หนี้รักบัลลังก์แค้น: Chapter 034 ตอนที่ 34
ตอนที่ 34 เรื่องน่ายินดีมากมาย
ผ่านปีใหม่ไปแล้ว แม้ความหนาวยังไม่ลดลง แต่คนตระกูลเสิ่นยังเลือดลมพลุ่งพล่านตื่นเต้นไม่หยุด ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ แม้แต่ความหนาวก็ยังต้องหนีห่างบ้านตระกูลเสิ่น เนื่องจากข่าวดีตระกูลเสิ่นตามมาติดๆ
จนถึงต้นเดือนสอง ข่าวดีเรื่องแรกรับปีใหม่ เสิ่นอันซื่อตั้งครรภ์อีก ที่แท้อาการเบื่ออาหารหลายวันที่ผ่านมาของเสิ่นอันซื่อ รวมทั้งอาการสมองมึนงง นางยังนึกว่าเป็นเพราะคิดถึงเสิ่นอวี๋เสี้ยน ผ่านไปหลายวันแล้วระดูก็ยังไม่มาเสียที นางจึงรู้สึกผิดปกติ รีบเชิญหมอมาตรวจ แต่กลับตรวจพบว่านางตั้งครรภ์แล้ว แม้จะเพิ่งมี แต่ไม่ผิดแน่นอน
คราวนี้ตระกูลเสิ่นก็สนุกสนานกันอีก ทั้งแม่สามีกับลูกสะใภ้ตั้งครรภ์กันทั้งคู่ เสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อจิ้งดีใจจนบอกไม่ถูก เพิ่มทั้งลูกเพิ่มทั้งหลาน เรื่องมงคลเรื่องแรกของปีใหม่เป็นสัญลักษณ์ความเจริญรุ่งเรือง แม้เสิ่นอวี๋ซื่อต้องรู้สึกเขินอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ต้องเตรียมจัดการบ้านตระกูลเสิ่น ครรภ์ของเสิ่นอันซื่อครั้งนี้นับว่าถี่กระชั้นอยู่บ้าง เสิ่นชิ่งเต๋อยังไม่ครบขวบเลย ดังนั้นจะต้องบำรุงร่างกายให้มาก
เสิ่นอวี๋ซื่อจึงขอเสิ่นหูซื่อ ให้นางช่วยดูแลบ้านสักระยะ จนกว่านางคลอดแล้วคอยกลับมาจัดการเรื่องดูแลบ้าน และให้เสิ่นหนิงช่วยเสิ่นหูซื่อดูแลบ้านด้วย ทุกอย่างจัดการเรียบร้อยแล้ว อีกไม่ถึงสองเดือนก็จะคลอดแล้ว ระยะเวลาไม่ยาวนัก ฝ่ายเสิ่นหูซื่อก็ตอบรับด้วยความยินดี ตั้งแต่ปีใหม่นางก็ว่างงานอยู่แล้ว บอกให้เสิ่นอวี๋ซื่อกับเสิ่นอันซื่อบำรุงร่างกายให้ดีๆ
อีกไม่นาน ทั้งเซียงโจว อี้โจว หลู่โจว ก็ได้รับจดหมายแจ้งข่าวดี เวลานี้ เสิ่นอวี๋เสี้ยนเพิ่งกลับถึงเซียงโจวยังไม่ครบเดือนก็ได้รับข่าวดีแล้ว ครั้นนึกถึงเสิ่นอันซื่อขึ้นมาก็รู้สึกคิดถึงนางมาก ยังเขียนจดหมายบอกความรู้สึกคิดถึงให้เสิ่นอันซื่อ โดยอ้างอิงคำกลอนโบราณ ให้เสิ่นอันซื่อบำรุงครรภ์ดีๆ ไม่ต้องเป็นห่วงเขา
เสิ่นอันซื่อได้รับจดหมายแล้วรู้สึกเขินอายไม่น้อย ดูแลตัวเองต่อไป
