ความลับแห่งจินเหลียน

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 004 ตอนที่ 4

#4Chapter 004

ตอนที่ 4 พบกันครั้งแรก (1)

ซีเหมินจินเหลียนกดรับสายโทรศัพท์ ปลายสายนั้นเป็นเสียงชายหนุ่มที่เธอไม่คุ้นหูเลยสักนิด เสียงทุ้มต่ำแต่น่าฟัง “คุณซีเหมิน คุณตื่นหรือยัง”

ถามอะไรไม่คิด ซีเหมินจินเหลียนแอบก่นด่าอยู่ในใจ ยังไม่ตื่นงั้นเหรอ ถ้ายังไม่ตื่นแล้วจะมารับสายโทรศัพท์เขาได้ยังไง แต่ปัญหาคือเขาเป็นใคร แล้วรู้เบอร์โทรศัพท์มือถือของเธอได้ยังไง

“ยังไม่ตื่น แค่ศพพูดได้!” ซีเหมินจินเหลียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์นัก

“อ๋อ...” เสียงใครบางคนหัวเราะอยู่ที่ปลายสาย ฟังดูเหมือนอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “คุณซีเหมินตื่นก็ดีแล้ว เดี๋ยวผมเข้าไปหานะครับ”

“แล้วคุณเป็นใคร” ซีเหมินจินเหลียนไม่มีกะจิตกะใจจะพูดเล่นกับเขา ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็ตามที่เพิ่งอกหักมาหมาดๆ ก็คงไร้ชีวิตชีวากันทั้งนั้น นี่ถือว่าเธอยังโชคดีที่ไม่คิดสั้น ถึงแม้จะเศร้าบ้าง แต่พอผ่านอุบัติเหตุคอขาดบาดตายเมื่อวานมาได้ มันก็ทำให้เธอคิดได้ว่าชีวิตของคนเราไม่มีเรื่องอะไรหนักหนาสาหัสเท่าความตายอีกแล้ว ทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นความตายมิใช่หรือ

“ผมแซ่หลิน เขียนด้วยอักษรมู่สองตัวรวมกัน มู่ที่แปลว่าไม้น่ะครับ” หลินเสวียนหลานตอบยิ้มๆ

“เดี๋ยวนี้เขาไม่เผาฟืนกันแล้ว” ซีเหมินจินเหลียนตอบกลับฉุนๆ

“นั่นสินะครับ ผมถึงได้มีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยไง” หลินเสวียนหลานรู้สึกว่าผู้หญิงที่ชื่อซีเหมินจินเหลียนเป็นคนตลกดี จึงถามขึ้นขำๆ “ลองทายดูสิครับว่าผมเป็นใคร”

“ไอ้บ้าที่ขับรถชนฉันตายเมื่อวานยังไงล่ะ!” สมองของซีเหมินจินเหลียนพลันแล่นเข้าใจขึ้นมาในทันที คนๆ นี้ต้องเป็นไอ้บ้าที่ขับรถประมาทจนเกือบชนเธอตายคนนั้นแน่ๆ ในกระเป๋าของเธอมีทั้งโทรศัพท์มือถือ บัตรประจำตัวประชาชน ถ้าเขาอยากรู้ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเธอ มันก็ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก

“ฉลาดนี่!” หลินเสวียนหลานตอบพลางหัวเราะ

“คุณชนฉันบาดเจ็บแล้วคิดว่าเรื่องจะจบง่ายๆ แบบนี้อย่างนั้นเหรอ” ซีเหมินจินเหลียนถามกลับ

เสียงบ่นอู้อี้เบาๆ ดังมาตามสาย เธอได้ยินไม่ถนัดนัก แต่คิดว่าคงไม่ใช่คำพูดดีๆ เป็นแน่

“นี่คุณแอบด่าอะไรฉัน” ซีเหมินจินเหลียนไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาเอาเปรียบได้ง่ายๆ หรอกนะ

“เปล่านี่ คุณจินเหลียนคนสวย เอาอย่างนี้แล้วกัน เมื่อวานนี้ผมไม่ได้ขับรถชนถูกตัวคุณเลยนะ คุณแค่ตกใจมากไปหน่อย ผมขอเลี้ยงข้าวและพาคุณไปชอปปิ้งเพื่อเป็นการชดเชยล่ะกัน คุณคิดว่าไง” หลินเสวียนหลานเสนอยิ้มๆ เกิดเป็นชายทั้งที ได้เลี้ยงข้าวสาวๆ ก็ถือเป็นเกียรติอย่างหนึ่ง และถ้าสาวคนนั้นสวยด้วยก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่

