ดวงใจอสุรา: ตอนที่ 022 ตอนที่ 22
ตอนที่ 22 โอสถครรโภทร
สิ้นรับสั่งของตวนมู่ชิง พลธนูของจวนตระกูลตวนมู่ก็เข้ามาล้อมจิ้นม่อไว้ หลี่อวิ๋นชิงกับซั่งกวานอู๋จี้สบสายตากันก่อนที่จะถอยออกไป ลูกธนูดั่งห่าฝนก็ถูกยิงมาทางจิ้นม่อทันที
ฉิบหายแล้ว จิ้นม่อฝืนหัวเราะออกมา
ตอนนี้เขาเสียใจที่ไม่ได้ตั้งใจฝึกวรยุทธ์ ถึงเขาจะมีวรยุทธ์ แต่กลับถนัดในด้านการรักษามากกว่า เมื่อก่อนท่านอาจารย์ก็เคยพูดไว้ว่าคนเราถึงแม้จะมีความสามารถ แต่ก็ต้องปกป้องตัวเองให้ได้ด้วย ตอนนั้นเขาไม่ได้เอามาใส่ใจ มาเข้าใจเอาตอนนี้ก็ดูเหมือนจะสายไปเสียแล้ว
เมื่อเห็นลูกธนูราวกับห่าฝน และหัวธนูสะท้อนแสงวิบวับที่อยู่ตรงหน้า จิ้นม่อก็เหลือบไปมองมู่หรงชีชีที่ยืนดูเรื่องสนุกอยู่ในเงามืดอีกครั้ง ในใจของเขาก็มีแต่ความขื่นขม หรือชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาจะต้องมาถูกทำลายด้วยน้ำมือสตรีโฉดเช่นมู่หรงชีชี? นี่เขาจะต้องส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจริงๆ หรือ? เช่นนั้นเขาจะต้องถูกผู้คนหัวเราะเยาะเป็นแน่
“เคร้ง!” ในขณะนั้นเอง ก็มีร่มเหล็กสีดำกางออกขวางหน้าจิ้นม่อไว้
“เคร้งๆ เคร้งๆ” ธนูแหลมร่วงลงสู่พื้นไปทีละอันสองอัน เมื่อจิ้นม่อได้เห็นคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างชัดเจน เขาก็รู้สึกดีใจเป็นที่สุด “จี๋เสียง หยูอี้ เหตุใดถึงเป็นพวกเจ้า?”
“ท่านอ๋องตรัสว่าระดับสติปัญญาอย่างท่านชาย คงไม่มีทางเอาชนะพระชายาได้ ก็เลยให้พวกเรามาช่วย ดูเหมือนจะเป็นอย่างที่ท่านอ๋องตรัสไว้ไม่มีผิด ท่านชายได้เลือดแล้วจริงๆ ด้วย” จี๋เสียงยิ้มจนตาหยีดั่งพระจันทร์เสี้ยว แก้มสองข้างประดับด้วยลักยิ้มเล็กๆ เมื่อเห็นรอยเลือดที่ท้องของจิ้นม่อ เขาก็ป้องปากหัวเราะเบาๆ
“นางยังไม่ใช่พระชายาเสียหน่อย!” จิ้นม่อพูดลอดไรฟันออกมา แต่ในใจกลับอดไม่ได้ที่จะนับถือสตรีที่ดูเหมือนธรรมดา ดูอ่อนแอบอบบางเช่นนาง ความฉลาดหลักแหลมของนางคืออาวุธที่ร้ายแรงที่สุดที่นางมี
“ท่านอ๋องตรัสว่านางคือพระชายานางก็คือพระชายา ท่านชายก็ยอมรับเสียโดยดีเถิด” จี๋เสียงกับหยูอี้เป็นแฝดชายหญิง ทั้งสองคนมีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนกันมาก ตอนยิ้มตาหยีราวพระจันทร์เสี้ยว จุดที่ไม่เหมือนกันก็คือหยูอี้ไม่มีลักยิ้ม
ทั้งสองคนประกบซ้ายขวา หิ้วจิ้นม่อกระโดดข้ามกำแพง หายไปจากสายตาของทุกคน
“ตาม! รีบตามไปเดี๋ยวนี้!”
