เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง

เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 026 ตอนที่ 26

#26Chapter 026

ตอนที่ 26 ถานเจี่ยว 5 (2)

หลังจากวางสาย ความคิดของฉันก็ชัดเจนมากขึ้นไม่น้อย ฉันลองค้นทางอินเทอร์เน็ตก่อนแต่ก็ไม่ค่อยได้อะไร หนึ่งคือรายงานข่าวที่เกี่ยวข้องมีน้อยมาก บางข่าวมีแค่เนื้อหาคร่าวๆ ทั่วไป สองคือข้อความที่ผู้คนโพสต์ในเน็ต ซึ่งแต่ละคนมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ถึงจะได้ข้อมูลมาบ้าง แต่ก็ยืนยันได้ยากว่าเป็นความจริงหรือเปล่า ฉันคิดทบทวนอยู่หลายตลบก็ตัดสินใจโทรหาเสิ่นสือเยี่ยน

แต่ก็พบว่าฉันลบเบอร์เขาออกจากโทรศัพท์แล้ว โชคดีที่ฉันมีไหวพริบ มีข้อความที่เคยส่งมาหาฉันก่อนหน้านี้ และฉันก็พบเบอร์โทรศัพท์ของเขา

ตอนนี้ถึงค่อยรู้ว่าเราไม่ได้เจอกันมาเป็นปีแล้ว พอเห็นเขาเมื่อวานนี้ฉันก็ยังคงรู้สึกเหมือนเดิมไม่ได้เปลี่ยนแปลง คนแบบเขาน่าจะยังไม่ได้เปลี่ยนเบอร์

เสียงสัญญาณดังอยู่แค่สามครั้งเขาก็รับ โทรศัพท์เงียบไปหลายวินาที เสิ่นสือเยี่ยนถึงค่อยพูดว่า “มีอะไรหรือครับถานเจี่ยว”

ฉันใจสั่น เขายังเก็บเบอร์ฉันไว้อยู่

“ผู้หมวดเสิ่นคะ ฉันมีเรื่องหนึ่งจะปรึกษาคุณ”

“เรื่องอะไรครับ” สือเยี่ยนเอ่ยอย่างสุขุม

“คืออย่างนี้นะ คุณก็เห็นสินะ คดีเมื่อวานเกิดขึ้นกะทันหันมาก ฉันคิดว่าทั้งความทรงจำชั่วคราวของฉัน ทั้งคำให้การของฉันก็ไม่แน่ว่าฉันจะนึกจำพวกเบาะแสที่มีค่าขึ้นมาได้ทั้งหมดหรอก ถึงยังไงตอนนั้นฉันเองก็ตกใจจนขวัญเสียอยู่ เป็นไปได้ว่าอาจจะหลงลืมอะไรไป พอฉันมาตั้งใจคิดใคร่ครวญดู ก็รู้สึกว่าคุณน่าจะชี้แนะข้อมูลอะไรที่คล้ายๆ กันให้ฉันได้บ้าง ผลลัพธ์ที่ออกมาน่าจะดีกว่า”

เขาเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนจะพูดว่า “ผมไม่เข้าใจ”

ฉันกลอกตามองบน มันมาอีกแล้ว ความรู้สึกชนิดที่ว่าทั้งที่อยู่ด้วยกันกับเขาก็เหมือนไม่ได้อยู่ที่เดียวกันแบบนั้น...ในใจฉันผุดความคิดหนึ่งขึ้นมา ถ้าเป็นอูอวี้ เขาต้องฟังแล้วเข้าใจทันทีแน่...ฉันมีแผนบางอย่างแล้ว แม้ว่าเราจะเพิ่งรู้จักกันไม่กี่วันก็ตาม

ฉันหัวเราะแล้วพูดว่า “ผู้หมวดเสิ่นคะ คืออย่างนี้ คุณพอจะให้ฉันดูข้อมูลของคดีต่อเนื่องก่อนหน้านี้ได้ไหม บางทีฉันอาจจะถูกกระตุ้นแล้วนึกเบาะแสอะไรใหม่ๆ ขึ้นมาได้อีก อีกอย่างฉันยังถือว่าเป็นผู้เสียหายและเป็นผู้กล้าที่เข้าไปช่วยคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นผู้ช่วยที่ดีให้ทางตำรวจอย่างพวกคุณด้วย ให้ฉันดูสักหน่อยก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร”

