ความลับแห่งจินเหลียน

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 002 ตอนที่ 2

#2Chapter 002

ตอนที่ 2 พลังพิเศษ

หลินเสวียนหลานอดไม่ได้ที่จะก้มมองดูหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมอกตนเองอีกครั้ง รถยนต์โดนชนเสียหายยับเยินซะขนาดนั้น แต่ทำไมเธอถึงไม่เป็นอะไรเลย เพียงแค่ตกใจจนเป็นลมเนี่ยนะ

ว่ากันตามหลักเหตุและผลแล้ว สภาพรถยนต์เสียหายยับเยินขนาดนั้น หญิงสาวคนนี้ต้องถูกชนจนหัวร้างข้างแตก หรือหนักหน่อยก็คงตายคาที่ไปแล้ว

แต่นี่ ดูผู้หญิงสาวตรงหน้าเขานี่สิ ถึงแม้เขาจะไม่มีความรู้ทางการแพทย์ แต่ดูก็รู้ว่าเธอแค่ตกใจจนเป็นลมไปเท่านั้น ไม่ได้รับบาดเจ็บเลยด้วยซ้ำ

“นี่เราดื่มมากไปจนสมองเลอะเลือนเลยเหรอเนี่ย” หลินเสวียนหลานสะบัดหัวแรงๆ แล้วเปิดประตูรถ ขณะที่ชายหนุ่มกำลังวางตัวหญิงสาวลงบนเบาะหลังอย่างระมัดระวังนั้น สายตาก็เหลือบไปเห็นรอยสักรูปดอกบัวสีทองแรกแย้มบนหลังมือขวาของเธอโดยบังเอิญ สมัยนี้การสักไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ยิ่งไม่ใช่เครื่องหมายแสดงความเป็นพวกแก๊งมาเฟียอะไรทั้งนั้น ผู้หญิงสมัยใหม่บางคนชื่นชอบรอยสักเสียด้วยซ้ำ อย่างพวกลายผีเสื้อ แมลงปอ ดอกโบตั๋น ดอกกุหลาบ ล้วนเป็นที่ชื่นชอบของสาวๆ ทั้งนั้น

ดอกบัวทอง ทันใดนั้น หลินเสวียนหลานก็หวนนึกถึงเสี้ยววินาทีที่เกิดเหตุการณ์รถชนเมื่อครู่ ดอกบัวสีทองที่เบ่งบานอยู่กลางอากาศ สาดแสงสีทองอร่าม วาววับจับตาจนเขาแทบลืมตาไม่ขึ้น

“ยามเมื่อดอกบัวทองเบ่งบาน” ทันใดนั้นหลินเสวียนหลานก็รู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงกลางกระหม่อม เขาได้แต่ตะลึงอ้าปากตาค้าง ยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่ตรงนั้น......

ถึงเขาจะดื่มหนักไปหน่อย สติเลอะเลือนไปบ้าง แต่เขายังจำได้ชัดเจน เมื่อสามปีก่อนนั้นเขาไปเที่ยวหางโจวกับน้องสาว ตอนไปที่วัดหลิงอิ่น น้องสาวก็ได้คะยั้นคะยอให้เขาไปเสี่ยงเซียมซีเรื่องเนื้อคู่ด้วยกัน จากนั้นก็เสียเงินนิดหน่อยขอให้พระในวัดแปลใบเซียมซีให้ฟัง

เขาจำได้ดีว่าพระที่แปลใบเซียมซีให้น้องสาวหน้าตาท่าทางเจ้าชู้แค่ไหน อีกทั้งการพูดการจายังดูน่าเลื่อมใสเสียจนน้องสาวของเขาศรัทธา ทั้งที่ความจริงแล้วไม่เห็นจะมีอะไรเลย อันที่จริงตัวเขาเองก็ไม่เห็นอยากรู้ความหมายของใบเซียมซีที่เสี่ยงมาได้ด้วยซ้ำ ชายหนุ่มศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอย่างเขาหรือจะเชื่อรูปหล่อปูนปั้นพวกนั้น ไม่ถามคนเป็นแต่กลับไปพึ่งพาผีสางเทวดาเนี่ยนะ จะตลกเกินไปแล้ว

แต่น้องสาวของเขานี่สิที่เชื่อเป็นบ้าเป็นหลัง แถมยังบังคับให้เขาขอร้องพระรูปนั้นให้ช่วยแปลใบเซียมซีให้ฟังอีก

ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากพระรูปนั้นเห็นใบเซียมซีของเขาแล้วก็กลับหน้านิ่วคิ้วขมวด จากนั้นก็ขอดูลายมือของเขา หลินเสวียนหลานอดระแวงไม่ได้ว่าพระรูปนี้เป็นพวกเสือไบโรคจิตหรือเปล่า แทะโลมน้องสาวของเขาไม่พอ นี่ยังจะลามมาแทะโลมเขาด้วยเหรอ

แต่ผิดคาด หลังจากที่พระรูปนั้นดูลายมือของเขาเสร็จแล้วกลับไร้วาจาน่าเลื่อมใสใดๆ มีเพียงประโยคสั้นๆ ว่า “ยามเมื่อดอกบัวทองเบ่งบาน!”

