ความลับแห่งจินเหลียน

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 014 ตอนที่ 14

#14Chapter 014

ตอนที่ 14 สีเขียวสด

ซีเหมินจินเหลียนครุ่นคิดสักครู่แล้วหันไปถามเถ้าแก่โจว “ฉันยังสามารถผ่าหินหยกที่นี่ได้ใช่ไหมคะ” เมื่อกี้เธอเพิ่งซื้อหินหยกจากเถ้าแก่โจว ผ่าหินหยกที่นี่จึงเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้ถึงหินหยกก้อนนี้จะมาจากร้านเถ้าแก่โจว แต่เธอก็ซื้อต่อจากตาหวังอีกที ถือว่าเปลี่ยนมือเจ้าของแล้ว ถ้าเกิดเถ้าแก่โจวไม่ให้เธอผ่าหินหยกที่นี่ฟรีเธอก็เข้าใจได้ เครื่องผ่าหินหยกของเขาก็ต้องเสียเงินซื้อมานี่นา

“ได้แน่นอนอยู่แล้ว คุณซีเหมินอยากจะผ่าออกมาดูเลยใช่ไหมครับ” เถ้าแก่โจวที่ตอนนี้สีหน้ากลับมายิ้มแย้มเหมือนเดิมถามขึ้นพร้อมกับชี้ไปยังก้อนหินหยกที่ทั้งถูกเปิดเปลือกและถูกผ่าครึ่งที่วางกองไว้อยู่ที่พื้น

ซีเหมินจินเหลียนพยักหน้ารับ พนักงานชายสองคนของเถ้าแก่โจวจึงรีบเข้ามาช่วยกันยกหินหยกขึ้นไปวางบนเครื่องผ่าหินหยกอย่างคล่องแคล่ว

ซีเหมินจินเหลียนครุ่นคิดเล็กน้อย เครื่องผ่าหินหยกนี่ดูแล้วก็น่าจะใช้งานไม่ยาก แต่เธอไม่เคยใช้มันมาก่อน อย่าลองสุ่มสี่สุ่มห้าจะดีกว่า เธอจึงใช้นิ้วมือวาดไปบนก้อนหินหยก แล้วบอกหนึ่งในพนักงานของเถ้าแก่โจวว่า “ผ่าจากตรงนี้นะคะ”

“ผมผ่าให้ดีกว่าครับ!” หลินเสวียนหลานทนดูไม่ไหวจนต้องเสนอตัวเข้ามาช่วยอีกครั้ง

ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวันพอดี อากาศในช่วงเดือนพฤษภาคมนั้นร้อนมาก และตอนนี้พระอาทิตย์กำลังส่องแสงสว่างเจิดจ้า แผ่ความร้อนแผดเผาทุกสรรพสิ่งเต็มที่ เดิมทีผู้คนที่มุงดูกันอยู่กำลังจะแยกย้ายกันไปแล้ว แต่พอได้ยินว่าซีเหมินจินเหลียนจะผ่าหินหยกอีกก็พากันออกันเข้ามามุงดู แม้แต่ตาหวังก็ยังรอดูด้วยอีกคน

หลินเสวียนหลานพับแขนเสื้อขึ้น จากนั้นเขาก็เริ่มขีดเส้นลงบนก้อนหินหยกตามตำแหน่งที่ซีเหมินจินเหลียนบอก เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงลงมีดผ่าลงไปอย่างแม่นยำ

หินหยกถูกผ่าออกเป็นสองก้อน ในใจของหลินเสวียนหลานอยากรู้มากเหมือนกันว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไร ถึงตัวเขาจะไม่ค่อยเชื่อสายตาของซีเหมินจินเหลียนนักว่าจะมีหยกสีเขียวอยู่ข้างในหินหยกก้อนนี้ แต่ก็อดไม่ได้จนต้องรีบดูให้แน่ใจ และทันทีที่เขาได้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใน เขาก็ถึงกับตะลึงตาค้าง......

