เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง

เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 039 ตอนที่ 39

#39Chapter 039

ตอนที่ 39 อูอวี้ 6 (3)

คืนนี้ผมนอนหลับสบายอยู่ในบ้านของเธอ เพียงแต่ตอนฟ้าสว่างผมรู้สึกว่ามีคนเดินเข้าออกประตูหลายรอบ แต่ผมรู้ว่าเป็นเพราะเธอไม่วางใจเลยเข้ามาตรวจดู และไม่รู้ว่าอยู่ในอารมณ์ไหนการรบกวนแบบนี้กลับทำให้ผมหลับลึกยิ่งกว่าเดิม จนแสงแดดจากนอกหน้าต่างสว่างเสียจนม่านสีเข้มบังไว้ไม่อยู่แล้ว ผมลืมตาขึ้น ได้กลิ่นหอมโชยมา

ผมเดินออกมาจากห้อง เห็นถานเจี่ยวยืนอยู่ในห้องครัว หม้อโจ๊กบนเตากรุ่นไอร้อนลอยขึ้นมา เธอสวมกางเกงขาสั้นลายดอกไม้เล็กๆ อีกแล้ว ผูกผ้ากันเปื้อน กำลังทอดไข่ดาว

ผมเห็นเรียวขาของเธออีกครั้ง ทั้งขาวทั้งตรง แต่ว่าการแต่งตัวแบบนี้กลับดูน่ารัก เหมือนแม่บ้านตัวเล็กๆ ที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง

ผมยืนพิงประตูห้องครัว มองดูเธออย่างเงียบๆ เธอได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็หันมายิ้มให้ “ตื่นแล้วเหรอคะ อีกเดี๋ยวก็กินได้แล้ว ไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนฉันซื้อแปรงสีฟันที่ใช้แล้วทิ้งกับผ้าขนหนูผืนใหม่กลับมาด้วยนะคะ”

ผมไปอาบน้ำให้ตัวสะอาดแล้วกลับมายืนพิงประตูห้องครัวอีกครั้ง ไม่รู้ทำไม ผมถึงไม่อยากจะไปยืนอยู่ที่อื่น พอเธอทอดไข่ดาวเสร็จ ก็ใช้ตะเกียบคีบผักดองจากในโหล เหลือบมองผมแวบหนึ่ง “มายืนทำอะไรตรงนี้คะ ไปนั่งสิ กินได้แล้ว” เธอว่า

“คุณดูแลคนอื่นแบบนี้เป็นอยู่แล้วเหรอครับ” ผมได้ยินคำถามที่ตัวเองถาม

เธอหัวเราะ “งั้นคุณก็พลาดแล้วล่ะ ฉันไม่เคยดูแลคนอื่นมาก่อนเลย” เธอพูด

ผมเงียบไปสักพัก เธอเองก็ไม่ได้พูดอะไร มีเพียงโจ๊กบนเตาที่ยังส่งเสียงดังปุดๆ อยู่

ผมไม่รู้ว่าผมกำลังหวังอะไร แล้วกำลังไล่ตามอะไรอยู่ แต่ผมเป็นผู้ชายคนหนึ่ง ได้ยินเสียงตัวเองถามนิ่งๆ ขึ้นมา “ถ้าอย่างนั้นนี่ก็เป็นครั้งแรกเหรอครับ”

หูของเธอค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

“อืม แล้วยังไง” เธอพูดเสียงเบามาก จากนั้นก็ถือจานเล็กๆ ที่มีผักดองหมุนตัวมา “กินข้าวกัน”

พวกเรานั่งลงที่โต๊ะกินข้าว

ผมถือโจ๊ก กินผักดองกรอบไปสองคำ รู้สึกเพียงว่าผมไม่เคยกินอาหารที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย แต่ดูเหมือนเธอกลับกินไม่ค่อยคล่อง ทั้งยังไม่เงยหน้ามองผมเลยสักนิด แต่ผลลัพธ์ของเราสองคนก็ไม่เลวเลยทีเดียว โจ๊กหม้อเล็กๆ หม้อหนึ่ง เธอกินหนึ่งชาม ผมกินสามชาม เธอกินไข่ดาวหนึ่งฟอง ผมกินสามฟอง ผักดองที่เหลือผมก็เป็นคนกิน เธอถือหม้อที่ว่างเปล่าแล้วมองมาที่ผม “ผู้ชาย…กินเก่งขนาดนี้เลยเหรอคะ”

“วันนี้ผมหิวมากจริงๆ” ผมตอบ

เธอกลับหัวเราะ เป็นการหัวเราะที่ดูมีความสุขมากๆ จากนั้นเธอก็พูดว่า “คุณล้างจานแล้วกัน”

ผมไม่ได้ค้านอะไร เพราะผมเองก็อารมณ์ดีมากเช่นกัน

ไม่ทันไรก็เที่ยงแล้ว แดดข้างนอกแรงมาก แสงที่ส่องลงมาในห้องครัวทำให้ห้องครัวสว่าง ผมยืนอยู่หน้าอ่างล้างจาน ฟังเธอเปิดโทรทัศน์ในห้องนั่งเล่น ผมหันไปมอง ก็เห็นเธอกอดหมอนอิงอยู่ถอดรองเท้าออก เท้าเปล่าอยู่บนโซฟา สีหน้าท่าทางดูเกียจคร้านและเหินห่างเล็กน้อย แววตาสดใส จมูกจิ้มลิ้มละเอียดอ่อน ริมฝีปากแดงเรื่อ ขาเรียวยาวภาพเช่นนี้ผมมองดูจากที่ไกลๆ อยู่สักพักรู้สึกว่าที่หน้าอกของผมคล้ายมีบางอย่างเติมเต็ม แต่แล้วก็คล้ายกับว่างเปล่าในพริบตา

ทั้งหมดเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้ ที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้

เสียงออดประตูดังขึ้น ถานเจี่ยววิ่งไปเปิดประตู ผมได้ยินเสียงทุ้มต่ำของผู้หญิงคนหนึ่ง “ต้าจู ฉันเจอเบาะแสที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง เลยตั้งใจจะมาบอกเธอน่ะ”

เป็นเพื่อนนักเขียนของเธอที่ชื่อจ้วงอวี๋ เพื่อนของเธอจะเรียกเธอแบบนี้ แต่ผมรู้สึกไม่ค่อยเพราะเท่าไร พวกนักเขียนที่เป็นผู้หญิงหวานๆ บางทีนิสัยอาจจะแปลกๆ เพราะพวกเธอจะชอบเรียกชื่อเล่นที่ไม่ค่อยเพราะนัก[1]

“แล้วยังมีใครอยู่อีก คุณป้าแม่บ้านเหรอ” จ้วงอวี๋ได้ยินเสียงดังมาจากห้องครัว จึงถาม

“ไม่ใช่…” ถานเจี่ยวตอบ

พอผมล้างชามใบสุดท้ายเสร็จ ก็เช็ดมือให้แห้งแล้วเดินออกมา

ผู้หญิงทั้งสองคนกำลังมองมาที่ผม

------

[1] ชื่อ ‘ต้าจู (大珠)’หากแปลตรงตัวจะหมายถึง ไข่มุกเม็ดใหญ่ ในที่นี้ผู้เขียนต้องการจะเล่นคำพ้องเสียงกับคำว่า “ต้าจู (大猪)” ที่แปลว่า หมูตัวใหญ่