ตวนมู่เหล่ยก็กังวลเสียจนเหงื่อท่วมหน้า จิ้นม่อปรากฏตัวในซีเหลียง แล้วเฟิ่งชางล่ะ? เขาอยู่ที่ใด? หรือเขาจะอยู่ที่ซีฉีเช่นเดียวกัน? แต่อีกหลายเดือนกว่าจะถึงศึกประลองยุทธ์สี่แคว้นนี่ อีกอย่างปีนี้การประลองจะจัดที่เป่ยโจวมิใช่หรือ แล้วเหตุใดพวกเขาถึงมาที่ซีฉีเล่า? ก่อนหน้านี้ก็ไร้วี่แวว ไร้เบาะแสของเรื่องนี้มาก่อน
สีหน้าของตวนมู่ชิงก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก เมื่อทุกคนออกไปตามล่าจิ้นม่อแล้ว นางก็เรียกมู่หรงชีชีไปพูดตัวต่อตัวที่ในห้อง “เหตุใดก่อนหน้านี้เจ้าถึงไม่เปิดเผยตัวตนของเขา?” ตวนมู่ชิงจ้องมู่หรงชีชีด้วยสีหน้าดุดัน
“ทูลฮองเฮาเพคะ หม่อมฉันแค่เพิ่งเข้าไปก็ถูกเขากักตัวเสียแล้ว หม่อมฉันไม่มีวรยุทธ์ สู้เขาไม่ได้ อีกทั้งตอนนั้นฮองเฮายังทรงประทับอยู่ที่นั่น หม่อมฉันกลัวว่าเขาจะทำอะไรเหนียงเนียง ก็เลยมิกล้าเปิดเผยตัวตนของเขา”
ท่าทางของมู่หรงชีชีไม่เหมือนกับคนพูดปด ตวนมู่ชิงลองนึกถึงสถานการณ์ก่อนหน้านี้ มู่หรงชีชีเพิ่งจะเดินเข้ามาก็ถูกจิ้นม่อจับตัวไว้แล้ว มองเผินๆ อาจจะเหมือนการกระทำของคนที่ใกล้ชิดสนิทสนมกัน แต่ถ้าคิดให้ดีมันก็ดูมีพิรุธ
“แล้วเจ้ารู้ได้เช่นไรว่าเขาคือจิ้นม่อ?” ตวนมู่ชิงไม่ใช่คนโง่ ถึงแม้มู่หรงชีชีจะตอบคำถามนางได้ แต่ภายในใจของนางก็ยังมีคำถามมากมายเกี่ยวกับคุณชายเหลียน
“เหนียงเนียงอาจจะไม่รู้ว่าถ้าหากนับกันตามลำดับขั้นแล้ว คุณชายเหลียนนับเป็นศิษย์น้องของจิ้นม่อ ตอนที่หม่อมฉันยังอยู่ที่สำนักแม่ชี หม่อมฉันได้รู้จักมักคุ้นกับคุณชายเหลียนอยู่ระยะหนึ่ง เขาเคยพูดถึงศิษย์พี่คนนี้ คุณชายเหลียนเป็นศิษย์คนสุดท้ายของหมอพิลึก พวกเขาทั้งสองคนได้รับการถ่ายทอดศาสตร์แห่งการแพทย์มาจากพระอาจารย์คนเดียวกัน แต่คุณชายเหลียนคำนับเป็นศิษย์ค่อนข้างช้า ตอนนั้นจิ้นม่อก็ได้บรรลุศาสตร์แห่งการแพทย์ไปหลายปีแล้ว ด้วยเหตุนี้จิ้นม่อจึงไม่รู้ว่ามีศิษย์น้องอยู่อีกคน”
จากคำอธิบายของมู่หรงชีชี ตวนมู่ชิงก็พอจะเข้าใจถึงความเป็นมาของเรื่องนี้ แต่เรื่องในวันนี้ก็ทำให้นางรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก หากจิ้นม่อถูกสังหารไปแล้วก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เขากลับหนีไปได้
ถึงแม้เรื่องที่นางมิสามารถทรงครรภ์ได้นั้นมีคนรู้อยู่มิใช่น้อย แต่ก็ไม่มีใครที่มีหลักฐานแน่ชัด จึงไม่มีใครกล้ามาพูดต่อหน้า