“หรือนี่จะเป็นพรหมลิขิตอย่างที่เขาว่ากัน” หลินเสวียนหลานส่ายหัวอย่างแรง ตอนนั้นเขาแค่ยิ้มๆ ไม่ได้ใส่ใจในคำทำนายเท่าไหร่ ดอกบัวทองเบ่งบาน มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน ส่วนเรื่องเนื้อคู่นั้น เขายิ่งมั่นใจในตัวเองเข้าไปใหญ่ หลินเสวียนหลาน ชายหนุ่มหล่อ รวย อายุน้อยอย่างเขา อยากได้ผู้หญิงแบบไหน มีหรือที่จะไม่ได้

เพียงแต่เขายังใช้ชีวิตไม่พอ และยังไม่อยากปิดโอกาสตัวเองเพียงเพราะคนเพียงคนเดียว

หลินเสวียนหลานถอนหายใจออกมา ในใจยังคงไม่เชื่อเรื่องงมงายพวกนี้อยู่ดี หลังจากผ่านเรื่องราวชวนสับสนเมื่อกี้นี้แล้ว มันทำให้เขาสร่างเมาไปมากโขเลยทีเดียว จากนั้นเขาก็เดินสำรวจดูรอบๆ ตัวรถ เผื่อว่ารถอาจจะชนเข้ากับเสาไฟฟ้า ไม่ก็ชนเข้ากับเสาไฟส่องทาง หรืออาจจจะชนเข้ากับราวกั้นถนนก็ได้

จนแล้วจนรอด หลินเสวียนหลานก็ยังรู้สึกจับต้นชนปลายไม่ถูก มันแปลกไปหมด ดูเสาไฟส่องทางนี่สิ มันก็ยังอยู่ดีๆ ของมัน สีก็ไม่ถลอกเลยสักนิด แต่บนพื้นนั้นกลับมีกระเป๋าสตรีใบเล็กตกอยู่ น่าจะเป็นของหญิงสาวคนนั้นแน่นอน

หลินเสวียนหลานส่ายหัวแล้วเดินไปเก็บกระเป๋าใบนั้นขึ้นมา เขาเปิดและค้นกระเป๋าทันทีอย่างไม่นึกเกรงใจเจ้าของ พอค้นแล้วก็ไม่เห็นจะมีอะไรในนั้น กระนั้นสิ่งที่ควรมีก็มีอยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ กุญแจ ในกระเป๋าเงินมีบัตรประจำตัวประชาชน บัตรเอทีเอ็ม และเงินสดจำนวนสองร้อยกว่าหยวน......

หลินเสวียนหลานอาศัยแสงไฟจากไฟส่องทาง จ้องเขม็งที่ชื่อบนบัตรประจำตัวประชาชน เขาตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง...ซีเหมินจินเหลียน[footnoteRef:1]! [1: จิน แปลว่าทองคำ, เหลียน แปลว่าดอกบัว]

“นามสกุลซีเหมินนี่ยังพอเข้าใจได้ แต่นี่ยังชื่อจินเหลียนด้วย” หลินเสวียนหลานส่ายหัวน้อยๆ ใครเป็นคนตั้งชื่อให้เนี่ย อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้นิยายเรื่อง “จินผิงเหมย”[footnoteRef:2] [2: จินผิงเหมย เป็นวรรณกรรมโด่งดังของจีน มีตัวละครชื่อซีเหมินชิ่ง]

“ช่างเถอะ พาแม่ดอกบัวทองคำดอกนี้กลับไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน!” หลินเสวียนหลานส่ายหัว จะพากลับบ้านก็ไม่ได้ ถ้าลู่เฟยอวี๋รู้ว่าตัวเองพาผู้หญิงกลับไปด้วยได้อาละวาดบ้านแตกแน่ๆ อีกอย่างคงผ่านด่านพ่อแม่ไม่ได้ง่ายๆ แน่......