ซีเหมินจินเหลียนยังสาวยังสวย ถึงแม้ไม่ได้ใกล้ชิดกันมากนัก แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าเธอต้องเป็นผู้หญิงที่ร่าเริงแจ่มใส อีกทั้งยังมีอารมณ์ขันอีกต่างหาก และสิ่งที่ทำให้หลินเสวียนหลานประหลาดใจมากที่สุดคือ ชั่วขณะที่รถของเขาชนเข้ากับเธอนั้น ดอกบัวสีทองที่เบ่งบานดอกนั้นยังติดตาตรึงใจเขา หลังเหตุการณ์นั้นรถของเขาถูกชนเสียหายยับเยิน แต่เธอกลับไม่เป็นอะไรเลย......

ความจริงแล้ว เขาสนใจในตัวหญิงสาวที่ชื่อซีเหมินจินเหลียนคนนี้มากๆ ต่างหาก

“อืม...ก็ได้” ซีเหมินจินเหลียนครุ่นคิดเล็กน้อย แต่สุดท้ายก็ตอบรับคำเชิญของเขา เธอไม่ได้เป็นอะไรเหมือนอย่างที่หลินเสวียนหลานบอกนั่นแหละ เธอก็แค่ตกใจนิดหน่อย แต่ที่สำคัญกว่านั้น คือเธอได้รับพลังพิเศษโดยไม่คาดฝันต่างหาก เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่ได้แค้นเคืองอะไรกับอุบัติเหตุในครั้งนี้สักเท่าไหร่

ส่วนตัวต้นเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ก็ไม่ได้ชนแล้วหนี ปล่อยให้เธอนอนสลบอยู่ข้างถนน แต่กลับพาเธอกลับบ้านโดยไม่กลัวว่าจะมีปัญหาตามมา ถึงแม้ว่าที่นี่อาจจะไม่ใช่บ้านของไอ้บ้าแซ่หลินนั่นก็เถอะ

“โอเค ถ้าอย่างนั้นผมวางสายแล้วนะ อีกยี่สิบนาทีเจอกัน!” หลินเสวียนหลานรีบตอบ

“คุณวางสายได้แล้ว” ซีเหมินจินเหลียนฟังคำพูดของหลินเสวียนหลานแล้วแอบยิ้ม นั่นมันหมายความว่ายังไงกัน อะไรคือวางสายแล้วนะ

“ฮ่าๆ...” หลินเสวียนหลานได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกว่าตัวเองพูดจาแปลกๆ จริงด้วย เขาได้แต่ยิ้มเก้อๆ รีบวางสายแล้วตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อ

แน่นอนว่ารถคันที่ถูกชนเมื่อวานถูกส่งไปซ่อมเรียบร้อยแล้ว ส่วนรถที่เขาขับวันนี้เป็นรถที่เขาขอยืมน้องสาวมาใช้ชั่วคราวเท่านั้น

ซีเหมินจินเหลียนเดินออกไปด้านนอก ห้องที่เธอนอนน่าจะเป็นห้องรับรองแขก หลังจากที่เดินสำรวจจนทั่วแล้ว สรุปได้ว่าบ้านหลังนี้ใหญ่โตพอสมควร เจ้าของคงจะรวยน่าดู คนที่สามารถซื้อบ้านขนาดร้อยกว่าตารางเมตรในเมืองเซี่ยงไฮ้ได้ก็มีแต่คนรวยเท่านั้น เมื่อก่อนเธอกับหวังหมิงหยางเคยคุยกันเรื่องซื้อบ้านเพื่อจะได้ย้ายออกไปอยู่ด้วยกัน ปัญหาระหว่างเธอกับว่าที่แม่สามีเป็นปัญหาที่สะสมมานาน ส่วนเธอก็ทำได้แค่อดทนอดกลั้น และจำยอม......

แต่สุดท้าย เมื่อเธอกับผู้ชายใจร้ายคนนั้นหากคำนวณคร่าวๆ แล้ว ถ้าไม่มีเงินสักเจ็ดหรือแปดแสน ก็หมดหวังที่จะได้ซื้อบ้านในเมืองเซี่ยงไฮ้แน่นอน

