ความลับแห่งจินเหลียน

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 027 ตอนที่ 27

#27Chapter 027

ตอนที่ 27 สีเขียวติดเปลือก

หลินเสวียนหลนพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เถ้าแก่โจวพูด “ถ้าอย่างนั้นเราอย่าเสียเวลากันเลยครับ รีบพาผมไปดูสินค้าดีกว่า! ผมก็แอบหวังว่าตัวเองจะโชคดีเหมือนกับจินเหลียน ได้เจอหยกเนื้อแก้วสีเขียวสักก้อนเหมือนกัน”

หลินเสวียนหลานเคยเล่าให้ซีเหมินจินเหลียนฟังว่าหากจะย้อนอดีตของหวยหยกกันจริงๆ คงต้องย้อนกลับไปไกลถึงยุคชุนชิวกันเลยทีเดียว เนื่องจากหวยหยกเป็นเรื่องยากที่จะคาดเดา มันจึงกลายเป็นสิ่งที่มีความลี้ลับไปโดยปริยาย สมัยก่อนถ้าหากคนเล่นหวยหยกซื้อหวยหยกลักษณะไม่เลวกลับมา ก่อนทำการผ่าหวยหยกก็จะไหว้พระถือศีล บางคนถึงขั้นไม่กล้าดูการผ่าหวยหยกด้วยตัวเองเพราะกลัวทนรับผลการผ่าไม่ไหว

ถึงแม้คนเล่นหวยหยกสมัยนี้จะไม่ได้ถือเคล็ดมากมายเหมือนคนสมัยก่อน แต่ใครก็ตามที่ผ่าเจอหยกราคาสูงก็มักจะได้รับการนับหน้าถือตาขึ้นมาทันทีเช่นกัน คนรอบข้างบางคนถึงกับซื้อหวยหยกมาผ่าตามเผื่อจะโชคดีเหมือนคนอื่นเขาบ้าง มันก็เหมือนการเล่นการพนันที่มักจะมีคนเล่นตามคนที่กำลังมือขึ้นนั่นแหละ

วันนี้เธอผ่าเจอหยกถึงสองก้อน แต่ตาหวังคนนั้นกลับต้องเสียหมดตัวทั้งๆ ที่ใช้เครื่องผ่าหินหยกเครื่องเดียวกันแท้ๆ ถ้าจะพนันหวยหยกแล้วไม่ใช้พลังพิเศษ ซีเหมินจินเหลียนก็กล้ารับประกันได้เลยว่าเก้าในสิบเธอต้องเสียพนันอย่างแน่นอน ส่วนอีกหนึ่งคนที่เหลือคงต้องยอมรับว่าบุญพาวาสนาส่งและดวงดีสุดๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็เชิญเลยครับ!” เถ้าแก่โจวเลิกบ่นแล้วรีบพาทั้งสองคนเดินเข้าไปด้านหลังร้าน ซีเหมินจินเหลียนเพิ่งได้รู้ว่าที่นี่มีโกดังขนาดใหญ่มากอยู่ด้านหลังร้าน ภายในโกดังมีหินหยกดิบ หินหยกที่เปิดเปลือกแล้ว และหินหยกที่ถูกผ่าครึ่งวางกองอยู่เต็มไปหมด

หินหยกที่เปิดเปลือกแล้วหมายถึงหินหยกดิบที่ถูกผ่าหรือเจียเปลือกหินหยกออกบางส่วนจนเห็นเนื้อหินด้านใน ราคาหินหยกก้อนนั้นจะสูงขึ้นทันทีถ้าหากมีเนื้อหยกลักษณะดีอยู่ด้านใน หลินเสวียนหลานบอกว่าหินหยกที่เปิดเปลือกแล้วยังคงมีความเสี่ยงอยู่ เพราะเปิดเปลือกหยกแล้วจึงทำให้เห็นเนื้อหยกด้านใน เมื่อเทียบกับหินหยกดิบแล้วราคาก็จะสูงกว่ามาก

นักล่าหยกมือใหม่มักจะเริ่มจากหินหยกเปิดเปลือกก่อน อย่างน้อยการได้เห็นเนื้อหินที่อยู่ข้างในก็ยังทำให้มีความหวังในการเสี่ยงโชค

