เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง

เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 035 ตอนที่ 35

#35Chapter 035

ตอนที่ 35 ถานเจี่ยว 6 (2)

ฉันกับเสิ่นสือเยี่ยนเดินเข้าไปด้วยกัน ฉันพูดว่า “อูอวี้ ฉันบอกเรื่องนกกับเขาแล้วนะ”

เสิ่นสือเยี่ยนมองมาที่ฉันเงียบๆ

อูอวี้พยักหน้า “ครับ”

ฉันมองท้ายทอยเขา “ยังเจ็บอยู่ไหมคะ”

คุณหมอที่อยู่ข้างๆ พูดแทรกขึ้นมาว่า “จะหายเจ็บได้ไวขนาดนั้นได้ยังไงกันครับ เพิ่งจะทายาไปเองคงจะเจ็บกว่าเดิมแน่ๆ ส่วนคุณอูอวี้เองก็ต้องรีบไปตรวจอย่างละเอียดที่โรงพยาบาล รู้หรือเปล่าครับ ศีรษะกระแทกขนาดนี้ มันอาจจะทำให้เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นได้”

“ขอบคุณครับ” อูอวี้พูด

ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบายใจขึ้นมาทันที

อูอวี้มองมาที่ฉันแล้วพูดเบาๆ ว่า “ผมไม่เป็นไรจริงๆ ”

ฉันบ่นพึมพำ “หลังตรวจเสร็จแล้วถึงจะรู้หรอก”

ในดวงตาของเขามีรอยยิ้มปรากฏขึ้นมาแวบหนึ่ง แล้วมองไปที่เสิ่นสือเยี่ยนอีก ทำเอาฉันใจเต้นระทึกขึ้นมา

“ผมจะรีบถามให้เสร็จเร็วที่สุดครับ” เสิ่นสือเยี่ยนพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย

อูอวี้พยักหน้า

เสิ่นสือเยี่ยนเลยถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอูอวี้ก็เล่าให้ฟังจนหมดเปลือก สุดท้ายเสิ่นสือเยี่ยนจึงปิดสมุดเล่มเล็กๆ ของเขาแล้วพูดว่า “พวกคุณไปโรงพยาบาลก่อนเถอะ เดี๋ยวถ้าเกิดว่าต้องการอะไรเพิ่มเติมผมจะติดต่อพวกคุณอีกที”

ฉันกำลังจะตอบกลับไปว่าได้สิ แต่อูอวี้กลับเหลือบมองฉันแวบหนึ่ง

เห็นเขามองมาแบบนี้ทำเอาฉันงงงันไปทันที

จากนั้นเขาก็ถามออกมาตรงๆ ว่า “ผู้หมวดเสิ่น คนที่ชื่อจูจื่อฮั่นคนนั้น ฐานะทางครอบครัวหรือว่าด้านอื่นๆ ของเขามีอะไรที่พิเศษไหมครับ”

พอได้ยินอย่างนี้ฉันก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที แต่เสิ่นสือเยี่ยนไม่รู้ว่าจะตอบกลับมาอย่างไรดี หลังจากคิดอยู่สักพักหนึ่งก็ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ตอนนี้ผมยังบอกไม่ได้ว่ามีที่พิเศษตรงไหนบ้าง แต่ผมจะคอยสังเกตเขาให้มากขึ้นตรงจุดนี้” เขาเว้นช่วง “ยังมีเด็กอีกคนหนึ่งชื่อว่าจ้าวรุ่ยซิน อายุห้าขวบกว่าๆ ผิวขาวตัวผอมๆ คนร้ายได้ทำอะไรกับเด็กไหม หรือว่าเด็กคนนี้มองไปแล้วมีอะไรพิเศษตรงไหนบ้างไหม”

ฉันอึ้งไปสักพัก มองไปทางอูอวี้ เขาตอบว่า “เปล่าครับ จ้าวรุ่ยซินกับเด็กอีกสองคนถูกทิ้งให้อยู่ตรงมุมกำแพงตลอดและไม่ได้มีการดูแลอะไรเป็นพิเศษเลย”

สีหน้าของเสิ่นสือเยี่ยนฉายแววครุ่นคิดใคร่ครวญ

ในตอนนี้เองอูอวี้ก็มองมาที่ฉัน ทันใดนั้นก็รู้สึกราวกับว่าฉันกับเขากำลังคิดในสิ่งเดียวกันอยู่ว่า เบาะแสสำคัญนั้นอยู่ที่เสิ่นสือเยี่ยน จะปล่อยผ่านไปง่ายๆ ไม่ได้

ฉันจึงพูดขึ้นมาว่า “สือเยี่ยน ฉันขอแนะนำว่าพวกคุณจะต้องสืบแบบเจาะลึกเกี่ยวกับจูจื่อฮั่น มันจะต้องมีเหตุผลบางอย่างแน่ ไม่แน่ว่ามันอาจจะเกี่ยวข้องกับแรงจูงใจในการก่อคดีของเขาก็ได้”

เสิ่นสือเยี่ยนมองมาที่ฉันด้วยสายตาอ่อนโยน พยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้ครับ เรื่องในวันนี้ทำให้พวกคุณเหนื่อยกันมากแล้ว ผมจะกลับไปที่สน.ก่อน”

เขาจะไปเสียแล้ว ทันใดนั้นเองอูอวี้ก็พูดขึ้นมาอีกว่า “คืนนี้เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ แต่พวกเราไม่จำเป็นต้องไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจแบบนี้ก็ได้เหรอครับ”

