ดวงใจอสุรา: ตอนที่ 023 ตอนที่ 23
ตอนที่ 23 ทำคุณบูชาโทษ
ท่าทางสงบเสงี่ยมของมู่หรงชีชีทำให้ตวนมู่ชิงยิ่งเห็นก็ยิ่งพอใจ โดยเฉพาะคำว่า “พระโอรส” ในประโยคสุดท้าย ยิ่งทำให้ตวนมู่ชิงรู้สึกสำราญใจ นางลูบไล้หน้าท้องเรียบบางของตัวเอง ราวกับว่านางจะทรงครรภ์ ได้พระโอรสในทันที แค่ประสูติออกมาก็ได้สืบทอดราชบัลลังก์
“หากข้ามีโอรส ข้าจะตบรางวัลให้เจ้าเป็นคนแรก”
ตวนมู่ชิงกลับถึงตำหนักชิงหลวน ประทับได้ไม่นานหลงเจ๋ออวี่ก็เสด็จมา
เมื่อเห็นหลงเจ๋ออวี่ ตวนมู่ชิงก็รู้สึกประหลาดใจ ฮ่องเต้จะทรงทราบเรื่องของจิ้นม่อเร็วขนาดนี้เลยหรือ? นางยังไม่ได้คิดเลยว่าจะอธิบายเรื่องจิ้นม่อเช่นไร พระองค์ไม่โปรดปรานในตัวนางเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว หากเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้าง ใส่ความว่าตระกูลตวนมู่สมคบคิดกับเป่ยโจว แล้วนางจะทำเช่นไรดี?
เวลาแค่ชั่วครู่ สมองของตวนมู่ชิงก็ขบคิดเรื่องนี้ไปไม่รู้กี่รอบ ฝ่ามือชื้นไปด้วยเหงื่อที่เกิดจากความกังวล
“ฮองเฮา วันนี้ที่ข้ามาที่นี่ก็เพราะมีเรื่องจะบอกเจ้า” สิ่งที่ตวนมู่ชิงคิดไว้กลับไม่ได้เกิดขึ้น หลงเจ๋ออวี่ก็เปลี่ยนท่าทีที่มีต่อนาง ประทับลงข้างๆ นาง แล้วกุมมือไปวางไว้ในมือใหญ่ของเขา
ท่าทางแสดงความรักใคร่เช่นนี้ทำให้ตวนมู่ชิงถึงกับตกอยู่ในภวังค์ นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่แสดงท่าทีรักใคร่เช่นนี้กับนาง? หนึ่งปี สามปี หรือว่าห้าปี? ตัวนางเองก็ลืมเลือนไปหมดแล้ว
หลงเจ๋ออวี่ไม่ได้รับรู้ถึงท่าทางของตวนมู่ชิงที่แปลกไป เขายังคงรู้สึกโกรธเคืองกับเรื่องราวที่เพิ่งได้รับรู้มา “วันนี้ข้าได้รับพระราชสาส์นสู่ขอจากแคว้นเป่ยโจว หวันเอี๋ยนเลี่ยให้ข้าส่งองค์หญิงไปเสกสมรสด้วย เจ้าก็รู้ว่าอาณาจักรเราไม่มีอำนาจมากพอที่จะต่อสู้เป่ยโจว”
“หวันเอี๋ยนเลี่ยอย่างนั้นหรือ?” ไม่ใช่เรื่องที่ตัวนางเองคิดไว้ ตวนมู่ชิงก็โล่งอกโล่งใจ แต่เมื่อกลับมาคิดอีกที ราชวงศ์ในยามนี้องค์หญิงที่มีอายุเหมาะสมที่จะเสกสมรส ก็มีเพียงแค่หลงเจ๋ออวี่เอ๋อร์ธิดาของนางเองมิใช่หรอกหรือ เช่นนั้นในใจของตวนมู่ชิงก็เริ่มที่จะวิตกกังวลขึ้นมา
เมื่อเห็นคิ้วที่ขมวดแน่นของบุรุษตรงหน้าที่เคียงข้างนางมาสิบกว่าปี ตวนมู่ชิงก็เอ่ยปากขึ้นอย่างระมัดระวัง “ฝ่าบาท พระองค์จะส่งอวี่เอ๋อร์ไปเสกสมรสกับเขาหรือเพคะ? แต่หวันเอี๋ยนเลี่ยอายุเยอะจนจะเป็นบิดานางได้อยู่แล้วนะเพคะ”
