ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 028 ตอนที่ 28
ตอนที่ 28 ดั่งแสงอรุโณทัย
ความคิดพิเรนทร์นี้หายวับไปจากใจซีเหมินจินเหลียนทันที อย่างไรเสียหลินเสวียนหลานก็ถือว่าเป็นคนที่มีน้ำใจเอื้ออารีมาก ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องทดแทนบุญคุณอะไรเหล่านั้นเลย แค่เรื่องที่เขามีน้ำใจกับเธอ เธอก็ไม่อาจจะหลอกเอาเงินเขาได้ลงคอแล้ว หากตอนนี้เธอกำลังร้อนเงินก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้เธอก็มีเงินแล้ว แล้วเธอจะทำกับเขาได้อย่างไรกัน
ถ้าหากมีคนอื่นอยู่ด้วยซีเหมินจินเหลียนก็ไม่สนใจที่จะโก่งราคาเล่นๆ เหมือนกัน ไหนๆ นักเสี่ยงโชคทั้งหลายที่มาที่นี่ก็มีแต่พวกนักธุรกิจจิวเวลรี่รวยๆ ทั้งนั้น ปกติคนพวกนี้ก็คงโก่งราคาคนอื่นมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่เหมือนกัน
คิดๆ แล้วซีเหมินจินเหลียนก็อดที่จะยกยิ้มมุมปากไม่ได้ บางทีเธออาจต้องไปเมืองเจียหยางหรือเมืองผิงโจวบ้างแล้ว เผื่อมีนักธุรกิจจิวเวลรี่ตกหลุมพรางแล้วสามารถทำกำไรให้เธอได้เป็นกอบเป็นกำ
ในใจคิดพลางสายตาก็กวาดมองไปรอบๆ ในที่สุดสายตาเธอก็สะดุดเข้ากับก้อนหินหยกที่มีความยาวประมาณยี่สิบเซนติเมตร กว้างประมาณห้าถึงหกเซนติเมตร และหนาประมาณสิบเซนติเมตร เธอไม่เลือกหินหยกเปลือกดำก้อนใหญ่อย่างที่ผ่านมา และเหตุผลที่เธอสนใจหินหยกก้อนนี้ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนอกจากเปลือกหยกที่ละเอียดมากเท่านั้นเอง
ซีเหมินจินเหลียนนั่งลงแล้วใช้มือลูบเปลือกหยก ลักษณะของเปลือกหยกไม่เลวเลยทีเดียว จากนั้นใช้ไฟฉายส่องดูการกระจายแสงก็ไม่เลวเช่นกัน อีกทั้งเปลือกหยกไม่หนามาก แต่ไม่รู้เพราะอะไรเธอจึงมองไม่เห็นเค้าสีเขียวเลย
หรืออาจจะเป็นเพราะเปลือกหยกสีดำเกินไป ซีเหมินจินเหลียนงึมงำอยู่ในใจ เธอไม่สนใจแล้ว ลองดูให้รู้กันไปเลยดีกว่า เธอแกล้งทำเป็นเอามือลูบคลำเปลือกหยก ไอความร้อนจากมือขวาแผ่กระจายออกไป เปลือกหยกสีดำค่อยๆ จางหายไปจากสายตา ภาพสีขาวดั่งปุยเมฆบนท้องฟ้าค่อยๆ ปรากฏแก่สายตาของเธอ
ซีเหมินจินเหลียนลอบถอนหายใจออกมา นี่เธอเหนื่อยฟรีอีกแล้วเหรอ แต่สีขาวที่เธอเห็นมันช่างละเอียดเหลือเกิน เธอเห็นแล้วก็รู้สึกชอบอยู่ไม่น้อย แต่ว่าคงไม่มีใครซื้อหยกสีขาวหรอก ต่อให้เป็นหยกสีขาวสวยขนาดไหนก็คงไร้ค่า
ซีเหมินจินเหลียนเพ่งมองทะลุหินสีขาวลึกเข้าไปอีก ทันใดนั้นสีเขียวสดใสก็สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาเธอ
ซีเหมินจินเหลียนตะลึงไปชั่วขณะ สีเขียวนี่มัน...ช่างสดใสแวววาวเสียเหลือเกิน สดใสแวววาวยิ่งกว่าหยกเนื้อแก้วสีเขียวสดที่ผ่าเจอเมื่อตอนกลางวันนี้เสียอีก สีสันก็สวยสดงดงามและโปร่งแสงยิ่งนัก หยกก้อนนี้ไม่ใหญ่มาก มีขนาดเท่ากำปั้นและเป็นทรงรี เธอคิดคำนวณจากขนาดของก้อนหยกแล้วคงทำกำไลหยกทรงกุ้ยเฟยสวยๆ ได้สักหนึ่งวง