สายตาของเสิ่นสือเยี่ยนไหววูบ มองอูอวี้

ใจของฉันสั่นไปครู่หนึ่งก่อนจะมองไปที่อูอวี้เช่นกัน เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า ผู้ชายคนนี้เป็นคนที่คิดอะไรได้ลึกซึ้งมาก ใช่แล้ว เกือบจะลืมไปแล้วสิว่าคนที่จบวิศวะแบบเขามักจะเป็นคนที่ชอบเอาชนะมากๆ และความรู้สึกแบบนี้…หยั่งรากฝังลึกมาก

พวกเขาสองคนไม่ได้พูดอะไรกันอีก ฉันรู้สึกว่าบรรยากาศแลดูอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย จึงเข้ามาเกลี้ยกล่อม ขณะเดียวกันก็พูดไหลตามความคิดอูอวี้เพื่อให้ชัดเจนมากขึ้นว่า “ใช่แล้วค่ะ คราวที่แล้วพวกเราได้เจอกับผู้ชายคนนั้น แล้วพวกคุณก็พาพวกเราสองคนกลับไปที่สถานีตำรวจ สอบปากคำถามรายละเอียดทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องในครั้งนั้นอยู่ทั้งคืน วันนี้เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ ไม่ใช่แค่หาคนร้ายเจอ แม้แต่เด็กที่คนร้ายลักพาตัวไปก็กลับมาทั้งหมด รวมถึงแหล่งกบดานของเขาก็ยังหาเจอ แต่คุณถามไม่กี่ประโยคแค่นี้ก็ปล่อยให้พวกเราไปได้แล้วเหรอคะ ถ้าเป็นแบบนี้พวกเรากลับจะไม่สบายใจมากกว่านะคะ”

ฉันยืนยิ้มพูดเช่นนี้อยู่ข้างๆ อูอวี้ พอเห็นใบหน้าของเสิ่นสือเยี่ยนซึ่งกำลังเครียดมาก จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกอย่างหนึ่งขึ้นมาว่าตัวเองกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับอูอวี้ไปแล้ว ทั้งยังรวมหัวกันกดดันพ่อหนุ่มคนซื่อคนนี้อีก

อูอวี้ก็พูดขึ้นมาว่า “มีสถานการณ์ฉุกเฉินมากกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นใช่ไหมครับ คุณถึงได้ไม่มีเวลามาสอบปากคำพวกเราอย่างละเอียด ตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”

หัวใจของฉันกระตุกวูบขึ้นมาเล็กน้อย เสิ่นสือเยี่ยนยังคงนิ่งเหมือนแผ่นเหล็ก ก่อนจะพูดอย่างเฉยชา “เรื่องรายละเอียดพวกคุณไม่จำเป็นต้องรู้หรอก ผมไปก่อนล่ะครับ”

ฉันรีบคว้าแขนเขาไว้ทันที “เสิ่นสือเยี่ยนคะ ตอนนี้ฉันกับอูอวี้เข้ามาพัวพันกับคดีนี้เสียขนาดนี้แล้ว พวกเราช่วยคุณไว้ยับยั้งไม่ให้เกิดอีกคดีหนึ่งขึ้นมา ครั้งนี้อูอวี้ก็ยังช่วยคุณหาแหล่งกบดานของคนร้ายจนเจอ อีกอย่างพวกเราสองคนก็ถือได้ว่าเป็นผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายเพื่อช่วยเด็กๆ ในคดีนี้เหมือนกัน พอมาตอนนี้จะมากันให้พวกเราอยู่วงนอก คุณคิดว่ายังจำเป็นต้องทำแบบนี้อีกหรือคะ ก็เหมือนกับที่ฉันเคยพูดไปคราวที่แล้ว คุณน่าจะเอาเบาะแสข้อมูลเกี่ยวกับคดีส่วนหนึ่งมาบอกให้พวกเรารับรู้ ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะนึกถึงเบาะแสได้มากขึ้นก็ได้ พวกเราก็แค่อยากจะช่วยคุณไขคดี คุณเองก็น่าจะเข้าใจดี แล้วตกลงเกิดอะไรขึ้นกับเด็กที่ชื่อจ้าวรุ่ยซินกันแน่ ขออย่าให้เกิดเรื่องอะไรขึ้นเลย พวกเราเองก็เป็นห่วง อยากจะรู้ด้วยเหมือนกันนะคะ! ”

เสิ่นสือเยี่ยนหันหน้ามามองพวกเรา ในที่สุดหลังจากเงียบไปครู่หนึ่งก็พูดขึ้นมาว่า “ได้ครับ ในสถานการณ์นี้หวังว่าพวกคุณจะเก็บไว้เป็นความลับ เมื่อช่วงบ่ายวันนี้คนที่บ้านจ้าวรุ่ยซินรับโทรศัพท์ที่บอกให้ พวกเขาเตรียมเงินไว้สามล้านหยวน อีกสองวันให้ไปส่งเงินค่าไถ่ ผมบอกพวกคุณได้แค่นี้แหละ กระบวนการทั้งหมดนี้ทางตำรวจจะจัดการเอง พวกผมเริ่มวางแผนปฏิบัติการอย่างละเอียดเอาไว้แล้ว และจะใช้โอกาสนี้ช่วยเหลือเด็กๆ ออกมารวมทั้งจับกุมตัวผู้ร้ายด้วย! กระบวนการในเรื่องนี้อันตรายมาก พวกคุณห้ามสอดมือเข้ามายุ่งเด็ดขาด”

ฉันอึ้งไปทันที มองไปที่อูอวี้

เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 035 ตอนที่ 35