แต่ถ้าจิ้นม่อนำเรื่องนี้ไปพูด ด้วยความสามารถด้านการแพทย์ของเขาแล้ว ผู้คนจะต้องเชื่อในสิ่งที่เขาพูดเป็นแน่ ถึงตอนนั้นสิ่งที่นางจะต้องเผชิญจะไม่ใช่แค่ “ไม่สามารถทรงครรภ์” เพียงเท่านั้น แค่น้ำลายของนางสนมในฝ่ายในก็ทำให้นางจมน้ำตาย[footnoteRef:2]ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลงเจ๋ออวี่ที่ไม่ได้สนใจใยดีนางอยู่แล้ว [2: แค่น้ำลายก็ทำให้จมน้ำตายได้(唾沫能淹死人):แค่คำพูดตำหนิ ว่ากล่าวที่มาจากข่าวลือ ก็สามารถทำลายชีวิตของคนๆหนึ่งได้]
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ตวนมู่ชิงก็กลับมาโกรธแค้นมู่หรงชีชีอีกครั้ง ถ้าหากไม่ใช่เพราะมู่หรงชีชีตัดเอ็นข้อมือตวนมู่อีอีขาด นางก็ไม่ต้องบังคับมู่หรงชีชีให้ไปเชิญคุณชายเหลียนมา และก็จะไม่มีโอกาสให้จิ้นม่อจากเป่ยโจได้ฉกฉวย
มู่หรงชีชีเมื่อรับรู้ถึงความโกรธแค้นของตวนมู่ชิง นางก็รีบร้อนหยิบตลับเล็กๆ ออกมา แล้วถวายให้กับตวนมู่ชิง
“นี่คือสิ่งใด?” ตวนมู่ชิงไม่ได้รับมันมา เพียงแค่มองไปที่มือของมู่หรงชีชีอย่างเย็นชา คิดไม่ถึงว่าสตรีที่หน้าตาธรรมดาอย่างมู่หรงชีชีจะมีมือที่งดงามไร้ที่ติเช่นนี้ ขาวผ่องประดุจหยกขาว ราวกับว่าถูกสลักมาอย่างประณีตบรรจง
“ทูลฮองเฮาเพคะ นี่คือ ‘โอสถครรโภทร’ ที่คุณชายเหลียนปรุงขึ้น ร่างกายของหม่อมฉันค่อนข้างเย็น มีอาการมดลูกเย็น ด้วยเหตุนี้นอกจากคุณชายเหลียนจะส่งโอสถผิวหิมะให้หม่อมฉันแล้ว ยังส่งโอสถครรโภทรให้หม่อมฉันด้วย”
มดลูกเย็นหรือ? มันเป็นอาการเดียวกับที่จิ้นม่อบอกนางมิใช่หรือ? คนที่มดลูกเย็นจะมีบุตรยาก ในใจของตวนมู่ชิงก็เริ่มเอนเอียง รับตลับมาเปิดดู มีโอสถเม็ดสีแดงดุจโลหิตปรากฏอยู่ตรงหน้าของนาง
“หม่อมฉันคิดว่าจะเก็บเอาไว้ใช้หลังจากสมรส แต่......” น้ำเสียงของมู่หรงชีชีเริ่มสะอื้น “เมื่อครู่จิ้งอ๋องได้เขียนหนังสือถอนหมั้นมอบให้หม่อมฉันแล้ว ต่อไปหม่อมฉันก็คงไม่ได้ใช้แล้ว หม่อมฉันก็ขอยืมดอกไม้เขามาถวายพระ[footnoteRef:3] ถวายโอสถนี้ให้เหนียงเนียง หวังว่าเหนียงเนียงจะมีพระโอรสโดยเร็วเพคะ” [3: ยืมดอกไม้มาถวายพระ(借花献佛):เอาของของคนอื่นมอบให้คนอีกคนหนึ่ง เพื่อแสดงน้ำใจของตัวเอง]
“จิ้งอ๋องเขียนหนังสือถอนหมั้นอย่างนั้นหรือ?” ตวนมู่ชิงรับรู้เรื่องนี้มาบ้างแล้ว แต่กลับแสดงท่าทางประหลาดใจออกมา “เหตุใดถึงเป็นเช่นนี้ไปได้? ให้ข้าไปช่วยพูดกับจิ้งอ๋อง ให้เขายกเลิกหนังสือถอนหมั้นดีหรือไม่?”