ส่วนหินหยกดิบคือหินหยกตามธรรมชาติที่ไม่ผ่านการผ่าหรือเปิดเปลือกหินหยก ต้องอาศัยประสบการณ์ในการอ่านหินหยกเพื่อวิเคราะห์ว่าในหินหยกก้อนนั้นมีหยกซ่อนอยู่หรือไม่ คุ้มค่าที่จะเสี่ยงหรือเปล่า

ใต้แสงไฟจากหลอดนีออนที่สว่างจ้าในห้อง ซีเหมินจินเหลียนเดินไปยังกองหินหยกที่เปิดเปลือกแล้ว เธอมองดูหินหยกพวกนั้นผ่านๆ ด้วยความผิดหวังเล็กน้อย

ในจำนวนกองหินหยกที่เปิดเปลือกแล้วยังพอมีหินหยกที่ไม่เลวนักอยู่บ้าง ในนั้นมีทั้งหินหยกเนื้อน้ำแข็ง สีใช้ได้ มีหยกสีเขียวหลายเฉด แต่กลับไม่มีหยกสีม่วงหรือหยกสีแดงที่เธออยากได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหยกฮกลกซิ่ว หยกสีเขียวฟ้าน้ำทะเล หรือหยกสีเหลืองน้ำผึ้งเลย

หลินเสวียนหลานเองก็เริ่มดูจากหินหยกที่เปิดเปลือกแล้วเช่นกัน แต่ไม่นานนักก็หันไปดูหินหยกดิบแทนจนไม่มีเวลาสนใจซีเหมินจินเหลียนอีก

ซีเหมินจินเหลียนมองดูหินหยกขนาดต่างๆ ประมาณห้าถึงหกร้อยก้อนที่กองสุมกันอยู่ในโกดัง เปลือกหินหยกมีหลากหลายสี มีทั้งหินหยกเปลือกทรายเหลือง หินหยกเปลือกทรายขาว หินหยกเปลือกดำ เธอท่องจำความรู้ที่หลินเสวียนหลานเคยสอนบวกกับข้อมูลที่หาได้จากอินเทอร์เน็ตทั้งหมดไว้ในหัวแล้ว หลังจากประมวลข้อมูลทั้งหมดแล้วเธอจึงได้ข้อสรุปว่าหินหยกในร้านเถ้าแก่โจวไม่ได้มาจากแหล่งเดียวกันแน่ๆ

ซีเหมินจินหลียนอยากเลือกหยกสีอื่นบ้างจึงขอยืมไฟฉายจากเถ้าแก่โจว เธอใช้ไฟฉายส่องดูหินหยกทีละก้อนๆ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะแยกแยะสีหรือความใสจากเปลือกหินหยกอย่างเดียว โดยเฉพาะการดูหินหยกภายใต้แสงไฟจากหลอดไฟนีออนแบบนี้ มันทำให้แยกแยะยากลำบากไม่ใช่น้อย

ซีเหมินจินเหลียนดูหินหยกตั้งเยอะแล้วแต่ก็ยังไม่เจอที่ดีๆ เลยสักก้อน ส่วนเรื่องเปลือกหยกกี่ประเภทอะไรนั่น...ยิ่งทำให้เธองงหนักเข้าไปอีก

เถ้าแก่โจวมองดูซีเหมินจินเหลียนด้วยความฉงน ตอนกลางวันเธอผ่าหินหยกชนะตั้งสองก้อน หนึ่งในนั้นยังเป็นสุดยอดหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดเสียด้วย แต่ดูท่าทางที่เธอเลือกหินหยกตอนนี้แล้วเถ้าแก่โจวได้แต่ส่ายศีรษะ หญิงสาวคนนี้อาศัยดวงดีล้วนๆ และเป็นมือใหม่ที่ไม่รู้อะไรเลย

เถ้าแก่โจวหมุนตัวไปสั่งงานพนักงานสองคนในร้านให้มาดูแลลูกค้าให้ดี หน้าที่หลักของทั้งสองคือคอยดูลูกค้าเลือกหินหยก ถ้าเลือกได้แล้วก็ให้ขนไปไว้รวมกันเพื่อคิดเงิน