ข่าวดีเรื่องที่สองคือเสิ่นอวี๋ซวนกับเสิ่นอวี๋ผิงสอบผ่านสำนักศึกษาสูงสุดแล้ว พร้อมกับเสิ่นอวี๋ผู เสิ่นอวี๋ป๋อลูกชายเสิ่นเจ๋อหรู อีกไม่กี่วันจะเข้าเรียนที่สำนักศึกษาสูงสุด สำนักศึกษาสูงสุดเป็นสถานศึกษาสูงสุดที่บัณฑิตต้าหย่งเข้าเรียน การสอบเข้าได้เป็นบัณฑิตสำนักศึกษาสูงสุดเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง สำคัญที่สุดคือ ทั้งเสิ่นหวาซั่นกับเสิ่นเจ๋อจิ้งไม่ได้จัดการอะไรภายในให้ เข้าได้ด้วยฝีมือล้วนๆ เสิ่นหวาซั่นพอใจเป็นอย่างยิ่ง มอบพู่กันกับหมึกที่ตัวเองใช้ตอนหนุ่มให้ทั้งสองคน แสดงความชื่นชมพร้อมกับตั้งความหวังที่ดี
ถึงแม้ต้าหย่งกำหนดให้ลูกหลานขุนนางขั้นเจ็ดขึ้นไปสามารถเข้าเรียนหรือร่วมฟังการสอนในสำนักศึกษาสูงสุด แต่จากการที่ลูกหลานขุนนางเพิ่มจำนวนมากขึ้น จำนวนผู้เข้าเรียนได้เริ่มไม่เพียงพอ พวกที่เรียนอยู่ในสำนักศึกษาสูงสุดล้วนเป็นลูกหลานขุนนางเมืองหลวงในราชสำนักปัจจุบัน การสนิทสนมไปมาหาสู่ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ทีหลังสะดวกขึ้นมาก พูดไปแล้ว สำนักศึกษาสูงสุดแทบจะเป็นที่ชุมนุมผู้สอนหนังสือขั้นสุดยอดของแคว้นไว้ทั้งหมด ไม่ต้องพูดถึงสำนักศึกษาสูงสุด แม้แต่ผู้สอนธรรมดาก็เป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียง การได้เป็นศิษย์อาจารย์กับคนเหล่านี้ถือเป็นวาสนา ที่สำคัญกว่านั้น สำนักศึกษาสูงสุดก็เป็นที่ชุมนุมของผู้เรียนหนังสือขั้นสุดยอดของแคว้น เห็นได้เลยว่าคนเหล่านี้จะมีจำนวนไม่น้อยได้เป็นขุนนางสำคัญในราชสำนัก ไม่แน่ว่าอาจจะมีขุนนางระดับท่านเจ้ากรมอาลักษณ์หรือท่านสมุหนายกฝ่ายซ้าย ความสัมพันธ์ของเพื่อนนักเรียนเป็นสิ่งที่ต่อให้อธิษฐานสามชาติก็ยังได้มายาก
นี่เป็นการลงทุนที่ต่ำสุดทางการเมือง พูดได้ว่า ในสำนักศึกษาสูงสุด ล้อมไว้ด้วยสี่ตาข่ายยักษ์คือ วงศ์ตระกูล ญาติทางการแต่งงาน ศิษย์อาจารย์และเพื่อนเก่าแก่ ไม่แปลกที่ตระกูลขุนนางในเมืองหลวงแย่งที่นั่งเรียนกันจนยอมศีรษะแตก อาศัยทั้งบุญคุณ ความสัมพันธ์ เงินทอง ทุกอย่างเพื่อให้ลูกหลานในตระกูลได้เข้าเรียนในสำนักศึกษาสูงสุด ดังนั้นข้อกำหนดจึงเปลี่ยนเป็นลูกหลานขุนนางเมืองหลวงขั้นเจ็ดขึ้นไปถึงจะมีสิทธิ์เรียน แต่ไม่เกินครอบครัวละสามคน อีกทั้งก่อนการเข้าเรียน จะต้องผ่านการสอบที่จัดโดยสำนักศึกษาสูงสุด จึงจะนับว่าเป็นกั๋วจื่อเซิงหรือบัณฑิตของสำนักศึกษาสูงสุด
ที่เสิ่นอวี๋ซวนกับเสิ่นอวี๋ผิงสอบผ่าน ก็คือการสอบเช่นนี้ เสิ่นอวี๋ซวนได้สิทธิ์โดยตรงจากเสิ่นเจ๋อจิ้ง เสิ่นอวี๋ผิงอาศัยใบบุญจากปู่จึงได้สิทธิ์ ดีที่ทั้งสองไม่ทำให้ผู้คนผิดหวัง คว้าโอกาสเป็นกั๋วจื่อเซิงมาไว้ในมือได้ทั้งคู่