“อย่าเลยเพคะ” มู่หรงชีชีส่ายหน้าอย่างหมดหนทาง “หม่อมฉันรู้ตัวเองดีเพคะ ว่าหม่อมฉันมันไม่คู่ควร ถอนหมั้นเร็วเท่าไหร่ก็ดีกับเราสองคนเท่านั้น หม่อมฉันไม่อยากจะถ่วงอนาคตของท่านอ๋อง”
ท่าทางเศร้าหมองของมู่หรงชีชี เมื่อตกอยู่ในสายตาของตวนมู่ชิงแล้ว กลับทำให้หัวใจแข็งกระด้างของนางเกิดความสงสารขึ้นมา
ตวนมู่ชิงได้รับรู้เรื่องราวของมู่หรงชีชีมาบ้าง นางยังรู้มาอีกว่า เมื่อครู่หลงเจ๋อจิ่งเทียนเขียน ‘หนังสือเลือด’ ท่ามกลางผู้คนอย่างไม่ไว้หน้ามู่หรงชีชีแม้แต่น้อย ก็น่าจะรู้ได้ว่าหลงเจ๋อจิ่งเทียนไม่ชอบนางเพียงใด ความจริงแล้วนางก็เป็นแค่สตรีน่าสงสารคนหนึ่ง
ตวนมู่ชิงราวกับได้นึกถึงเรื่องราวที่ตัวนางเองได้พบเจอ น้ำเสียงที่พูดกับมู่หรงชีชีก็พลันอ่อนโยนลง “เด็กดี เจ้าอย่าได้เสียใจไปเลย บนโลกใบนี้จะต้องมีสักคนที่เกิดมาเพื่อเจ้า โอสถครรโภทรเม็ดนี้ข้าจะรับไว้ หากได้ผลขึ้นมา ข้าจะตบรางวัลให้อย่างงาม”
ตบรางวัลให้อย่างงามงั้นหรือ? มู่หรงชีชียังไม่โง่พอที่จะเชื่อคำพูดของตวนมู่ชิงหรอก ในวังหลวงมู่หรงเสวี่ยเหลียนพี่สาวแท้ๆ ของนางไม่ถูกกับตวนมู่ชิง แค่ตวนมู่ชิงไม่แว้งกัดนางก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
แต่ถึงแม้นางจะรู้แน่แก่ใจ นางก็ยังแสดงท่าทางลำบากใจออกมา “ได้ทำให้เหนียงเนียงสบายพระทัย ถือเป็นเรื่องที่หม่อมฉันควรกระทำเพคะ เหนียงเนียงตรัสเช่นนี้ หม่อมฉันกลับรู้สึกกระดากอาย หม่อมฉันขอให้เหนียงเนียงมีพระโอรสให้แคว้นซีฉีโดยเร็วเพคะ”