รายได้ของหวังหมิงหยางถือว่าไม่น้อยเลย ต่อให้เทียบกับรายได้เฉลี่ยของคนในเมืองเซี่ยงไฮ้ก็ยังถือว่ารายได้สูงอยู่ดี รายได้รวมต่อปีแสนกว่าหยวน ก็ไม่แปลกที่คนตระกูลหวังจะรู้สึกไม่ชอบเธอ แน่นอนว่าผู้ชายโปรไฟล์ดีอย่างเขาจะหาผู้หญิงสักคนในเมืองเซี่ยงไฮ้ คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ หากจะซื้อบ้านสักหลังก็ต้องประหยัดกินประหยัดใช้ ตั้งใจทำงานเก็บหอมรอมริบอีกเจ็ดแปดปีก็พอมีหวังกู้เงินธนาคารซื้อบ้านได้

หากทำเลดีหน่อย บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ อย่างน้อยๆ ราคาก็ต้องหนึ่งล้านห้าแสนหรือหนึ่งล้านหกแสนหยวน หรืออาจจะแพงกว่านั้น พอคิดถึงตรงนี้ซีเหมินจินเหลียนก็ได้แต่ถอนหายใจ เธอคิดเสมอว่าอยากซื้อบ้านเป็นของตัวเองในเมืองเซี่ยงไฮ้ บ้านหลังเล็กๆ ให้ตัวเองมีที่พักพิง แต่ดูเหมือนจะเป็นความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงได้เลย

ขณะที่ซีเหมินจินเหลียนกำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเบาๆ ดังมาจากทางประตูบ้าน เธอเดินออกไปตรงประตูและต้องยืนอึ้งตะลึงไปชั่วครู่

ตรงหน้าเธอคือชายหนุ่มที่ดูดีมาก อายุราวๆ ยี่สิบห้า ยี่สิบหกปี สูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร รูปร่างสมส่วน ไม่อ้วนไม่ผอม...

แม้ว่าสมัยนี้สามารถเห็นหนุ่มหน้าตาดีมากมายได้จากทั้งจอแก้วและจอเงิน แต่โอกาสที่จะได้เจอชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาในชีวิตจริงถือว่าน้อยมาก เพราะเหตุนี้ซีเหมินจินเหลียนถึงได้อึ้งตะลึงกับความหล่อของหลินเสวียนหลาน เธอทำได้แค่พยักหน้าทักทาย ต่อให้เคยคุยกันทางโทรศัพท์ก็เถอะ แต่พอมาเจอชายหนุ่มแปลกหน้าตัวเป็นๆ แบบนี้ เธอก็ไม่รู้จะพูดคุยอะไรเหมือนกัน

“คุณซีเหมินจินเหลียน เห็นคุณไม่เป็นอะไรผมค่อยวางใจหน่อย” หลินเสวียนหลานมองดูซีเหมินจินเหลียนที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วส่งยิ้มให้ เธอไม่เป็นอะไรจริงๆ ด้วย เธอแค่ตกใจจนเป็นลมเท่านั้นเอง สงสารก็แต่รถของตัวเอง ทำไมถึงถูกชนยับเยินขนาดนั้นนะ โอ้ พระเจ้า รถซุปเปอร์คาร์นำเข้าจากเยอรมนี ทำไมถึงอึดสู้คนก็ไม่ได้แบบนี้

“หลินมู่โถว[footnoteRef:1]” ซีเหมินจินเหลียนแกล้งถาม [1: มู่โถว แปลว่า ไม้, ท่อนไม้]

“อะไรนะ” หลินเสวียนหลานอึ้งไปชั่วครู่ ทำไมเขาถึงกลายเป็นท่อนไม้ไปได้ล่ะ “เฮ้! คุณซีเหมิน ผมขออนุญาตแนะนำตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะครับ ผมแซ่หลิน หลินเสวียนหลาน ไม่ใช่หลินมู่โถว”

“ก็ยังดีที่ไม่ใช่หลินผิงจือ[footnoteRef:2]” ซีเหมินจินเหลียนล้อเลียนพลางหัวเราะ [2: หลินผิงจือ คือ ตัวละครในซีรี่ส์จีนชุดกระบี่เย้ยยุทธจักร]

“ฮ่าๆๆ...” หลินเสวียนหลานได้ฟังก็หัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล “คุณปู่เป็นคนตั้งชื่อให้ผมเอง ถึงท่านจะชอบดูกระบี่เย้ยยุทธจักร แต่ก็ไม่ถึงขั้น...เอ่อ...เป็นแฟนพันธุ์แท้เหมือนกับผู้ใหญ่บ้านคุณหรอก คุณซีเหมินจินเหลียน”

ซีเหมินจินเหลียนได้ฟังแล้วก็อึ้งไปเล็กน้อย เธอถูกล้อเลียนเรื่องชื่อมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว พอได้ยินเขาล้อเลียนชื่อเธอแบบนี้ เธอถึงไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 004 ตอนที่ 4