ผู้คนที่เห็นสีหน้าผิดปกติของหลินเสวียนหลานต่างก็พากันเข้ามาดู เมื่อได้เห็นสิ่งที่อยู่ภายในก้อนหินหยกแล้ว สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไป หลินเสวียนหลานต้องรีบตักน้ำที่อยู่ข้างๆ มาสาดลงบนก้อนหินหยก

ก้อนหินหยกที่ถูกผ่าออกเป็นก้อนใหญ่และก้อนเล็กรวมกันสองก้อน เผยให้เห็นสีเขียวที่ซ่อนอยู่ภายใน ยิ่งตอนนี้มันถูกน้ำชะล้างสิ่งสกปรกออกแล้ว ยิ่งเผยให้เห็นสีเขียวสวยสะกดสายตา

“นั่นมันหยกเนื้อแก้วนี่...” มีเสียงๆ หนึ่งลอยมาจากฝูงชนที่มุงดูกันอยู่ ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังอื้ออึงชุลมุนวุ่นวายขึ้น ก็อย่างที่บอกว่าคนนอกดูเอาสนุก ส่วนคนในดูเพื่อให้รู้ เซี่ยงไฮ้ไม่เหมือนเมืองกวางตงหรือพม่าที่ใครๆ ก็รู้จักหยกสีเขียว เมื่อเทียบกันแล้วคนเซี่ยงไฮ้คุ้นเคยกับเครื่องประดับระยิบระยับใต้แสงไฟที่วางโชว์อยู่ในตู้กระจกมากกว่า และคนเซี่ยงไฮ้แทบไม่รู้จักหยกดิบพวกนี้เลยด้วยซ้ำ

คนที่แวะเวียนมาที่ร้านเถ้าแก่โจวที่ขายหินหยกโดยเฉพาะนั้นคงต้องมีความรู้เรื่องหินหยกบ้างแหละ ไม่อย่างนั้นจะมาดูให้เสียเวลาทำไมกัน

ถ้าพูดถึงหยกเนื้อแก้วสีเขียว กำไลวงหนึ่งราคาสูงเป็นล้าน แค่หัวแหวนชิ้นเดียว ราคาตั้งแสนกว่า แล้วหยกก้อนใหญ่ขนาดนี้ ราคาคงเป็นสิบล้านแน่ๆ

ผู้คนต่างเบียดเสียดกันเข้าไปดูให้เห็นแจ้ง ส่วนซีเหมินจินเหลียนนั้น มุมปากเธอยกขึ้นโดยไม่รู้ตัว “รวยแล้ว รวยแล้ว...คราวนี้รวยเละแน่ๆ”

“จินเหลียน ผมให้แปดล้าน!” หลินเสวียนหลานที่เพิ่งได้สติรีบมองหาซีเหมินจินเหลียน เขาเป็นถึงทายาทหลินซื่อจิวเวลรี่[footnoteRef:1] เมื่อได้เจอหยกดิบสีเขียวดีขนาดนี้ มีหรือที่จะพลาดโอกาสให้ของดีหลุดมือไปได้ [1: ]

ประธานเฉินผู้มีพุงพลุ้ยทำเสียงฮึ่ม “คุณชายหลิน ผมไม่เคยเห็นคุณต่อราคาขนาดนี้มาก่อนเลย หยกเนื้อแก้วสีเขียวสดแบบนี้ คุณให้ราคาแค่แปดล้านเองเหรอครับ”

“ประธานเฉินก็พูดเป็นเล่นไป ตอนนี้เห็นแค่ด้านที่ถูกผ่าออกเท่านั้น ถึงจะเป็นหยกเนื้อแก้วลักษณะและน้ำดี แต่ใครจะรู้ล่ะครับว่ามีหยกสีเขียวอยู่สักเท่าไหร่ ถ้าเกิดมีหยกสีเขียวแค่ชั้นบางๆ เท่านั้น ผมว่า แปดล้านยังถือว่าขาดทุนนะครับ!” หลินเสวียนหลานมองหน้าประธานเฉินพุงพลุ้ย ให้คำตอบพลางส่ายหัว

ซีเหมินจินเหลียนพอจะดูออกว่าหลินเสวียนหลานกับประธานเฉินไม่ค่อยลงรอยกันนัก ที่สำคัญ เธอเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าหยกสีเขียวที่เห็นนี้มีเยอะแค่ไหน จะมีเนื้อหยกแค่ชั้นบางๆ หรือเป็นก้อนหยกสี่เหลี่ยมเหมือนกับที่เธอเห็นจากพลังพิเศษกันแน่

