เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง

เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 032 ตอนที่ 32

#32Chapter 032

ตอนที่ 32 อูอวี้ 5 (1)

-อูอวี้-

ผมจอดรถไว้ใต้เชิงเขาที่แห้งแล้ง

ผมไล่นกฝูงนั้นมาตลอดทางและพวกมันก็บินหายเข้าไปในความมืดตรงนี้ ที่นี่การจราจรสะดวกสบาย ไม่ไกลจากตัวเมือง แต่บนภูเขาไม่มีแสงไฟ ไม่มีใครอาศัยอยู่ เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการหลบซ่อนตัวของอาชญากร

ผมย่ำเท้าเดินเลียบไปตามถนนบนภูเขา ไต่ขึ้นเนินเขาได้อย่างรวดเร็ว ระหว่างทางผมคิดว่าโชคดีที่ถานเจี่ยวไม่ได้มา ถนนที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้ที่มีหนามแหลมหรืออาจมีมอดแมลงและงูพิษซ่อนอยู่ เธอทนได้ที่ไหน

ผมก็ทนให้เธอต้องเหนื่อยไม่ได้หรอก

ปีนเขาประมาณครึ่งชั่วโมงจนมาถึงกลางไหล่เขา ผมเห็นมีแสงสว่างรำไรในป่าที่อยู่ข้างหน้าผม ผมจึงผละจากทางเล็กเดินเลียบทางลาดชันขึ้นไป ซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหินขนาดใหญ่ก่อนจะชะโงกหน้ามองออกไป

ตรงนั้นมีบ้านไม้เก่าซอมซ่อหลังหนึ่งอยู่ ตะเกียงน้ำมันก๊าดแขวนอยู่หน้าประตู มีเด็กหลายคนห่อตัวอยู่ตรงมุมกำแพง ตัวสั่นระริก ชายคนนั้นเองก็อยู่ด้วยเช่นกัน เขานั่งเอามือเท้าคางอยู่บนเก้าอี้หวายผุๆ ตัวหนึ่งพลางเหม่อมองไปที่เด็กๆ พวกนั้น คล้ายกับใจลอยอยู่

แม้ห่างกันหลายสิบเมตร ผมก็ยังสามารถระบุได้ว่านั่นเป็นเด็กทั้งสี่คนที่หายตัวไปพอดี แต่มองดูดีๆ แล้ว สถานการณ์ตอนนี้แลดูแปลกๆ เล็กน้อย เด็กสามคนในนั้นสวมใส่เสื้อผ้ามอซอ ท่าทางหิวโหยเสียจนผิวเหลืองซีดซูบผอม มีเพียงเด็กชายวัยหกขวบชื่อว่าจูจื่อฮั่นที่สวมเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านและมีเก้าอี้นั่ง แล้วก็ยังมีขนมปังและนมกล่องหนึ่งอยู่ในมือกำลังอ้าปากกินคำโต เด็กคนอื่นๆ กำลังมองเขาด้วยสีหน้าอิจฉา และผู้ชายคนนั้นก็กำลังจ้องมองจูจื่อฮั่นอยู่

ใจกลางของกระท่อมเล็กๆ นั้น นกที่เกาะอยู่โดยรอบจนเป็นกลุ่มดำทะมึนมีราวร้อยตัวเป็นอย่างน้อย พวกมันสงบเสงี่ยมแลดูเชื่องเหมือนถูกฝึกมา

จูจื่อฮั่นเป็นเด็กผู้ชายอ้วนผิวขาว หลังจากที่เขากินเสร็จแล้วก็มองไปที่ชายคนนั้นอย่างหวาดๆ “คุณอา ผมยังอยากกินขนมปังอีกชิ้นหนึ่งครับ”

เด็กคนอื่นๆ ได้ยินแล้วก็เริ่มร้องขอบ้าง

“คุณอา พวกเราก็อยากกินด้วยเหมือนกัน”

“คุณอาครับ ให้หนูอันหนึ่งเถอะนะ”

“คุณอา ทำไมเขามี หนูไม่มีล่ะครับ”

