ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 026 ตอนที่ 26
ตอนที่ 26 ผู้หญิงต้องรู้จักรักตัวเอง
พอพูดถึงเรื่องนี้ หลินเสวียนหลานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วรีบเฉไฉคุยเรื่องอื่นแทน
ซีเหมินจินเหลียนเห็นท่าทางของหลินเสวียนหลานก็เข้าใจทันที เธอจึงไม่เซ้าซี้ถามเขาอีกและเปลี่ยนไปถามเรื่องหวยหยกแทน ก็มีเรื่องเล่าที่น่าสนอใจอีกตั้งเยอะแยะเกี่ยวกับหวยหยกนี่นา
เวลาค่อยๆ ล่วงเลยผ่านไป เวลาที่อยู่ด้วยกันทั้งสองคนไม่ได้รู้สึกอึดอัดหรือน่าเบื่อเลยสักนิด หลินเสวียนหลานคุยเรื่องหยกอย่างออกรสออกชาติ เล่าทุกอย่างให้ซีเหมินจินเหลียนฟัง ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับหวยหยกทั้งหมดที่มีให้เธออย่างไม่หวงวิชา
“จินเหลียน พูดตามตรงนะ วันนี้คุณดวงดีสุดๆ เลย” หลินเสวียนหลานอดไม่ได้จนต้องวกกลับมาพูดถึงเรื่องหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดที่ซีเหมินจินเหลียนผ่าเจอเมื่อเช้านี้อีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เธอผ่าเจอหยกที่ใกล้เคียงกับหยกเนื้อน้ำแข็งสีเขียวกรีนแอปเปิ้ลก่อนหน้านี้แล้ว เธอยังผ่าเจอหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดอีก เธอผ่าชนะตั้งสองครั้งในวันเดียวซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมาก ถ้าหากเขาไม่รู้มาก่อนว่าเธอแค่ดวงดีเท่านั้น เขาก็คงสงสัยแล้วว่าเธอมีผู้รู้ที่คอยชี้แนะหรือมีเคล็ดลับที่ไม่อาจเปิดเผยหรือเปล่า
“จริงด้วยค่ะ คนเราเวลาดวงดีขึ้นมา ต่อให้อะไรก็ฉุดไม่อยู่!” ซีเหมินจินเหลียนยิ้มๆ เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่าตัวเองสามารถมองเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในหินหยก อย่าว่าแต่พวกเขาไม่สนิทกันเลย ต่อให้เป็นคนที่สนิทมากๆ เธอก็ไม่มีวันเปิดเผยความลับนี้กับใครแน่นอน
จิตมนุษย์นี้ไซร้ ยากแท้หยั่งถึง...หลังจากต้องพบเจอกับความเลวร้ายของครอบครัวสวีจวิ้นหลันกับหวังหมิงหยางแล้ว ความไร้เดียงสาและความจริงใจของสาวบ้านนอกคนนี้ก็ถูกกลืนกินไปกับสังคมวัตถุนิยมในเมืองใหญ่แห่งนี้ เหลือเพียงความเอือมระอาที่ซ่อนอยู่ส่วนลึกสุดในจิตใจ
ซีเหมินจินเหลียนยิ้มขมขื่นขึ้น ถ้าหากความรู้สึกเอือมระอาที่ยังเหลืออยู่ในจิตใจวันนั้นกลายเป็นความชินชาแทน เธอก็คงถูกกลืนกินและกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกที่โหดร้ายใบนี้อย่างสมบูรณ์ไปแล้วใช่ไหม?
เธอยังจำได้อย่างชัดเจนว่าพ่อแม่ของเธอนั้นเสียตั้งแต่เธอยังเล็ก เธอจึงอาศัยอยู่กับย่าตามลำพัง ย่าก็แก่ชรามากแล้ว ตอนที่เธอสอบติดมหาวิทยาลัย ย่าจึงส่งเสียค่าเล่าเรียนมหาวิทยาลัยแสนแพงของเธอไม่ไหว
ผู้ใหญ่บ้านเรียกทุกคนในหมู่บ้านมาประชุมกันที่บ้านหญ้าคาของเธอ เพื่อปรึกษาหารือเรื่องที่จะช่วยกันเรี่ยไรเงินค่าเล่าเรียนให้เธอ ลุงหวังยอมขายหมูสองตัวที่จะเก็บไว้ใช้ในวันตรุษจีน อาสะใภ้รองตัดใจขายแหวนทองที่ได้มาตอนแต่งงาน ญาติผู้พี่รีบกลับจากเมืองกวางตุ้งด้วยความยากลำบาก มาถึงก็ยัดเงินสามพันหยวนที่ยังมีไออุ่นใส่มือของเธอ...