เมื่อใคร่ครวญแล้ว ซีเหมินจินเหลียนก็วาดนิ้วลงบนก้อนหินหยกที่ถูกผ่าออกแล้วว่า “ผ่าออกเลยค่ะ จะได้รู้กันว่าข้างในเป็นยังไง”

หลินเสวียนหลานตะลึงกับสิ่งที่ซีเหมินจินเหลียนพูด เขาพอจะรู้ภูมิหลังของเธอว่าเป็นชาวไร่ชาวนายากจน ต้องพยายามอย่างหนักกว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เธออยากแต่งงานกับหนุ่มชาวกรุงเพื่อจะได้ลงหลักปักฐานในเมืองเซี่ยงไฮ้แห่งนี้ เดิมทีเขาคิดว่าให้ราคาแปดล้านแล้วเธอต้องดีใจจนเนื้อเต้นรีบตอบตกลงทันที แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเธอจะขอให้ผ่าก้อนหินหยกออกมาดูอีก

เขาเป็นคนผ่าก้อนหินหยกก้อนนี้เองกับมือ ถึงจะไม่ได้ใช้ไฟฉายส่องดู อาศัยแค่เพียงแสงธรรมชาติเขาก็ดูออก ยังไม่ต้องพูดถึงก้อนหินหยกก้อนเล็ก แค่หินหยกก้อนใหญ่ก้อนเดียว คงมีเนื้อหยกหนาประมาณสามเซนติเมตรแน่นอน ขอแค่มีเนื้อหยกหนาแค่สามเซนติเมตร เจ้าก้อนหยกดิบสีเขียวเนื้อแก้วก้อนนี้ ราคาคงไม่ต่ำกว่าแปดล้านแน่นอน

ความจริงแล้ว ตอนที่ซีเหมินจินเหลียนได้ยินหลินเสวียนหลานเสนอราคาตั้งแปดล้านนั้น ในหัวของเธอมึนงงไปหมดจนแทบจะเป็นลม ความรู้สึกนี้มันช่างเหมือนฝัน เงินตั้งแปดล้าน ตัวเธอยังไม่มีค่าขนาดนี้เลย

แต่ว่า ขอแค่สามารถพิสูจน์ให้ได้ว่าพลังพิเศษเล็กๆ ของเธอแม่นยำจริง เทียบกันแล้วเงินแปดล้านนั้นไม่สำคัญเลยสักนิด เพราะฉะนั้นเธอจะผ่าเจ้าหินหยกก้อนนี้ให้เหมือนกับผ่าแตงโม ผ่าออกให้หมด ให้เห็นกับตาเธอจึงจะพอใจ

ครั้งนี้ พนักงานทั้งสองคนของเถ้าแก่โจวต้องช่วยกันจัดวางหินหยกราคาสูงก้อนนี้อย่างระมัดระวังที่สุด และยังคงเป็นหลินเสวียนหลานที่เป็นคนลงมือผ่าเช่นเดิม

หลินเสวียนหลานผ่าลงตรงที่ซีเหมินจินเหลียนบอก หินหยกถูกผ่าออก หลินเสวียนหลานก็ตะลึงไปชั่วครู่เพราะมีเนื้อหยกหนาประมาณหกเซนติเมตรซ่อนอยู่ภายใน และมันยังเป็นหยกสีเขียวมรกตที่ใครเห็นก็ต้องหลงรัก

ซีเหมินจินเหลียนยังคงให้หลินเสวียนหลานช่วยผ่าเอาเปลือกหยกส่วนเกินออกให้หมดจนเหลือเพียงก้อนหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดที่เป็นก้อนสี่เหลี่ยม ก้อนหยกที่มีความยาวประมาณยี่สิบเซนติเมตร กว้างประมาณแปดเซนติเมตร และหนาประมาณหกเซนติเมตรจึงปรากฏแก่สายตาทุกคน

“คุณหลินคะ รบกวนช่วยผ่าหินหยกก้อนเล็กให้ด้วยนะคะ” ซีเหมินจินเหลียนไม่แปลกใจกับสายตาประหลาดใจของทุกคน เธอเอื้อมมือไปจับก้อนหยกที่หนักพอสมควรมาถือไว้ในมือ พร้อมชี้ไปยังหินหยกก้อนเล็กที่เหลืออีกก้อน