ตระกูลเสิ่นจัดโต๊ะเลี้ยงฉลองเรื่องนี้อีกหลายโต๊ะ เนื่องด้วยเวลาที่เสิ่นอวี๋เหวินกับเสิ่นอวี๋เทากลับถึงเมืองหลวงนั้นกระชั้นชิดเกินไป จึงร่วมเข้าสอบสำนักศึกษาสูงสุดไม่ทัน ตามความคิดเสิ่นหวาซั่น ขณะที่ทั้งคู่ยังต้องปรับตัวกับการใช้ชีวิตเมืองหลวงก็ให้เข้าเรียนในโรงเรียนประจำเมืองหลวง แม้จะด้อยกว่าสำนักศึกษาสูงสุดอยู่ขั้นหนึ่ง แต่ก็มีนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่น้อย เทียบกับหลิ่งหนานแล้วดีกว่าไม่น้อย เสิ่นอวี๋หงเมื่อก่อนก็เรียนที่นี่ นับได้ว่าเป็นศิษย์พี่ของเสิ่นอวี๋เหวินกับเสิ่นอวี๋เทา
เสิ่นอวี๋หงยังไปหาน้องชายสองคนนี้โดยเฉพาะ สอนให้รู้ถึงการใช้ชีวิตในโรงเรียนประจำเมืองหลวง เช่นอาจารย์คนไหนเข้มงวดไม่ฟังเสียงใคร อาจารย์คนไหนรับฟังปรึกษาได้ ในโรงเรียนมีที่ไหนไปไม่ได้ ที่ไหนที่พวกเก่งกาจมักไปกัน โน่นนี่มากมาย ทั้งเสิ่นอวี๋เหวินกับเสิ่นอวี๋เทาฟังจนผงกศีรษะไม่หยุด พยายามจำทั้งหมดใส่สมอง พอไปถึงโรงเรียนแล้วจะได้ไม่ทำตัวเก้อ นึกขอบคุณพี่ชายคนนี้
ข่าวดีเรื่องที่สามเกี่ยวข้องกับเสิ่นอวี๋หง ความจริงไม่นับว่าข่าวดีแล้ว ก็คือกำหนดวันที่ตระกูลเสิ่นไปบ้านตระกูลเฉิง กำหนดการแต่งงานของเสิ่นอวี๋หงเดินหน้าไปอีกก้าว ที่เหลืออยู่อีก คือรอวันที่เฉิงเยี่ยนเยี่ยนได้อายุค่อยปรึกษากำหนดเวลาแต่งงาน ก็ยังไม่รีบ ดังนั้นวันเวลาของเสิ่นอวี๋หงผ่านไปอย่างสุขสบาย พูดคุยกับลูกผู้น้องอย่างเสิ่นอวี๋อี้หลายคำ เรื่องเกี่ยวกับการจัดการหน่วยหรูหลิวชู่ เรื่องที่เหลือคืออ่านหนังสือ เตรียมสอบคัดเลือกช่วงฤดูวสันต์ปีหน้า
ยังมีอีกเรื่องที่ทำให้ตระกูลเสิ่นพูดคุยปรึกษากัน ในสายตาเสิ่นหนิงนี่นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง ในเดือนสอง เหยียนซาง เสิ่นเจ๋อเสวียอาแปดกับอันเหอถังภรรยาจากซีหนิงเต้ากลับเมืองหลวง พวกเขาไปหลายเดือนแล้ว แม้แต่ปีใหม่ก็ไม่ได้กลับมา กลับมาคราวนี้ นำของพื้นเมืองซีเอี้ยนกับเตียนกุ้ยมาไม่น้อย แม้แต่เสิ่นหนิงยังได้หน่อไม้ดองหลายห่อ ชุนฉือดีใจจนคิดค้นหารายการอาหารใหม่ จะทำหน่อไม้ดองผัดเนื้อชิ้นดี หรือจะเป็นแกงจืดเป็ดป่าหน่อไม้ดองดี
เสิ่นเสิ่นเจ๋อหย่วนกับเสิ่นหูซื่อย่อมดีใจเป็นพิเศษ ครั้นเห็นทุกคนเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง จึงรีบให้พวกเขาพักผ่อนก่อนค่อยคุยละเอียดเรื่องไปซีหนิงครั้งนี้ เสิ่นหูซื่อคิดไกลถึงตอนพวกอันเหอถังกลับเจียงหนาน จะต้องให้พวกเขานำของอะไรกลับบ้านเดิมไปด้วย