ซีเหมินจินเหลียนเห็นว่าเถ้าแก่โจวไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ส่วนพนักงานสองคนนั้นก็มัวแต่สัปหงกอยู่อีกฝั่ง หลินเสวียนหลานเองก็ง่วนอยู่กับการเลือกหินหยก เขาใช้ทั้งไฟฉายกำลังสูง ทั้งแว่นขยายส่องดูหินหยกจนดูยุ่งวุ่นวายไปหมด ไม่มีเวลามาสนใจว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่ เธอจึงรีบฉวยโอกาสนี้ลุกขึ้นแล้วสอดส่องดูรอบห้อง ใช้วิธีนี้เลือกหินหยกคงไม่ได้การแน่ อีกอย่างเธอก็รู้แล้วว่าการมองทะลุหินหยกต้องใช้พลังมากกว่ามองดูสิ่งของธรรมดามากมายนัก

เธอได้ข้อสรุปว่า...สิ่งของยิ่งหนาแน่น พลังที่ใช้ในการมองทะลุก็ยิ่งมาก

ก่อนที่เธอจะค้นพบวิธีฝึกฝนพลังพิเศษนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นนั้น เธอก็ควรออมแรงไว้ก่อน มิเช่นนั้นเกิดใช้พลังมากเกินไปจนตัวตาย ต่อให้มีเงินมากมายมหาศาลแค่ไหนก็คงไม่มีวาสนาได้เสวยสุขแน่ๆ

ซีเหมินจินเหลียนคิดพลางกวาดสายตาดูกองหินหยกพลาง พลันสายตาก็หยุดอยู่ที่หินหยกเปลือกทรายขาวเป็นก้อนสี่เหลี่ยมเหมือนก้อนเต้าหู้ขาวไม่มีผิด หินหยกก้อนนั้นมีความยาวประมาณสามสิบเซนติเมตร กว้างประมาณยี่สิบห้าเซนติเมตร และหนาประมาณยี่สิบห้าเซนติเมตร

“ก้อนนี้แหละ!” ซีเหมินจินเหลียนบอกกับตัวเองในใจแล้วรีบเดินไปยังหินหยกก้อนนั้นทันที เธอใช้มือลูบก้อนหินหยก มันเป็นหินหยกที่มีเปลือกหยกละเอียดมาก จากนั้นจึงใช้ไฟฉายกำลังสูงส่องดูหินหยก แสงจากไฟฉายทำให้เห็นว่าหินหยกก้อนนี้น่าจะเป็นหินหยกน้ำดี เธอมองดูรอบๆ อย่างถี่ถ้วน ลายบนเปลือกหินหยกก็พอมีให้เห็นรางๆ เช่นกัน

เธอไม่สนแล้ว ขอให้เห็นข้างในก่อนแล้วค่อยว่ากันทีหลัง ซีเหมินจินเหลียนพร่ำบ่นอยู่ในใจ คิดพลางมือขวาก็จับลงไปบนหินหยก ไอความร้อนค่อยๆ แผ่ออกมาจากฝ่ามือของเธอ...

ซีเหมินจินเหลียนชะงักไปชั่วครู่ การมองทะลุครั้งนี้ดูเหมือนจะง่ายกว่าเมื่อตอนกลางวัน หรือเป็นพราะว่าพลังพิเศษนี้ยิ่งใช้ก็ยิ่งแกร่งอย่างนั้นหรือ อืม...คิดๆ แล้วก็น่าจะใช่ มันก็คงเหมือนการฝึกวิ่งหรือฝึกยกเวทกระมัง เริ่มต้นใหม่ๆ ก็ยังอ่อนแรงอยู่ พอฝึกไปนานๆ ก็คงแข็งแกร่งขึ้นสินะ

ขณะที่ไอความร้อนจากมือขวาของซีเหมินจินเหลียนแผ่ไปยังก้อนหินหยก หินหยกเปลือกทรายขาวก็ค่อยๆ จางหายไปจนสามารถมองเห็นสีเขียวจางๆ แต่พอมองลึกเข้าไปกับกลายเป็นหินสีขาวโพลน ซีเหมินจินเหลียนมองดูอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้งแล้วได้แต่แอบถอนหายใจ นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าสีเขียวติดเปลือก

ไม่รู้อะไรดลจิตดลใจให้ซีเหมินจินเหลียนมีความคิดพิเรนทร์ผุดขึ้นในใจ ถ้าหากเจียเปลือกหยกออกจนเห็นสีเขียวที่ติดเปลือกหยกแล้วเอาไปขายต่อน่าจะได้ราคาสูงทีเดียว...แต่ว่า คนที่อยู่ที่นี่ตอนนี้ก็มีแต่หลินเสวียนหลานคนเดียวเท่านั้น หรือว่าเธอจะหลอกขายให้เขาดี

______________________________________________