ยังดีนะที่เจ้าเพื่อนตัวดีฉินต้าโถวรีบไปอเมริกา อีกสองเดือนถึงจะกลับ เจ้าเพื่อนตัวดีเลยฝากฝังให้ช่วยดูแลบ้านให้ ตอนนี้คงได้ฤกษ์ใช้งานซะแล้ว

หลินเสวียนหลานโยนกระเป๋าของซีเหมินจินเหลียนเข้าไปในรถ ส่วนตัวเองก็ประจำที่นั่งคนขับ สตาร์ทรถ กลับรถบนถนนโล่งกว้างแล้วบึ่งรถออกไปอย่างรวดเร็ว

ซีเหมินจินเหลียนไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่านับจากนี้ไปเส้นทางชีวิตของเธอได้เปลี่ยนแปลงจากครรลองเดิม ก้าวเข้าสู่เส้นทางที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง และเป็นเส้นทางที่เธอไม่มีวันคาดคิดมาก่อน

ซีเหมินจินเหลียนถูกปลุกให้ตื่นจากเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือ เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือตามสัญชาตญาณ ชั่วขณะที่เธอหยิบโทรศัพท์มือถือมาไว้ในมือนั้นกลับมีภาพแปลกประหลาดแทรกเข้ามาในสมองของเธอ

แน่นอนว่าเธอไม่ได้สนใจภาพประหลาดนั้น ขณะที่เธอพยายามลืมตาอย่างสะลึมสะลือเพื่อกดรับสาย สายเรียกเข้าก็ตัดไปเสียเฉยๆ

“ใครโทรมากวนแต่เช้าเนี่ย” ซีเหมินจินเหลียนบ่นงึมงำกับตัวเองแล้วโยนโทรศัพท์มือถือทิ้ง กำลังจะล้มตัวลงนอนอีกรอบ ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่นอน

ซีเหมินจินเหลียนกระเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างเร็วแล้วมองไปรอบๆ...ก็แค่ห้องนอนที่ไม่รู้จัก เดือนพฤษภาคมเพิ่งจะผ่านพ้นไป อากาศเริ่มร้อนอบอ้าวแล้ว แต่อากาศช่วงเช้าถือว่ายังเย็นสบายอยู่ แสงอาทิตย์สว่างจ้าลอดผ่านม่านหน้าต่างสีฟ้าอ่อน สาดแสงเข้ามาในห้อง บนเตียงปูด้วยผ้าปูเตียงสีเดียวกับม่านหน้าต่าง และเธอในตอนนี้ก็กำลังนั่งอึ้งอยู่บนเตียง

“นี่มันที่ไหนกัน” สิ่งแรกที่ซีเหมินจินเหลียนนึกขึ้นได้คือ...ที่นี่คือที่ไหน แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ทันใดนั้นเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ก็ประเดประดังเข้ามาในหัวเธอ...

เธอถูกว่าที่แม่สามีไล่ออกจากบ้าน ส่วนแฟนที่คบหากันมานานสามปีจนถึงขั้นคุยเรื่องแต่งงานกันแล้วคนนั้นกลับไม่ปริปากช่วยเธอแม้แต่คำเดียว ระหว่างที่เธอออกมาจากบ้านตระกูลหวังร่วมสองชั่วโมงนั้น เขาก็ไม่เคยโทรศัพท์หาเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไม่มีแม้แต่ข้อความจากเขา...มันทำให้เธอสิ้นหวังแล้วจริงๆ

จากนั้นเธอก็จำได้ว่าตัวเองนั่งอยู่ใต้เสาไฟส่องทางตรงริมถนน แล้วหลังจากนั้นก็มีรถคันหนึ่งขับมาด้วยความเร็วอย่างบ้าคลั่ง แล้วพุ่งเข้าชนเธอซะเต็มแรง

ในความมืดสลัวนั้น เธอถูกรถชนกระเด็นจนตัวลอยละลิ่ว เจ็บเหลือเกิน!

ใช่แล้ว ความทรงจำสุดท้ายของเมื่อวาน ก็คือความเจ็บปวดเกินบรรยายที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างของเธอ

ซีเหมินจินเหลียนรีบสำรวจตัวเอง โชคดีที่ยังอยู่ครบสามสิบสอง เธอลูบหน้าตัวเอง ดูเหมือนผิวหน้ายังเนียนนุ่มเหมือนเดิม น่าจะไม่มีรอยแผลเป็นน่าเกลียด ตอนนี้เธอเลิกกับแฟนแล้ว ถ้าหน้าตาเสียโฉมขึ้นมาต้องตายแน่ๆ สมัยนี้คงไม่มีผู้ชายคนไหนยอมแต่งเมียอัปลักษณ์เข้าบ้านเป็นแน่

ความลับแห่งจินเหลียน: Chapter 002 ตอนที่ 2