ที่ห้องหนังสือเสิ่นหวาซั่นเช่นเคย พวกเหยียนซางรายงานผลการไปซีหนิงกับเสิ่นหวาซั่นและเสิ่นเสิ่นเจ๋อหย่วน การไปครั้งนี้ได้ผลกลับมามากมาย เสิ่นเจ๋อเสวียเอาแผนที่ออกมาฉบับหนึ่ง ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ดีเยี่ยมของตระกูลเสิ่น เขาใส่เครื่องหมายพร้อมคำอธิบายในแผนที่ เป็นเรื่องราวซีหนิงเต้าบริเวณเตียนกุ้ย ตลาดที่ผ่าน เมืองที่มีการค้าขายหนาแน่น ท่าเรือที่มีจำนวนเรือมาก ตระกูลกลุ่มพ่อค้าต่างๆ เป็นต้น แม้แต่สถานที่ที่มีผลผลิตเป็นหลักทางเศรษฐกิจก็แสดงไว้ นี่เป็นผลได้ประการแรก ประการที่สอง ทั้งหมดเห็นชัดถึงการก่อตั้งกรมฉาหม่า(กรมที่ดูแลเรื่องการแลกเปลี่ยนม้ากับใบชา) แอบให้เงินทุนก่อสร้างที่ว่าการกรมฉาหม่า แน่นอน เรื่องนี้ไม่ได้ปิดบังเจ้ากรมกรมฉาหม่า ดังนั้นก็รักษาสัมพันธภาพที่ดีกับเจ้ากรมกรมฉาหม่า เงินทองที่ใช้ไปก็ไม่ต้องพูดถึง ประการที่สาม ทำความรู้จักกับตระกูลพ่อค้าใหญ่ของซีหนิงเต้าหลายตระกูล แลกเปลี่ยนนามบัตร นัดแนะการติดต่อไปมาหาสู่ ประการที่สี่ เซ็นสัญญาการค้ากับกลุ่มพ่อค้าชาและพ่อค้ายา นัดหมายส่งชาใหม่เดือนสี่จำนวนสามร้อยชั่งกับเครื่องยาเดือนหกจำนวนห้าร้อยชั่ง มีทั้งหย่วนจื้อ* ต้าหวง** ตันเซิน*** จือหมู่**** เป็นต้น ให้ส่งถึงซีหนิงตามกำหนด ทั้งตระเตรียมเรื่องต่างๆ ในการร่วมทำกิจการเป็นครั้งแรก
เรื่องต่างๆ เหล่านี้แต่ละเรื่องยิ่งสำคัญมากขึ้น ไม่นึกว่าพวกเหยียนซางไปไม่ถึงครึ่งปีก็มีผลงานมากมายถึงเพียงนี้ ยอดเยี่ยมจริงๆ ทั้งเสิ่นหวาซั่นและเสิ่นเจ๋อจิ้งพอใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการค้าขายกับกลุ่มพ่อค้าชาและกลุ่มพ่อค้ายา ถึงแม้จำนวนยังน้อยมาก แต่เป็นการเริ่มต้นที่ดี ขอแค่มีการเริ่มต้น ทุกอย่างก็จะไปได้ดี
งานที่จะทำต่อก็ไม่ใช่ส่วนที่เสิ่นหวาซั่นคุ้นเคยแล้ว ดังนั้นเขาจึงสั่งเสิ่นเจ๋อหย่วนกับพวกเหยียนซางไปปรึกษากันดีๆ จะต้องจัดการให้งานทุกส่วนก่อนหลังเป็นไปให้เรียบร้อย หลายวันผ่านไป รอจนเสิ่นเจ๋อเสวียกับคนของอันเหอถังเตรียมพร้อมกลับเจียงหนาน เขายังเขียนจดหมายบอกคนของอันเหอถังส่งให้หูปู้ถูเงียบๆ ในจดหมายกล่าวชมเชยเสิ่นหูซื่ออย่างมาก
