เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 034 ตอนที่ 34
ตอนที่ 34 ถานเจี่ยว 6 (1)
-ถานเจี่ยว-
เสียงฝีเท้าดังแว่วมา ตำรวจกำลังเดินขึ้นมาแล้ว
ลมราตรีเย็นสบายพัดโชยมา ฉันรู้สึกว่าคืนนี้ช่างเป็นคืนที่ยุ่งวุ่นวายจริงๆ อูอวี้ที่เลือดอาบศีรษะลุกยืนขึ้นมา หากแต่สีหน้าของเขากลับยังคงสุขุมเยือกเย็น แต่ฉันรู้สึกว่าตรงบริเวณนั้นบนคอของฉันยังคงหลงเหลือความรู้สึกร้อนผะผ่าวอยู่
เมื่อกี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะแตะถูกฉันจริงๆ หรือว่าแท้จริงแล้ว...เขาจงใจจูบฉันกันแน่
ฉันเองก็ลุกขึ้นยืนตามเขา ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง มองใบหน้าที่หล่อเหลาเย็นชาปานนั้น
ฉันรู้สึกว่าฉันคงคิดมากไปเอง เขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทนั้น
หยาบคายให้มันน้อยหน่อย...นี่คือความคิดของฉัน
คนแรกที่เดินเข้ามาเป็นเสิ่นสือเยี่ยน เขามองเราด้วยสายตาสับสนอยู่บ้าง จากนั้นสายตาก็หยุดอยู่ที่ศีรษะที่น่ากลัวของอูอวี้เหมือนตำรวจคนอื่นๆ หมอเองก็มาแล้ว จึงรีบทำแผลให้อูอวี้ แล้วเสิ่นสือเยี่ยนก็เดินมาอยู่ตรงหน้าฉัน “ผมจะบอกทีละขั้นทีละตอนนะ”
ฉันเดินหลบไปอยู่ด้านหนึ่งด้วยกับเขา พอเหลียวหลังมองกลับไป อูอวี้กำลังนั่งอยู่บนหินให้หมอทำแผล ทว่าสายตาของเขากลับมองตรงมาที่เรา
ดวงตาที่ลึกล้ำตลอดกาลเสียจนทำให้คนมองไม่เห็นก้นบึ้งคู่นั้น
ฉันยืดหลังตรงเบื้องหน้าเสิ่นสือเยี่ยนตามจิตใต้สำนึกอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ดึงหน้าตึงก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้ให้เขาฟังรอบหนึ่งด้วยท่าทางเคร่งเครียดจริงจัง
เสิ่นสือเยี่ยนรีบหยิบสมุดโน้ตเล็กๆ ขึ้นมาจดอย่างรวดเร็ว
“ตอนนั้นอูอวี้อยู่ที่บ้านโจวเสี่ยวอวี๋ ไม่พูดอะไรสักคำก็ไล่ตามออกมา” เขาว่า “ผมรีบไปดูกล้องวงจรปิดแถวนั้นทั้งหมด บนถนนทั้งสามเส้นตรงนั้นไม่มีร่องรอยของชายคนนั้นเลย เขาหาที่นี่เจอได้ยังไง”
ปฏิกิริยาของฉันช้าไปหลายวินาที ถึงค่อยตอบสนองกลับไปได้ “โจวเสี่ยวอวี๋คือจ้วงอวี๋ค่ะ” ฉันรีบพูด “เพื่อนของฉัน ไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหมคะ”
“ไม่มีอะไร ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น อีกอย่าง ร้านอาหารที่คุณเคยบอกก่อนหน้านี้ ผมก็…ตรวจกล้องวงจรปิดหมดแล้วด้วย” เขายังพูดไม่ทันจบ ก็มองมาที่ฉันด้วยสายตาวาววับ
ฉันคิดในใจว่าผู้ชายคนนี้เวลาทำอะไรก็ละเอียดจริงๆ ตบตาได้ไม่ง่ายเลย เพราะเมื่อครู่เรื่องเกิดขึ้นกะทันหัน ทั้งยังรีบตามอูอวี้มาแลกเปลี่ยนความคิดกับเขา แต่กลับลืมเตี๊ยมกันก่อน พวกเราไล่ตามนกมาตลอดทางจนมาเจอที่นี่ แล้วทีนี้จะต้องตบตาให้ผ่านไปได้อย่างไรกัน
จะว่าไปก็แปลก ตอนนัดบอดนั้นเสิ่นสือเยี่ยนดูแข็งทื่อเป็นตอไม้เหมือนกับพระในวัดเส้าหลิน ตอนนี้พออยู่ในที่เกิดเหตุ ความคิดความอ่านกลับดูเหมือนไหลลื่นมาก เหมือนเขาเริ่มจะรู้แล้วว่าในใจฉันคิดอะไรอยู่ ทันใดนั้นเขาค่อยๆ ขยับมาจากด้านข้าง บังสายตาของฉันที่กำลังมองไปทางอูอวี้อยู่พอดิบพอดี จากนั้นก็เหลือบตาชั้นเดียวที่สงบราบเรียบคู่นั้นขึ้นมามองฉันเขม็ง
ฉัน “...”