“ฮองเฮา มิใช่เช่นนั้น” หลงเจ๋ออวี่โอบกอดตวนมู่ชิงมาไว้ในอ้อมแขน คางที่มีหนวดเคราเล็กน้อยวางอยู่บนศีรษะที่มีผมดกดำของนาง น้ำเสียงก็เปลี่ยนเป็นเศร้าโศก “หวันเอี๋ยนเลี่ยสู่ขอไปให้หนานหลินอ๋องเฟิ่งชาง ข้าได้ข่าวมาว่าสภาพร่างกายของเฟิ่งชางยังคงไม่ดีขึ้น หวันเอี๋ยนเลี่ยจึงอยากจะสานสัมพันธไมตรีโดยการให้เฟิ่งชางเสกสมรสกับองค์หญิงของเรา และเพื่อเป็นการปัดเป่าทุกข์โรคให้เฟิ่งชาง......”
“ไม่นะเพคะ!” แค่ได้ยินว่าเป็นหนานหลินอ๋องเฟิ่งชาง หัวใจของตวนมู่ชิงก็ตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
เรื่องราวต่างๆ ก็เริ่มปะติดปะต่อขึ้นมา ในที่สุดตวนมู่ชิงก็เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าเหตุใดวันนี้จิ้นม่อจึงต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาเจอนาง หรือว่าเขาจะมาดูว่าที่แม่ยายให้กับเจ้านาย? ที่แท้!...ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง!
“ฝ่าบาทเพคะ ไม่ได้นะเพคะ ในใต้หล้ามีใครไม่รู้บ้างว่าหนานหลินอ๋องมีนิสัยโหดเหี้ยมอำมหิต มีดวงกินเมียจนสนมเขาตายไปแล้วแปดคน แล้วตอนนี้หวันเอี๋ยนเลี่ยจะให้อวี่เอ๋อร์ธิดาของเราไปเสกสมรสด้วย เช่นนั้นก็มิใช่เป็นการผลักนางเข้ากองไฟหรอกหรือ?”
แค่คิดถึงคำร่ำลือเกี่ยวกับเฟิ่งชาง ตวนมู่ชิงก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน เขาทั้งกระหายเลือด ทั้งโหดเหี้ยมเย็นชาไร้หัวใจ แล้วจะให้ธิดาของนางเสกสมรสกับปีศาจเช่นเขา ต่อให้นางต้องตายก็ไม่มีทางรับปากเป็นอันขาด
หลงเจ๋ออวี่ไม่ได้แปลกใจกับการตอบสนองของตวนมู่ชิง แต่เขาก็ไม่มีหนทางอื่นให้เลือกอีก กองทัพของเป่ยโจวแข็งแกร่งเสียขนาดนั้น อีกทั้งหนานหลินอ๋องเฟิ่งชางก็เปรียบดั่งเทพเจ้าสงครามที่เก่งกาจในการสงคราม หากทำให้ทางเป่ยโจวโกรธขึ้นมา ถึงเวลานั้นเมื่อเป่ยโจวสั่งกองทัพเข้ามาโจมตี เขาก็แทบไม่อยากจะคิดถึงผลที่ตามมาเลย
“ฮองเฮา ข้าก็ไม่อยากจะทำเช่นนี้ ตั้งแต่สงครามที่ภูเขาเอี้ยนตั้งครั้งนั้น ซีฉีก็ได้สูญเสียทหารกล้าไปกว่าสี่แสนคน ต่อให้ผ่านไปเป็นเวลากว่าสิบห้าปีแล้ว ซีฉีก็เพิ่งจะฟื้นฟูกลับมาได้ แต่ก็ไม่สามารถไปต่อสู้กับเป่ยโจวที่แข็งแกร่งได้......”
