว่ารู้ ถึงเธอจะเป็นคนบ้านนอกก็จริง แต่เธอก็รู้ว่าหยกสีเขียวส่วนใหญ่มาจากพม่า ใช่ว่าจะขุดเจอหยกสีเขียวได้ตามภูเขาทั่วไปซะที่ไหนกัน อย่างภูเขาแถวบ้านเธอ ยังไงก็ไม่มีวันขุดเจอหยกสีเขียวแน่นอน

“นั่นแหละครับ ก้อนหยกดิบจะมีเปลือกหยกหุ้มไว้อีกชั้น จนถึงตอนนี้ยังไม่มีเครื่องมือที่สามารถมองทะลุเปลือกหยกแล้วสามารถมองเห็นเนื้อหยกที่อยู่ด้านในได้เลย พอไม่รู้ว่าข้างในเป็นยังไง ก็ต้องมาลุ้นกันว่าผ่าแล้วจะเจอหยกหรือหิน นี่จึงเป็นที่มาของวงการหวยหยกยังไงล่ะครับ” หลินเสวียนหลานนิ่งไปชั่วครู่แล้วเล่าต่อ “เพราะฉะนั้น หากอยากจะรู้ว่าภายใต้เปลือกหยกจะเป็นเป็นหยกสีเขียวราคาแพง หรือเป็นแค่ก้อนหินธรรมดาก็อยู่ที่สายตา ประสบการณ์ และดวงของแต่ละคนแล้วล่ะครับ”

“ไม่มีอะไรที่สามารถมองทะลุผ่านเปลือกหยกได้เลยงั้นเหรอคะ ซีเหมินจินเหลียนชะงักไปชั่วครู่ ในใจเต้นแรง มือขวาของเธอมีพลังที่สามารถมองทะลุผ่านสิ่งของได้ไม่ใช่หรือ ไม่รู้ว่าจะสามารถมองเห็นเนื้อหยกที่อยู่ใต้เปลือกหยกนั่นได้ไหมหนอ

“ใช่แล้วครับ!” หลินเสวียนหลานผงกหัวยอมรับ “ณ ตอนนี้ ยังไม่มีเทคโนโลยีใดๆ ที่สามารถมองทะลุผ่านเปลือกหยกได้ ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถทำได้ แต่ ณ ตอนนี้หวยหยกยังคงเป็นธุรกิจที่มีเสน่ห์ ทำให้ผู้คนหลงไหล ถึงคุณจะไม่รู้จักหวยหยก แต่คุณคงเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับหยกเหอซื่อปี้[footnoteRef:2]ใช่ไหมครับ” [2: เหอซื่อปี้ (和氏璧) = หยกสกุลเหอ ต่อมาในสมัยราชวงศ์ฉิน จิ๋นซีฮ่องเต้รับสั่งให้สลักอักษรแปดตัวที่อัครมหาเสนาบดีหลี่ซือเขียนและแปลความหมายได้ว่า “รับโองการฟ้า ราชาเจริญนิรันดร์” ลงบนหยกเหอซื่อปี้และให้เป็นราชลัญจกรหรือตราหยกแผ่นดินประจำราชวงศ์

]

______________________________________________

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 007 ตอนที่ 7