เสิ่นหนิงก็พอคลับคล้ายคลับคลาว่าพวกเหยียนซางมีผลงานมากมาย เสิ่นหูซื่อบอกโดยไม่ตั้งใจรั่วไหลให้นางรู้บ้าง นางย่อมดีใจด้วย คิดว่าฝีมือการค้าของอารองกับเหยียนซาง จะต้องจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ดี ดังนั้นนางจึงเบนสายตาไปที่อื่น เฉลิมฉลองร่วมกับพี่น้องทั้งเสิ่นมี่เสิ่นเหยา
ที่แท้เสิ่นหวั่นใกล้เจ็ดขวบแล้ว หลังปีใหม่เสิ่นอวี๋ซื่อบอกว่า จะแบ่งอาคารเล็กใกล้เรือนปี้เหอให้เสิ่นหวั่น จนถึงต้นเดือนสองก็ซ่อมแซมเสร็จแล้ว หลายวันนี้เสิ่นหวั่นกำลังเตรียมตัวย้ายเข้าไปอยู่ เสิ่นหวั่นคิดชื่ออาคารนี้ไว้แล้วแต่แรก ยังให้เสิ่นเจ๋อจิ้งเขียนให้ ตอนนี้ป้ายชื่อ”เรือนจิงเฉี่ยว(เรือนวิจิตร)”ได้ทำเสร็จแล้ว แขวนไว้แล้วอย่างมั่นคงบนที่อยู่ใหม่ของนาง
ตอนเสิ่นหวั่นย้ายเข้าไป เสิ่นหนิง เสิ่นมี่และเสิ่นเหยาล้วนไปแสดงความยินดีที่เรือนจิงเฉี่ยว หลี่อี๋เหนียงกับเหออี๋เหนียงก็อยู่ด้วย เสิ่นอวี๋ซื่อ เสิ่นอันซื่อกับเสิ่นหูซื่อแม้ไม่ได้มาด้วยตัวเอง แต่ก็ส่งของขวัญมาให้ เสิ่นหูซื่อยังให้ครัวใหญ่ทำโต๊ะเลี้ยงอาหารมาให้ ดังนั้นพวกสาวน้อย กับมารดาเล็กทั้งสองก็สนุกสนานกันดี
ที่พิเศษกว่าที่อื่นคือเรือนจิงเฉี่ยวมีการตั้งของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่เสิ่นหวั่นจักสานขึ้นเอง ข้างบนของชั้นวางของ กรอบหน้าต่างและโต๊ะเตี้ยวางชุดชาล้วนประดับด้วยของเหล่านี้ทั้งนั้น ดูดีๆ ขวดปักดอกไม้ก็เป็นของจักสาน ทำได้ละเอียดน่าดู โถงใหญ่แขวนกลอนคู่ของเสิ่นหนิง “ใจวิจิตรเปลี่ยนเรือนเป็นจักรวาล มือประณีตสร้างขุนเขาแลธารา” ชื่อเรือนจิงเฉี่ยวฟังดูเหมาะสมใกล้ชิดมาก
ผ่านการอยู่ร่วมกันมาหลายเดือน สาวใช้ชราที่เตรียมไว้แต่ก่อนก็คุ้นเคยกันดี เสิ่นหวั่นยังตั้งชื่อให้สองสาวใช้ติดตัวว่าเต้าก่าน(ฟางข้าว)และหลู่เว่ย(ต้นกก) สองชื่อนี้ตั้งได้เสียจน...คนพูดไม่ออก เป็นวัสดุจักสานทั้งนั้นเลย ตั้งชื่อตามสิ่งของแท้ๆ ตอนที่เสิ่นหนิงกับเสิ่นมี่ได้ยินชื่อสาวใช้ทั้งสอง ต่างอดไม่ได้ต้องหัวเราะออกมา
---
*หย่วนจื้อ (远志) สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง ใช้เป็นยาขับเสมหะ แก้ไอ และมีการนำมาชงเป็นน้ำชาดื่มเพื่อให้ชุ่มคอ
**ต้าหวง (大黄) สมุนไพรจีนชนิดหนึ่ง มีฤทธิ์เย็น ใช้เป็นยาระบาย
***ตันเซิน (丹参) สมุนไพรจีน ช่วยให้เลือดและลมปราณไหลเวียนดี ดับร้อนในเลือด แก้ฝีหนอง ปรับประจำเดือน
***จือหมู่ (知母) สมุนไพรจีน มีฤทธิ์ดับร้อน ดับไฟ แก้หงุดหงิด แก้กระหายน้ำ