เป็นครั้งแรกที่หลงเจ๋ออวี่รู้สึกว่าตัวเองล้มเหลว เขาเป็นพ่อที่ใช้ไม่ได้ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นกับดัก เป็นกองไฟ แต่เขาก็จำเป็นต้องผลักธิดาของตัวเองลงไป เพราะเขามันไร้ความสามารถ ไม่สามารถปฏิเสธหวันเอี๋ยนเลี่ยได้
“ฮองเฮา ข้าผิดต่อเจ้า ผิดต่ออวี่เอ๋อร์......”
“ไม่นะเพคะ!” มีร่างในชุดสีเหลืองอ่อนบุกเข้ามา “เสด็จพ่อ เสด็จแม่ ลูกไม่เสกสมรสกับอ๋องปีศาจ! ลูกไม่ไปเด็ดขาด!”
“อวี่เอ๋อร์......” เมื่อเห็นใบหน้าของธิดาที่เต็มไปด้วยรอยน้ำตา หัวใจของตวนมู่ชิงก็เจ็บปวดจนแทบจะทนไม่ไหว นางขืนตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของหลงเจ๋ออวี่ แล้วดึงหลงเจ๋อหวี่เอ๋อร์เข้ามากอดไว้ “อวี่เอ๋อร์ แม่จะไม่ปล่อยให้เจ้าไปเสกสมรสกับเขา ไม่ให้เจ้าไปปัดเป่าทุกข์โรคให้เขาแน่นอน!”
“เจ้าเลอะเลือนไปแล้วหรือ!” เมื่อหลงเจ๋ออวี่ได้ยินคำพูด “เหลวไหล” ของตวนมู่ชิง ก็เอ่ยปากตำหนิออกมา “เจ้าจะให้ข้าละทิ้งราษฎรของแคว้นซีฉี เพื่ออวี่เอ๋อร์เพียงคนเดียวอย่างนั้นหรือ?”
“เสด็จพ่อ เหตุใดต้องเป็นลูกด้วย?” เมื่อได้ฟังคำพูดของหลงเจ๋ออวี่ หลงเจ๋ออวี่เอ๋อร์ก็ยืนขึ้นทันทีทันใด
“ท่านพ่อสามารถแต่งตั้งบุตรีของขุนนางใหญ่สักคนหนึ่งขึ้นมาเป็นองค์หญิง และให้ไปเสกสมรสกับเขาแทนลูก เมื่อก่อนก็มีตัวอย่างเช่นนี้มิใช่หรือเพคะ เหตุใดเสด็จพ่อจะต้องส่งลูกไปเสกสมรสด้วย? เป่ยโจวก็แค่ต้องการองค์หญิง แต่ก็ไม่ได้ระบุว่าจะต้องเป็นองค์หญิงในราชวงศ์เสียหน่อยนะเพคะ”
คำพูดของหลงเจ๋ออวี่เอ๋อร์ ทำให้หลงเจ๋ออวี่ที่ตกอยู่ในที่นั่งลำบากได้ปลอดโปร่งหัวใจ “ใช่สิ! ทำเช่นนี้ได้! เป็นเพราะข้าร้อนรนจนเกินไปถึงได้ลืมไปเสีย!”