ถ้าหากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพวกเขาในวันนั้น เธอก็คงไม่มีโอกาสได้เรียนมหาวิทยาลัยอย่างแน่นอน...เพราะฉะนั้น เธอก็เชื่อเสมอว่าโดยธรรมชาติแล้วมนุษย์ทุกคนมีพื้นฐานเป็นคนดี เธอจึงปฏิบัติกับทุกคนด้วยความจริงใจ แต่ดูสิ่งที่เธอได้ตอบแทนมาสิ มีแต่คำพูดดูถูกเหยียดหยามที่ทำให้เธอต้องอับอาย
หวังหมิงหยางคงไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าสิ่งที่เธอเสียไปไม่ใช่แค่ความรัก แต่เธอได้รู้ซึ้งถึงสันดานคนอีกด้วย ในโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้มีเรื่องแปลกประหลาดมากมาย คนเรามาจากร้อยพ่อพันแม่แตกต่างกันไป ยากจะคาดเดา
เธอสามารถมองเห็นหยกที่ซ่อนอยู่ภายในหินหยกได้อย่างชัดเจน แต่กลับไม่สามารถมองทะลุจิตใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกของคนเราได้เลย!
หลินเสวียนหลานเห็นซีเหมินจินเหลียนที่มีอาการเศร้าๆ จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย “เป็นอะไรหรือเปล่า?”
“เอ่อ...ไม่มีอะไร แค่คิดถึงบ้านนิดหน่อยค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนยิ้มบางๆ “พอมานับๆ ดูแล้ว ฉันก็ไม่ได้กลับบ้านตั้งสี่ปีแล้ว”
“อืม...” หลินเสวียนหลานเข้าใจเธอดี อย่าว่าแต่นักศึกษาต่างจังหวัดที่สอบติดมหาวิทยาลัยเลย แม้แต่แรงงานที่ได้ดีในเมืองใหญ่ก็ยังไม่อยากกลับบ้านเกิดที่มีแต่ความยากจนข้นแค้นเลย
คนที่เกิดมาไม่เคยจนอย่างเขาก็ไม่รู้จักรสชาติของความจนซะด้วยสิ เขาจึงไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี
โชคดีที่โทรศัพท์มือถือของเขาดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน หลินเสวียนหลานรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูแล้วยิ้มๆ จากนั้นจึงรีบกดรับสายทันที แม้แต่ซีเหมินจินเหลียนก็ยังได้ยินเสียงของฉินต้าโถวที่ดังลอดออกมาจากปลายสายได้อย่างชัดเจน “คุณชายหลิน คราวนี้นายสายตาไม่เลวเลยนะ คุณซีเหมินเป็นคนสวยอย่างที่นายว่าจริงๆ ด้วย ฉันจะบอกให้นะว่าฉันจะจีบเธอ ห้ามนายแย่งฉันจีบเด็ดขาดเลยนะ!”
หลินเสวียนหลานเหลือบมองซีเหมินจินเหลียนด้วยความกระอักกระอ่วน ส่วนซีเหมินจินเหลียนก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำเป็นไม่ได้ยิน
“ฉินต้าโถว แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นคนสวย?” หลินเสวียนหลานถามด้วยความข้องใจ
“พูดเป็นเล่นน่ะ เทคโนโลยีสมัยนี้ก้าวหน้าไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แค่เปิดกล้องวิดีโอในคอมพิวเตอร์ก็เห็นหน้ากันได้แล้วไม่ใช่เหรอไง?” ฉินเฮ่าหัวเราะ
ซีเหมินจินเหลียนแอบบ่นอยู่ในใจ อีตานี่หลอกให้เธอเปิดกล้องวิดีโอเพื่อดูหน้าตาเธอจริงๆ ด้วย! ผู้ชายนี่ก็เหมือนกันหมดทุกคน แล้วยังมีหน้ามาอ้างว่าค่าโทรศัพท์ทางไกลแพงอีก หึ!
“นี่นายคงไม่ได้จริงจังใช่ไหม?” หลินเสวียนหลานถามด้วยความแคลงใจพร้อมชำเลืองมองซีเหมินจินเหลียน
“ไร้สาระ ฉันไม่ใช่นายนะที่จะได้หว่านเสน่ห์ไปทั่วน่ะ!” ฉินเฮ่าพูดเสียงดัง “ฉันขอเตือนนายไว้ก่อนเลยนะว่าอย่าได้คิดหว่านเสน่ห์ใส่เธอเชียว สาวๆ ยิ่งต้านทานใบหน้าหล่อๆ ของนายไม่ได้ซะด้วย”
“พูดบ้าอะไรของนาย?” หลินเสวียนหลานเสียงสูง “แน่จริงก็รีบกลับมาจีบเองเลยสิ!”
