เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 038 ตอนที่ 38
ตอนที่ 38 อูอวี้ 6 (2)
พอมาถึงหน้าทางออกโรงพยาบาล ผมก็พูดว่า “ที่นี่อยู่ไม่ไกลร้าน ผมจะกลับแล้ว คุณเองก็รีบกลับบ้านไปนอนเร็วหน่อย มีอะไรพรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
เธอกลับยืนโอ้เอ้ไม่พูดไม่จา
“เป็นอะไรไปเปล่าครับ” ผมถาม
“คุณไปอยู่กับฉันเถอะ อยู่ที่ร้านก็ไม่มีใครดูแลคุณ เสียงยังดังหนวกหูอีกด้วย พอฟ้าสางแล้วมีหวังได้ถูกจับไปทำงานอีกแน่เลย บ้านฉันอยู่ตรงข้ามนี้เอง คุณก็นอนในห้องรับแขก เราจะได้คุยเรื่องคดีกันอย่างสะดวก ตอนนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เราต้องระวังตัวไว้หน่อยจะดีกว่า อย่าแยกจากกัน” เธอบอก
คำที่เธอพูดว่า ‘พวกเราอย่าแยกจากกัน‘ แม้จะเป็นคำพูดที่เธอไม่ได้คิดอะไร แต่หัวใจของผมกลับเหมือนมีอะไรบางอย่างมากระทบถูกเบาๆ
ผมพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ พอเธอเห็นแล้วก็ยิ้ม “งั้นก็ไปกันเถอะ”
อารมณ์หน่วงเล็กน้อยผุดขึ้นมาในใจผมทันที ผมเองก็ยิ้ม พูดว่า ”ไม่ต้องหรอก ผมอยู่ที่ร้านก็ไม่ได้เป็นอะไร มีเรื่องอะไรคุณโทรหาผมได้ตลอดเวลา“
“ไม่ได้ค่ะ” เธอแย้ง
ผมมองไปที่เธอแต่ไม่ได้พูดอะไร
ดวงตาเธอมีริ้วคลื่นก่อตัวขึ้นมาเล็กน้อย “มีอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันรู้สึกอายที่จะบอกอยู่สักหน่อย คราวก่อนไม่ใช่ว่ามีคนแปลกหน้าบุกเข้ามาในบ้านฉันแล้วทิ้งกระดาษโน้ตเอาไว้หรือคะ มีหลายอย่างเกิดขึ้นในตอนนี้ ฉันกลัวมากจริงๆ คุณสามารถไปอยู่เป็นเพื่อนฉันที่บ้านได้ไหมคะ“
ท้องฟ้ายังคงมืดสนิท เมฆหนาลอยบดบังดวงดาว เรามีแสงไฟจากไฟถนนอยู่เหนือศีรษะ ผมมองดวงตาของเธอ ในนั้นเหมือนทะเลสาบผืนหนึ่ง ดำขลับและเป็นประกายอบอุ่น ทั้งยังมีคลื่นน้ำกระเพื่อมไหวอยู่เบาๆ
“ได้ครับ” ผมตอบ
เธอยิ้มแล้ว เธอยิ้มเพราะอะไร ผมไม่เข้าใจ และก็ไม่อยากจะไปคิดด้วย
บ้านของเธอต่างจากที่ผมคิดไว้ไม่มากนัก ห้องนอนสองห้องดูอบอุ่นและสะอาดสะอ้าน รกนิดหน่อย แต่ก็ยังดี ส่วนใหญ่ของที่วางจะเป็นหนังสือกับของกินเล่น เธอหยิบรองเท้าแตะของผู้ชายออกมาคู่หนึ่งแล้วพูดว่า “นี่ของพ่อฉัน คุณใส่ไปก่อนแล้วกัน พ่อกับแม่เคยพักอยู่ที่นี่พักหนึ่ง คืนนี้ตอนจะนอนคุณก็สวมชุดของเขาแล้วกัน ตกลงไหมคะ”
แน่นอนว่าผมต้องพูดว่าได้
“เหล้าบ๊วยเขียวที่แม่คุณทำยังมีอยู่ไหมครับ” ผมถาม
เธอยิ้ม “คุณอยากดื่มเหรอคะ คุณคิดว่าเหล้าบ๊วยเขียวจะอยู่กับฉันได้นานสักกี่วัน ไว้คราวหน้าแม่ทำมาแล้วฉันค่อยเอาไปฝากคุณนะ”
แล้วผมก็บอกว่าโอเค
ห้องนอนตกแต่งค่อนข้างเรียบง่าย มีแค่เตียงและตู้เท่านั้น เธอโยนหนังสือหลายเล่มของเธอไปไว้ตรงหน้าต่าง พาดชุดของพ่อเธอไว้ตรงหัวเตียง “รสนิยมคุณค่อนข้างใกล้เคียงกับพ่อฉันเลย พอหน้าร้อนพ่อก็ชอบใส่เสื้อกล้ามตลอด นี่ค่ะ” เธอพูด
ผมหยิบเสื้อกล้ามผ้าฝ้ายเนื้อนิ่มขึ้นมา “คุณหมายถึง ผมแต่งตัวเหมือนคนแก่?”