หลินเสวียนหลานผงกศีรษะรับทราบ อย่าว่าแต่สาวสวยอย่างซีเหมินจินเหลียนเป็นคนขอร้องเลย ต่อให้เป็นตาสีตาสาที่ไหนก็ตาม ถ้าหากสามารถผ่าเจอหยกเนื้อแก้วสีเขียวสด เขาก็ยินดีทำให้ทั้งนั้น

ก้อนหยกก้อนเล็กที่ผ่าเสร็จแล้วเป็นหยกเนื้อแก้วสีเขียวมรกตที่มีความยาวและความกว้างเท่ากับก้อนหยกก้อนใหญ่ เพียงแต่มีความหนาแค่สองเซนติเมตรเท่านั้น แม้จะชิ้นเล็กกว่า แต่ก็ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงหน้ามองจนตาแทบถลนออกมาเพราะอิจฉาในความโชคดีของซีเหมินจินเหลียน

หยกเนื้อแก้วสีเขียวสด โดยปกติจะต้องถูกเก็บรักษาอย่างดีในตู้นิรภัย แต่ตอนนี้มันกลับปรากฏต่อหน้าธารกำนัล ทุกคนที่ได้เห็นมีทั้งชื่นชม ยินดี อิจฉา ริษยาต่างกันไป

นอกจากนี้ ยังมีคนหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแอบถ่ายรูปซีเหมินจินเหลียนที่ถือก้อนหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดเอาไว้ เพราะอาจไม่มีโอกาสได้เห็นหยกดีๆ แบบนี้อีกแล้ว ถ้าไม่ถ่ายรูปเก็บไว้ก็คงเสียดายแย่

“คุณซีเหมิน คุณจะขายหยกดิบก้อนนี้หรือเปล่าครับ” ประธานเฉินผู้มีพุงพลุ้ยถามขึ้นอีกครั้ง

ซีเหมินจินเหลียนผงกหัวรับ “ฉันจะขายหยกก้อนใหญ่ ส่วนหยกก้อนเล็กฉันจะเก็บไว้เองค่ะ”

ประธานเฉินได้ยินดังนั้นก็ดีใจยกใหญ่ ขอแค่เธอยอมขายก็พอแล้ว กลัวแต่เธอจะไม่ขายนะสิ ถ้าเกิดเธอไม่ยอมขายขึ้นมา เขาคงทำได้แค่มองมันตาปริบๆ แม้เขาอยากจะได้หยกดิบทั้งสองก้อน แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อซีเหมินจินเหลียนประกาศชัดเจนแล้วว่าเธอไม่ขายหยกดิบก้อนเล็ก แค่ได้ครอบครองหยกดิบก้อนใหญ่ก้อนเดียว ที่เสียเวลาวันนี้ถือว่าคุ้มแล้ว

“คุณซีเหมิน คุณเสนอราคามาได้เลยครับว่าจะขายเท่าไหร่!” ประธานเฉินรีบบอก นี่ไม่ใช่แค่ก้อนหินหยกแล้ว แต่มันเป็นก้อนหยกทั้งก้อน ตามกติกาแล้วซีเหมินจินเหลียนต้องเป็นคนเสนอราคาขายเอง

“ฉันไม่รู้เหมือนกันค่ะ...” ซีเหมินจินเหลียนมองไปยังหลินเสวียนหลานอย่างขอความช่วยเหลือ ก็เธอไม่รู้จริงๆ นี่นา

หลินเสวียนหลานรู้สึกเหลือบ่ากว่าแรง ก้อนหยกที่เป็นสุดยอดหยกแบบนี้ ไม่ว่าร้านจิวเวลรี่ที่ไหนมาเห็นเข้าก็ต้องรีบคว้ามาไว้ในมือ เขาที่เป็นถึงทายาทหลินซื่อจิวเวลรี่รู้ดีที่สุดว่า หากซื้อก้อนหยกนี้ไว้และนำไปเจียระไนเป็นเครื่องประดับ มันจะทำกำไรได้มหาศาลขนาดไหน

ถึงเขาจะเป็นถึงทายาทหลินซื่อจิวเวลรี่ แต่การซื้อขายสินค้ามูลค่านับสิบล้านก็ต้องผ่านการพิจารณาของท่านประธานก่อน หรืออาจถึงขั้นต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อปรึกษาหารือก่อน