เมื่อได้ฟังที่หลงเจ๋ออวี่พูดมา ตวนมู่ชิงก็รับรู้ได้ว่านี่คือจุดเปลี่ยน นางต้องรีบตีเหล็กตอนร้อน ให้ฮ่องเต้เชื่อมั่นในความคิดนี้
“แล้วจะให้ใครเป็นองค์หญิงดี?” นี่คือคำถามที่อยู่ภายในใจของหลงเจ๋ออวี่ ตวนมู่ชิงก็กำลังคิดถึงเรื่องนี้เช่นกัน การที่จะคัดเลือกสตรีที่เหมาะสมจากสี่ตระกูลใหญ่และราชวงศ์ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ทันใดนั้น ก็มีร่างหนึ่งแวบเข้ามาในความคิดของตวนมู่ชิง มู่หรงชีชีนั่นเอง ตวนมู่ชิงคิดแล้วคิดอีก ในที่สุดนางก็ตัดสินใจที่จะให้มู่หรงชีชีเป็น “ตัวตายตัวแทน”
“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันมีตัวเลือกหนึ่งมาเสนอเพคะ”
ตวนมู่ชิงโบกมือให้หลงเจ๋ออวี่เอ๋อร์ออกไปก่อน ส่วนนางก็มาประทับข้างๆ หลงเจ๋ออวี่ เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่จวนตระกูลตวนมู่ให้เขาได้ฟัง แต่ก็ยังปกปิดเรื่องที่มู่หรงชีชีมอบโอสถครรโภทรให้นาง
“จิ่งเทียนเขียนหนังสือถอนหมั้นแล้วอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อหลงเจ๋ออวี่รับรู้ว่าหลงเจ๋อจิ่งเทียนถอนหมั้นมู่หรงชีชีแล้วเขาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่หลังจากที่แปลกใจ เขาก็เข้าใจว่ามันมีเหตุผลใดที่แอบแฝงอยู่ โอรสของเขาเขาจะไม่เข้าใจได้อย่างไร หลงเจ๋อจิ่งเทียนทะเยอทะยานเสียขนาดนั้น แล้วจะยอมรับสตรีไร้ประโยชน์มาเป็นภรรยาได้หรือ
“ถอนหมั้นแล้วก็ดี แต่มู่หรงชีชีมีแต่ข่าวเสียๆ หายๆ ถ้าให้นางไปเสกสมรส ข้ากลัวว่าฝั่งนั้นจะไม่ยอม”
“ฝ่าบาทเพคะ เราก็สามารถเพิ่มสินสมรสให้นางให้มากหน่อยก็ได้นี่เพคะ อีกอย่างหนทางก็ห่างไกล กว่าเรื่องราวที่นี่จะร่ำลือไปถึงเป่ยโจว งานเสกสมรสก็จบไปแล้ว นางจะมีชีวิตรอดผ่านคืนเข้าหอไปได้หรือไม่ก็ยังไม่รู้เลย”
ตวนมู่ชิงเข้าไปคล้องแขนหลงเจ๋ออวี่ น้ำเสียงดูอ่อนหวานจนน่าแปลกใจ ถึงแม้นางจะพูดออกมาเช่นนั้น แต่ในใจกลับคิดไปอีกเรื่อง
นางแทบจะอดรนทนไม่ไหวที่จะให้ชื่อเสียของมู่หรงชีชีขจรขจายไปทั่ว ให้เฟิ่งชางรู้เร็วๆ ว่านางเป็นม่ายขันหมาก ถึงเวลานั้นถ้าเป่ยโจวไต่ถามมา นางก็สามารถอ้างไปได้ว่าถูกตระกูลมู่หรงลวงหลอก ถึงเวลานั้นหลงเจ๋ออวี่จะปกป้องตระกูลมู่หรงไปจนถึงเมื่อไหร่ พอตระกูลมู่หรงตกต่ำแล้วมาดูกันว่านังสารเลวมู่หรงเสวี่ยเหลียนจะเชิดหน้าชูคออยู่ที่ฝ่ายในได้อีกหรือไม่
ได้ฟังตวนมู่ชิงพูดมาเช่นนี้ หลงเจ๋ออวี่ก็สบายใจ ปัญหาหนักอกของเขาเมื่อครู่กลับได้รับการแก้ไขอย่างง่ายดาย ตอนนี้เขายอมรับคำแนะนำของตวนมู่ชิงโดยสมบูรณ์ “ชิงเอ๋อร์ เจ้าเป็นฮองเฮาคนดีของข้าจริงๆ ค่ำนี้ข้าจะประทับที่นี่เลยแล้วกัน”