“วัยรุ่นที่ฉันเคยเห็นว่าใส่เสื้อกล้ามมีไม่ค่อยเยอะสักเท่าไรน่ะค่ะ” เธอบอก
“เพราะมันจะได้เย็นขึ้นเวลาทำงานน่ะครับ” ผมแจง
“รู้ค่ะ” เธอพูด ก่อนจะเว้นช่วงไป “ครั้งแรกที่ฉันเจอคุณที่ร้าน คุณก็ใส่เสื้อกล้ามเหมือนกัน”
เธอพูดโดยไม่ได้ใส่ใจ ผมมองเธอ กลับเห็นว่ารายละเอียดบนใบหน้าของเธอนั้นดูชัดเจนเป็นพิเศษเมื่ออยู่ใต้แสงไฟยามค่ำคืน
“จำได้ขนาดนี้เลยหรือครับ” ผมได้ยินเสียงตัวเองพูด
เธอหันไปมองทางอื่น ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง คุณรีบไปอาบน้ำเถอะค่ะ”
ผมทำตามที่เธอบอก ยืนอยู่ในอ่างอาบน้ำเล็กๆ ของเธอ ถือฝักบัว ล้างรอยเปื้อนกับคราบเลือดบนตัว พยายามไม่แตะถูกแผลบนศีรษะ น้ำอุ่นชะล้างความเหนื่อยล้าออกไป และนำเอาความอบอุ่นและความสงบเข้ามาให้ จากนั้นผมแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำครู่หนึ่ง แล้วโปะหน้าไว้ด้วยผ้าขนหนูอุ่นๆ
เธอพูดถูกจริงๆ ที่แท้ในหนึ่งปีที่ผ่านมา ผมยังไม่เคยอาบน้ำอย่างผ่อนคลายสบายใจแบบนี้มาก่อนเลย ผมเกือบจะหลับคาอ่างไปแล้ว จนกระทั่งเธอเคาะประตูจากด้านนอก “อูอวี้ ฉันลืมบอกคุณ ผ้าเช็ดตัวอยู่ในตู้ข้างล่างอ่างล้างมือ ผ้าสีฟ้าคือผืนที่สะอาดค่ะ”
“โอเคครับ”
ส่วนลึกในใจผมผุดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมา นี่คือชีวิตที่ผมเคยผ่านมา มันเคยเป็นสิ่งที่ผมหวังไว้ ผมที่หลังจากเรียนจบก็จะเข้าทำงานตามแผนที่วางไว้ ชีวิตที่ผมจะต้องมีให้ได้ในอนาคต มีบ้านดีๆ สักหลัง มีผู้หญิงที่ควรค่าแก่การให้ผมรักและถนอมสักคน
เธอก็จะเป็นแบบนี้ เตรียมเสื้อให้ผมเปลี่ยนหลังอาบน้ำ ปูที่นอนให้ผม คอยเตือนผมว่าอันนี้ไม่ได้ อันนั้นจำเป็น ยื่นผ้าเช็ดตัวให้ผมเวลาอาบน้ำเสร็จ และผม ก็จะทุ่มเทความรักและดูแลเธอไปตลอดชีวิต ชีวิตที่แสนสงบและมีความสุขของพวกเรา เธอเองก็จะดูแลแม่ของผมและอูเมี่ยวอย่างดี ทุกอย่างที่ผมจัดเตรียมไว้สำหรับครอบครัวผม ในอนาคต ก็จะเพิ่มเธอเข้ามาอยู่ในนั้นด้วยอีกคน
...
ผมหยิบผ้าเช็ดตัวจากในตู้มาห่มตัวไว้ หัวใจของผมตอนนี้ราวกับน้ำนิ่งที่เริ่มมีคลื่นกระเพื่อมน้อยๆ