เขากับซีเหมินจินเหลียนเพิ่งจะรู้จักกัน เธอคงไม่รอให้เขากลับไปประชุมกับคณะกรรมการให้เสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยขายก้อนหยกให้เขาหรอก ขอแค่ให้สมราคา เธอสามารถขายก้อนหยกนี้ให้กับประธานเฉินแห่งบริษัทเซิ่งเต๋อจิวเวลรี่ที่เป็นบริษัทจิวเวลรี่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในนครเซี่ยงไฮ้ได้ทันที

ด้วยเหตุนี้ หลินเสวียนหลานจึงไร้คำพูดใดๆ ทำได้แค่เพียงเบือนหน้าหนีด้วยความลำบากใจ

ประธานเฉินมองหลินเสวียนหลานแล้วยิ้มเยาะในใจ ถ้าหากคนที่อยู่ที่นี่ในวันนี้คือตาเฒ่าเจ้าเล่ห์แห่งตระกูลหลินแล้วละก็ เขาคงหมดสิทธิ์ในก้อนหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดก้อนนี้เป็นแน่ แต่นี่เป็นหลินเสวียนหลานที่คงไม่มีเงินถุงเงินถังเยอะแยะไว้ซื้อก้อนหยกราคาแพงลิบลิ่วก้อนนี้หรอก

เมื่อคิดได้ดังนี้ ประธานเฉินจึงกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ ก้อนหยกก้อนแรกของซีเหมินจินเหลียนที่ใกล้เคียงกับหยกเนื้อน้ำแข็ง ไม่ว่าจะเป็นสีหรือความใสก็พอใช้ได้ แต่เนื้อหยกยังไม่ดีพอ เซิ่งเต๋อจิวเวลรี่ไม่เคยขาดก้อนหยกคุณภาพระดับกลางๆ จะขาดก็แต่...ก้อนหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดแบบนี้ที่อาจได้พบแต่ไม่อาจได้ครอบครอง หรือรองลงมาหน่อยก็เป็นพวกหยกสีเขียวกรีนแอปเปิ้ลคุณภาพดี

คงไม่มีร้านจิวเวลรี่ร้านไหนที่จะไม่ขาดก้อนหยกแบบนี้ ยิ่งตอนนี้ ขนาดหยกเนื้อแก้วสีใสยังเป็นที่ต้องการของตลาด นับประสาอะไรกับหยกสีเขียวสดหายากเช่นนี้

เมื่อกี้นี้เขาได้เห็นแล้วว่าก้อนหยกที่อยู่ในมือของซีเหมินจินเหลียนนั้นเป็นหยกเนื้อแก้วหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดใสแวววาว เนื้อดี น้ำดี และไม่มีรอยตำหนิใดๆ เลย หากเจียระไนและขัดเงาเรียบร้อยแล้ว ต้องเป็นเครื่องประดับที่สวยงามและดึงดูดสายตาที่สุดอย่างแน่นอน

“สามสิบล้าน!” ประธานเฉินไม่กล้ากดราคามากนัก ถึงแม้หลินเสวียนหลานจะไม่มีเงินซื้อ แต่เขาเป็นถึงทายาทหลินซื่อจิวเวลรี่ย่อมรู้ราคาตลาดเป็นอย่างดี “คุณซีเหมินลองพิจารณาดูว่าราคานี้เหมาะสมหรือเปล่า ถ้าคุณยินดีขาย ผมสามารถโอนเงินให้คุณได้ทันทีเลยนะครับ!”

ซีเหมินจินเหลียนตะลึงไปชั่วขณะ สามสิบล้าน ก้อนหยกแค่นี้ราคาตั้งสามสิบล้านเชียวหรือ ชั่วขณะที่เธอยืนอึ้งอยู่นั้น เธอก็เหลือบเห็นหลินเสวียนหลานแอบส่งสายตาแฝงนัยมาให้เธอ

หลินซื่อจิวเวลรี่ (林氏珠宝) เป็นชื่อบริษัทที่ทำธุรกิจอัญมณีของครอบครัวหลินเสวียนหลาน

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 014 ตอนที่ 14