“เสร็จธุระที่อเมริกาเมื่อไหร่ฉันจะรีบกลับไปทันทีเลย ระหว่างที่ฉันยังไม่กลับ นายก็อยู่ห่างๆ เธอไว้ล่ะ อย่าได้คิดเอาเรื่องหยกมาบังหน้าเพื่อหาข้ออ้างอยู่ใกล้เธอนะ!” เสียงของฉินเฮ่าดังลอดออกมาจากปลายสายให้ได้ยินอีกครั้ง
“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ตอนนี้จินเหลียนกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ตรงหน้าฉัน แล้วเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปดูหวยหยก ถ้านายอยากจีบเธอก็คงต้องรีบหน่อยแล้วล่ะ!” หลินเสวียนหลานเยาะเย้ยและท้าทายฉินเฮ่าเต็มที่
“นี่ นะ..นะ..นาย...ฝากไว้ก่อนเถอะ!” ได้ยินเสียงปลายสายเหมือนเสียงฉินเฮ่ากำลังเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันดังลอดออกมา
หลินเสวียนหลานได้แต่หัวเราะหลังจากที่วางสายใส่ฉินเฮ่า ซีเหมินจินเหลียนส่ายหน้าแล้วว่า “เพื่อนคุณคนนี้เป็นคนตลกดีนะคะ”
“ใช้ได้เลยใช่ไหมครับ เพียงแต่เขาชอบพูดจาเพี้ยนๆ ไปหน่อยน่ะ เขาพูดอะไรมาคุณก็ฟังหูไว้หู อย่าไปเชื่อเชียวนะครับ!” หลินเสวียนหลานอธิบายยิ้มๆ
ซีเหมินจินเหลียนได้แต่พยักหน้ารับ ในใจแอบคิดว่าสมัยนี้ถ้าคำพูดผู้ชายเชื่อถือได้ หมูก็คงปีนต้นไม้ได้เหมือนกันนั่นล่ะ ช่างเถอะ หลังจากนี้เธอเชื่อตัวเองดีกว่า...ผู้หญิง ต้องรู้จักรักตัวเอง
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของหลินเสวียนหลานก็ดังขึ้นอีกครั้ง เขาหยิบมันขึ้นมาดูแล้วกดตัดสายทิ้งในทันที หลังจากนั้นก็หันมายิ้มให้ซีเหมินจินเหลียน “สินค้าของเถ้าแก่โจวมาถึงแล้ว เรารีบไปดูกันเถอะ”
“ดีเลยค่ะ” ซีเหมินจินเหลียนรีบพยักหน้าตอบรับ จุดประสงค์หลักของเธอก็คือการไปดูหินหยกที่ร้านของเถ้าแก่โจว ดูสิว่าจะเจอหยกดีๆ อีกหรือเปล่า หากจะให้ดีก็ขอให้เจอหยกสีเขียวฟ้าน้ำทะเล หยกสีแดง หยกสีเหลืองอย่างที่หลินเสวียนหลานบอก แต่ถ้าเจอหยกฮกลกซิ่วจะดีที่สุดเลย
หลังออกจากร้านกาแฟเมิ่งจืออวิ้นแล้ว หลินเสวียนหลานก็ขับรถตรงไปยังตลาดค้าของเก่าทันที ตลาดค้าของเก่าในเวลานี้ดูเงียบสงัด ไร้เงาร้านแบกะดินที่เคยวางของขายตามสองฝั่งริมถนน ร้านรวงต่างๆ ที่ตั้งอยู่สองฝั่งถนนก็ปิดร้านกันหมดแล้ว
เมื่อทั้งสองไปถึงร้านเถ้าแก่โจว ถึงจะเห็นว่าข้างในร้านเปิดไฟสว่างโร่ แต่ประตูร้านกลับถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา หลินเสวียนหลานเดินไปเคาะประตูเบาๆ สักครู่ เถ้าแก่โจวเดินมาเปิดประตูให้ทั้งสองพร้อมรอยยิ้ม “คราวนี้คุณมาถึงเร็วจังเลยนะครับ อ้อ คุณซีเหมินก็มาด้วยหรือ เชิญข้างในก่อนครับ!” เถ้าแก่โจวพูดพลางเชิญให้ทั้งสองเข้าไปในร้าน
หลินเสวียนหลานไม่อยากเสียเวลามาก จึงรีบถามขึ้นทันควัน “คราวนี้มีของเยอะแค่ไหนครับ?”
“ของน่ะไม่เยอะหรอกครับ แต่ลักษณะไม่เลวเลย อีกอย่าง คุณเป็นคนแรกที่มาดูของเลยนะครับ!” เถ้าแก่โจวได้แต่แบมืออย่างเซ็งๆ “คุณก็รู้ว่าร้านผมคงสู้ที่เจียหยางไม่ได้ ให้เอาของมาเยอะก็ไม่ได้ แล้วลูกค้าประจำก็มีแต่พวกคุณอยู่ไม่กี่คน”
________________________________________