ดูจากลักษณะเนื้อหยกที่มีความละเอียดและโปร่งใสมากขนาดนี้ น่าจะเป็นหยกเนื้อแก้วแน่ๆ...แต่สีเขียวสดใสแวววาวแบบนี้...หรือว่าจะเป็นหยกสีเขียวมรกตอย่างที่หลินเสวียนหลานเคยพูดถึงกันนะ
เธอเองก็ไม่เคยเห็นหยกสีเขียวมรกตเสียด้วยจึงไม่รู้ว่าควรจะเปรียบเทียบอย่างไรดี ในเมื่อมีโอกาสได้เจอหยกสีเขียวสดใสแวววาวแบบนี้อยู่ตรงหน้า ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปแน่
ซีเหมินจินเหลียนย้ายหินหยกเปลือกดำก้อนนี้ไปเก็บไว้ยังมุมหนึ่ง พอเธอหันกลับมาก็เจอเข้ากับหินหยกเปลือกทรายขาวก้อนใหญ่ก้อนนั้น ทันใดนั้นหัวใจสำคัญในการต่อรองราคาที่หลินเสวียนหลานเคยสอนก็แวบเข้ามาในใจ เธอจึงรีบย้ายหินหยกเปลือกดำมาวางไว้ข้างๆ หินหยกเปลือกทรายขาวก้อนสี่เหลี่ยมทันที
จากนั้นเธอก็ดูก้อนหินหยกรวดเดียวสิบกว่าก้อน แต่ก็ไม่เจอหินหยกที่มีสีหรือน้ำดีเลย ในใจได้แต่คิดว่า มิน่าล่ะคนเขาถึงพูดกันว่าเล่นพนันหวยหยกมีโอกาสชนะแค่หนึ่งในสิบ หินหยกเยอะแยะมากมายขนาดนี้ จะหาที่ดีๆ สักก้อนมันช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน
จะว่าไปแล้วซีเหมินจินเหลียนก็ดวงดีไม่ใช่น้อย หลังจากที่เธอส่องดูหินหยกก้อนเล็กก้อนใหญ่ราวๆ ยี่สิบถึงสามสิบก้อน เธอก็สะดุดตากับหินหยกสีน้ำตาลเทาก้อนหนึ่ง ขนาดของมันไม่ใหญ่มากนัก น่าจะมีขนาดใหญ่ราวๆ ลูกบาสเกตบอลครึ่งลูกเท่านั้น สำหรับหินหยกลักษณะธรรมดาๆ เช่นนี้เธอเองก็ขี้เกียจที่จะวิเคราะห์แล้ว ดังนั้นเธอจึงใช้มือสัมผัสมันโดยตรงแล้วใช้พลังพิเศษทันที
ซีเหมินจินเหลียนชะงักด้วยความตะลึงเมื่อเธอมองทะลุเปลือกหินหยกสีน้ำตาลเทาก้อนนี้เข้าไปข้างใน สีของมัน...ก็ช่างสว่างสดใสเหลือเกิน สีแดงสดราวเปลวเพลิงลุกโชนสว่างไสวอยู่กลางสมองของเธอจนทำให้เธอนึกถึงคำเปรียบเปรยที่ว่า...แดงดั่งแสงอรุโณทัย!
ต้องใช่แน่ๆ มันคือหยกสีแดงแน่นอน แม้ขนาดจะไม่ใหญ่ แต่สีของมันก็สวยสดเป็นธรรมชาติ โปร่งใสมากขนาดนี้น่าจะเป็นหยกเนื้อแก้ว เนื้อหยกเรียบเนียนละเอียดไร้ที่ติ หากแต่หยกสีแดงก้อนนี้กลับมีลายจุดปะปนอยู่...
หลินเสวียนหลานเคยบอกว่าหยกที่มีลายจุดนั้นใช้ไม่ได้ ต่อให้หยกชิ้นนั้นจะมีสีสันที่สดใสแค่ไหน น้ำดีปานใด แต่หากมีลายจุดแล้วไซร้ ก็ไม่อาจนับว่าเป็นหยกชั้นดีได้
ไหนบอกว่าลายจุดบนก้อนหยกส่วนใหญ่เป็นลายจุดสีขาวหรือไม่ก็สีดำไงล่ะ แต่ว่าลายจุดนี้มันไม่ใช่สีขาวหรือสีดำนี่นา นี่เธอเริ่มจับทางไม่ถูกอีกแล้วนะ ลายจุดที่เธอเห็นเป็นลายจุดสีทองระยิบระยับกระจายอยู่ทั่วก้อนหยก ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกเสมือนหนึ่งแสงสุริยายามอรุณเบิกฟ้าที่สาดแสงสีทองอร่ามทั่วทิศ!