ชายคนนั้นยิ้มแล้วเอาขนมปังออกมาจากกระเป๋า เอ่ยตะกุกตะกักว่า “หะ...หุบปาก! แก... พวกแก... จะเทียบกับเขาได้ยังไง” เขาให้ขนมปังจูจื่อฮั่น จูจื่อฮั่นเหลือบมองไปที่เด็กคนอื่นๆ แล้วอ้าปากกินอย่างรวดเร็ว เด็กคนอื่นได้แต่ร้องไห้เบาๆ ไม่กล้าพูดอะไรอีก

ผมค่อยๆ ก้มศีรษะลง กำลังคิดจะย่องกลับไปยังเส้นทางเดิมเงียบๆ ใครจะรู้ว่าในเวลานี้เอง นกตัวหนึ่งที่ไม่รู้ว่าบินมาจากไหนบินผ่านเหนือศีรษะผมไป ผมร้องในใจว่าแย่แล้ว อย่างที่คาดไว้ นกตัวนั้นกรีดร้องเสียงแหลม แล้วบินไปทางกระท่อม ชายคนนั้นหันขวับมามองทางผมทันที ฝูงนกเองก็ตกใจเช่นกัน นกหลายร้อยตัวกระพือปีกพร้อมกัน เกิดเสียงเหมือนลมกระโชกแรงพัดผ่านป่า จากนั้นชายคนนั้นก็ยิ้ม เป็นรอยยิ้มแปลกๆ ชนิดที่ว่าชวนให้คนรู้สึกอึดอัด คล้ายกับดีใจคล้ายกับเสียใจ เขาเป่านกหวีดยาว ทันใดนั้นฝูงนกก็กลายเป็นพายุหมุนสีดำบินพุ่งมาทางผม!

ผมยืนอยู่บนเนินลาดชัน ไม่มีที่หลบซ่อนตัวได้เลยและผมก็กระโดดลงไปไม่ทันด้วย ผมหักกิ่งไม้หนาที่อยู่ข้างๆ มาเป็นอาวุธสอยนกร่วงลงมาไม่น้อย แต่จำนวนนกมีมากเกินไป บินมาเฉียดหัวและโดนหน้าผมเต็มๆ ผมมองไปที่จะงอยปากแหลมและตาสีอำพันดุร้ายของพวกมัน ทันใดนั้นก็เข้าใจว่าพวกมันกำลังจะจิกตาของผม

ผมยกแขนข้างหนึ่งขึ้นบังปกป้องดวงตาของผมไว้ ขณะเดียวกันจะงอยของพวกมันก็กัดเข้าที่คอและแขนของผม กลายเป็นแผลเหวอะหวะทันที

ในตอนนี้เอง

ลมกระโชกสายหนึ่งโจมตีใส่ท้ายทอยผม

เป็นผู้ชายคนนั้น เขาอยู่บนหินก้อนใหญ่ก้อนนั้น ฉวยโอกาสนี้คิดจะลอบโจมตีผม

แต่เพราะผมอยู่ข้างล่างจึงเสียเปรียบ อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ไปข้างหน้าก็จะถูกนกจิกตา แต่ถ้าถอยไปข้างหลังก็จะถูกเขาตีหัว

ชั่วพริบตานี้เองที่จะตัดสินว่าจะชนะหรือแพ้ จะรอดหรือตาย

ผมเอาแขนสองข้างลงทันที รีบหมุนตัวไปกอดขาทั้งสองของเขาแล้วดึงลงมา เขาทรงตัวไม่อยู่ ท่อนไม้ในมือของเขาเองก็ร่วงลงไปกับพื้น ผมเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของเขา ฝูงนกโผเข้ามาหาพวกเราจากทุกสารทิศ

พวกเราตกลงไปด้วยกันจากที่ลาดสูงชัน ผมรู้สึกได้ว่าด้านหลังศีรษะกระแทกกับอะไรบางอย่างดังตึงภาพข้างหน้าตัดไป แล้วผมก็หมดสติไปทันที

เมฆดำพบจันทร์กระจ่าง: Chapter 032 ตอนที่ 32