ไฟสปอตไลต์ที่พวกเขาเอามาสว่างมาก ในดวงตาของชายคนนี้ นอกจากกำลังค้นหาบางสิ่งอยู่แล้ว ยังมองเห็นความเด็ดเดี่ยวและความตรงไปตรงมาบางอย่างอีกด้วย
บางครั้ง คุณก็ถูกสายตาบางอย่างของใครบางคนทำให้หวั่นไหวได้เหมือนกัน
ฉันเงียบไปสักพักแล้วพูด “คุณต้องการให้ฉันบอกความจริง แต่ถ้าฉันบอกความจริง แน่ใจหรือคะว่าคุณจะเชื่อ”
“ครับ” เขาตอบ
จะตอบตรงเกินไปแล้วฉันเผลอถามออกไป “เพราะอะไรคะ”
“เพราะผมรู้ว่า คุณเป็นผู้หญิงที่เปิดเผยตรงไปตรงมาครับ” เขาว่า
ไม่พูดไม่ได้ว่า ชั่วขณะนี้ฉันรู้สึกอบอุ่นในหัวใจจริงๆ ออกจะประทับใจอยู่บ้าง แต่พอกลับมาคิดอีกที เรื่องที่ฉันทำกับเขาอย่างตรงไปตรงมาที่สุดก็คือทิ้งเขาโดยไม่ลังเลอะไรเลย...
ฉับลูบจมูก “อย่างไรก็ตามเรื่องที่ฉันพูดพวกนี้ คุณไม่จำเป็นต้องจดลงสมุดทำคดีทั้งหมดก็ได้ เราสงสัยว่าคนคนนั้นลงมือกับเด็กที่ร้านอาหาร และยังลงมือกับลูกของเพื่อนฉันด้วย เป็นเพราะนกพวกนั้นที่โผล่มาให้เห็นในที่เกิดเหตุค่ะ”
เสิ่นสือเยี่ยนรู้สึกประหลาดใจมาก “นก?” เขาทบทวนความคิดตัวเอง “คุณหมายถึงนกสีดำที่มีจะงอยปากแหลมๆ ฝูงนั้นหรือครับ”
ตำรวจฝ่ายสืบสวนก็สมกับเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวนจริงๆ ความสามารถในการสังเกตถึงได้ละเอียดถี่ถ้วนมากขนาดนี้ ฉันพยักหน้า เล่าให้เขาฟังว่าพวกนกที่เราเห็นกับคดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นมันเกี่ยวข้องกันอย่างไร แต่ไม่ได้พูดถึงเรือลำนั้น สำหรับตรรกะในการอธิบายนี้ก็ง่ายมาก
“นกพวกนั้นยังเล่นงานอูอวี้ด้วยค่ะ บนตัวเขามีแผลอยู่” ฉันบอก “คุณว่าจะใช่ผู้ชายคนนั้นไหมคะที่ฝึกนกพวกนี้มา”
“ถ้ามันเป็นอย่างที่คุณพูดจริงว่ามันเชื่อมโยงกันแน่ๆ ถ้างั้นก็อาจจะเป็นไปได้” เสิ่นสือเยี่ยนครุ่นคิดแล้วพูดต่อ “แต่นกโจมตีคนเนี่ยนะ มันเหลือเชื่อจริงๆ ผมเองก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกนี่แหละ เดี๋ยวผมจะไปคุยกับอูอวี้อีกครั้งแล้วกัน”
พวกเราหันมามองอูอวี้พร้อมกัน แผลบนศีรษะของเขาถูกจัดการไปเบื้องต้นแล้ว เลือดบนใบหน้าถูกเช็ดไปบางส่วน เผยให้เห็นหน้าตาที่กลับมาหล่อเหมือนเดิม พอฉันเห็นเขาในสภาพนี้แล้ว ทันใดนั้นก็รู้สึกว่าในใจฉันเจ็บแปลบขึ้นมานิดๆ อย่างไร้สาเหตุ