หากราคาไม่สูงมากซื้อเก็บไว้เองก็น่าจะดี ซีเหมินจินเหลียนครุ่นคิดอยู่ในใจ คิดซะว่าซื้อเก็บไว้ดูเล่นก็ได้ เธอรู้สึกชอบสีของมันจริงๆ นี่นา อีกอย่าง เมื่อครู่นี้หลินเสวียนหลานก็เป็นคนพูดเองว่าหยกสีแดงบริสุทธิ์นั้นหายากมาก แม้จะมีจุดด่างบ้างแต่ก็ยังดีที่ไม่ใช่ลายจุดสีดำน่าเกลียด หากเอามาทำเป็นเครื่องประดับก็คงไม่มีปัญหาอะไร ถึงจะขายเป็นเงินไม่ได้ เก็บไว้ใส่เองก็ยังดี หรือไม่เธอห็อาจทำเป็นจี้แล้วให้จินอ้ายหัวเป็นของขวัญก็น่าจะไม่เลว จินอ้ายหัวชอบของแวววาวระยิบระยับเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วนี่
พอคิดได้เช่นนี้ซีเหมินจินเหลียนจึงรีบยกหินหยกก้อนนี้ไปเก็บรวมกันไว้กับหินหยกเปลือกทรายขาวก้อนใหญ่ จากนั้นเธอเลือกหยกเนื้อถั่วเขียวได้สองก้อนและหยกเนื้อดอกไม้เขียวได้อีกหนึ่งก้อน ซีเหมินจินเหลียนเลือกหินหยกเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมองดูหลินเสวียนหลานที่กำลังนั่งเลือกหินหยกอย่างใจเย็น
“เถ้าแก่โจวล่ะคะ” ซีเหมินจินเหลียนถามพนักงานในร้านทั้งสองคนที่คอยให้บริการ
“คุณซีเหมินเลือกเสร็จแล้วเหรอครับ” หนึ่งในพนักงานชายสองคนนั้นรีบวิ่งออกไปตามเถ้าแก่โจวทันที เพียงครู่เดียวเถ้าแก่โจวก็เดินเข้ามาพบซีเหมินจินเหลียนพร้อมรอยยิ้ม
“เถ้าแก่โจว หินหยกพวกนี้ขายอย่างไรคะ” ซีเหมินจินเหลียนถาม
“หือ” เถ้าแก่โจวมีสีหน้าสงสัยแล้วหันมองไปยังหลินเสวียนหลานที่ยังนั่งเลือกหินหยกอยู่อีกฝั่งแล้วถามขึ้นยิ้มๆ “คุณชายหลินไม่ได้บอกคุณหรือครับ”
ซีเหมินจินเหลียนส่ายศีรษะ “ไม่ได้บอกค่ะ หินหยกพวกนี้ไม่ได้ขายราคาเดียวกันกับเมื่อตอนกลางวันเหรอคะ”
“ไม่ใช่แน่นอนครับ!” เถ้าแก่โจวเหลือบไปมองหลินเสวียนหลานอีกครั้งแล้วว่า “หินหยกดิบพวกนี้ขายตามน้ำหนัก ราคาก็...” เถ้าแก่โจวพูดพลางชูนิ้วมือขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
“เถ้าแก่โจวพูดมาตรงๆ เลยค่ะว่าราคาเท่าไหร่” ซีเหมินจินเหลียนยิ้มเจื่อน “ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ค่ะ”
“กิโลกรัมละหนึ่งพันหยวน ห้ามต่อราคาครับ!” เถ้าแก่โจวตอบ
ซีเหมินจินเหลียนได้แต่แอบบ่นอยู่ในใจ กิโลกรัมละหนึ่งพันหยวน ห้ามต่อราคาอีกต่างหาก หินธรรมดาๆ พวกนี้เนี่ยนะ ทั้งๆ ที่ร้อยละเก้าสิบเก้าเป็นหินไร้ค่าทั้งนั้น...อย่างน้อยในจำนวนหินหยกที่เธอส่องดูแล้วก็เป็นแค่หินธรรมดาซะส่วนใหญ่นี่นา
เถ้าแก่โจวเห็นซีเหมินจินเหลียนหน้างอ สีหน้าไม่ค่อยพอใจนักจึงรีบถามพร้อมรอยยิ้ม “แล้วคุณซีเหมินเลือกหินหยกได้กี่ก้อนครับ” โดยปกติแล้วคนที่มาเลือกซื้อหินหยกดิบที่ร้านจะมีแต่นักธุรกิจจิวเวลรี่อย่างหลินเสวียนหลานที่จะซื้อทีละจำนวนมากๆ และถือเป็นลูกค้ารายใหญ่ของร้าน