“ไม่ได้ครับ ถานเจี่ยว เรามีกฎเรื่องการรักษาความลับอยู่” เสิ่นสือเยี่ยนปฏิเสธแทบจะทันที

ฉันอยากจะต่อยเขาสักหมัด แต่ว่าคุยกับก้อนหินพรรค์นี้ ก็คงได้แค่คุยทางวาจาเท่านั้นคุยด้วยกำลังไม่ได้หรอก ความคิดของฉันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พูดไปว่า “โอเค แน่นอนว่าฉันเคารพกฎของคุณ แต่ว่ามีบางอย่างคุณสังเกตเห็นมันหรือเปล่า จากบทความในเน็ต ก่อนหน้านี้ฆาตกรก่อคดีมาแล้วสี่คดี แต่ไม่มีใครเห็นหน้าตาเขาหรือสัมผัสกับเขาโดยตรง มีแต่ฉันเท่านั้นที่ได้สัมผัสกับเขาโดยตรงและนานที่สุด คนเรามีสามัญสำนึกและจิตใต้สำนึก ถ้าเกิดจิตใต้สำนึกของฉันนึกอะไรที่มีประโยชน์ขึ้นมาได้เร็ว บางทีนี่อาจเป็นเบาะแสสำคัญที่พวกคุณต้องการมาตลอดก็ได้ ฉันเองก็อยากช่วยพวกคุณไขคดีได้เร็วขึ้นเหมือนกัน”

เขาเงียบ มันทำให้ฉันรู้สึกไม่แน่ใจว่าเขาจะทำตามที่ฉันบอกหรือไม่

“ได้ ผมจะลองไปเสนอกับหัวหน้าดู” เขากล่าว

ฉันรู้สึกดีใจ สุดท้ายฉันก็ทำมันได้ “เยี่ยมเลย คุณรีบไปเถอะ” ฉันว่า

แม้ว่าเสิ่นสือเยี่ยนจะมีนิสัยแข็งๆ อยู่ในกฎระเบียบ แต่การทำงานค่อนข้างจะมีประสิทธิภาพสูง อีกหนึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันก็ได้รับข้อมูลแล้ว หลังจากที่ศึกษาอย่างถี่ถ้วนอยู่หลายชั่วโมง ฉันก็สรุปประเด็นได้ว่า

หนึ่ง คนร้ายลักพาตัวเด็กมาทั้งหมดสี่คนโดยทุกครั้งจะลงมือในเวลากลางคืน แต่เวลาไม่แน่นอน บางคนอยู่ในสนามหญ้าหลังบ้านของเขาและฉวยโอกาสตอนที่เด็กเผลออุ้มเด็กออกมา หรือแม้กระทั่งแอบเข้าไปในห้องเด็กเอาเด็กออกมาโดยตรง ถึงแม้ว่าวิธีก่อเหตุจะดูเป็นวิธีง่ายๆ แต่เขากลับทำสำเร็จทุกครั้ง แสดงให้เห็นว่าเขาต้องเป็นที่มีความสามารถและช่างสังเกตได้ดีเยี่ยม

สอง เด็กที่หายตัวไป มีสองคนอายุห้ากับหกขวบ ส่วนอีกสองคนอายุราวเจ็ดถึงแปดขวบ ช่วงอายุนี้ค่อนข้างเกาะกลุ่มใกล้เคียงกัน

สาม เด็กที่ตกเป็นเหยื่อเป็นเด็กที่มาจากครอบครัวธรรมดา ไม่มีคนรวย แต่ก็ไม่มีคนยากจน จุดที่เหมือนกันคือ มุ่งเน้นกลุ่มคนในเขตเมืองเดียวกัน

สี่ มีอยู่สองคดีที่สถานที่เกิดเหตุมีถ่ายภาพติดนกพันธุ์นั้นไว้ด้วย แต่ฉันกล้าพนันว่าตำรวจไม่ได้สังเกตเห็นแน่นอน ส่วนอีกสองคดีถึงจะไม่ได้ถ่ายไว้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่