[OPINION] วิเคราะห์ความเป็นไปของ ลิเวอร์พูล หลังการขาดหายของ "เฟอร์กิล ฟาน ไดค์"

[OPINION] วิเคราะห์ความเป็นไปของ ลิเวอร์พูล หลังการขาดหายของ "เฟอร์กิล ฟาน ไดค์"

[OPINION] วิเคราะห์ความเป็นไปของ ลิเวอร์พูล หลังการขาดหายของ "เฟอร์กิล ฟาน ไดค์"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เป็นที่ยืนยันโดยเจ้าตัวแล้วว่า เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลัง สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล แห่งศึก ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ จำเป็นที่จะต้องเข้ารับการผ่าตัดจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าหลังถูก จอร์แดน พิคฟอร์ด เข้าอัดในการแข่งขันบนศึก เมอร์ซีย์ไซด์ดาร์บี้ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

แม้จะยังไม่การประกาศอย่างเป็นทางการถึงอาการอย่างละเอียดแต่เป็นที่คาดการณ์ว่า ฟาน ไดค์ มีปัญหาที่เอ็นไขว้หน้าหัวเข่า (ACL) โดยมีความเป็นไปได้สูงที่เซ็นเตอร์แบ็คชาว ดัตช์ อาจจะถึงกับต้องปิดเทอมฤดูกาล 2020/21

ทางเลือกเซ็นเตอร์แบ็คของ หงส์แดงJoe Gomez,Joel MatipJoe Gomez,Joel MatipLeicester City v Liverpool FC - Premier League | James Williamson - AMA/Getty Images

หากกวาดตาไล่ดูกำลังในตำแหน่งเดียวกันของ เร้ดแมชีน ในเวลานี้พวกเขายังมี โจ โกเมซ กับ โจเอล มาติป ปราการหลังธรรมชาติในทีมชุดใหญ่ที่จะสามารถทดแทนการขาดหายของ VVD ได้ในทันที นอกจากนี้ เยอร์เก้น คล็อปป์ ยังมี ฟาบินโญ กองกลาง บราซิเลียน ที่สามารถถอยลงไปประจำการในพื้นที่ดังกล่าวได้เช่นเดียวกันอย่างที่นายใหญ่ หงส์แดง เคยใช้งานมิดฟิลด์รายนี้มาแล้วในแดนหลัง

ขณะที่ในทีมชุดเยาวชน คล็อปป์ เคยดันแข้งอย่าง เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก (ดัตช์ 18 ปี), นาธาเนียล ฟิลลิปส์ (อังกฤษ 23 ปี), บิลลี คูเมติโอ (ฝรั่งเศส 17 ปี) รวมไปถึง รีส วิลเลียมส์ (อังกฤษ 19 ปี)

แม้ โกเมซ และ มาติป จะคุ้นเคยกับ หงส์แดง ของ คล็อปป์ เป็นอย่างดีแต่ทั้ง 2 รายก็มีอาการบาดเจ็บเล่นงานบ่อยครั้งจนไม่สามารถรักษาความสม่ำเสมอไว้ได้ ขณะที่ตัวเลือกสำรองที่เคยมีอย่าง เดยัน ลอฟเรน ก็ได้บอกลาถิ่น แอนฟิลด์ ไปแล้วเรียบร้อยตั้งแต่ ตลาดซื้อขายนักเตะ ซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ความสำคัญของ ฟาน ไดค์ กับ ลิเวอร์พูลVirgil van Dijk, Jurgen KloppVirgil van Dijk, Jurgen KloppLiverpool v Everton - The Emirates FA Cup Third Round | Clive Brunskill/Getty Images

ให้หลังจากการย้ายจาก เซาแธมป์ตัน สู่ ลิเวอร์พูล ด้วยสถิติปราการหลังค่าตัวสูงที่สุดในโลก 75 ล้านปอนด์ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็กลายเป็นคีย์แมนในถิ่น แอนฟิลด์ ได้ในทันทีโดยการขันแนวรับของ หงส์แดง ให้กลายเป็นเต้ยในวงการลูกหนัง ยุโรป

หนึ่งในสถิติที่สามารถเทียบเคียงได้ชัดเจนคือพลพรรค เร้ดแมชีน เคยเสีย 120 ประตูในศึก พรีเมียร์ลีก 96 เกมก่อนหน้าที่ ฟาน ไดค์ จะกลายเป็นสมาชิกใหม่ ให้หลังจากนั้นพวกเขาเสียไปเพียง 78 ประตูในอีก 96 นัดถัดมา ซึ่ง 43 เกมในนั้นเป็นการรักษาคลีนชีทได้สำเร็จ ที่มหัศจรรย์คือเจ้าตัวยังมีสถิติไม่เคยมีคู่แข่งคนใดเลี้ยงบอลผ่านเขาได้เลย 50 เกมติดต่อกันตั้งแต่มีนาคม 2018

ฟาน ไดค์ ยังกลายเป็นอาวุธลับของ หงส์แดง ในการโจมตีทางอากาศเมื่อเขาโหม่งพังประตูให้ทีมบนเวทีลีกสูงสุดแดนผู้ดี 6 ประตูหากนับตั้งแต่การออกสตาร์ทฤดูกาล 2019/20 ที่ผ่านมา มีเพียง โดมินิค คาลเวิร์ต-เลวิน เท่านั้นที่ใช้ศีรษะในการจบสกอร์มากกว่าเจ้าตัว

คาดการณ์ความเป็นไปหลังจากนี้Virgil Van Dijk, Fabio Henrique TavaresVirgil Van Dijk, Fabio Henrique TavaresManchester City v Liverpool FC - Premier League | Visionhaus/Getty Images

มีความเป็นไปได้สูงที่ โจ โกเมซ, โจเอล มาติป และ ฟาบินโญ จะได้สลับกันประสานงานร่วมกันในบทบาทเซ็นเตอร์แบ็คเมื่อผู้เล่นทั้ง 3 รายเป็นเพียงทรัพยากรในตำแหน่งดังกล่าวของทีมชุดใหญ่ที่เหลืออยู่เท่านั้นในเวลานี้

เป็นที่น่าหนักใจกับ เดอะค็อป ไม่น้อยเมื่อทั้ง โกเมซ และ มาติป ได้เคยแสดงให้เห็นจุดบอดในเกมรับให้เห็นมาแล้วยามผีออก โดยเฉพาะกับในรายของ โกเมซ กับฝันร้ายที่ถูก แอสตัน วิลลา ไล่โขยก 7-2 ที่ วิลลา พาร์ค เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

ในระยะสั้น พวกเขาเพิ่งจะได้ อลิสซอน เบ็คเกอร์ หายจากอาการบาดเจ็บกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีม ทว่ายังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามือกาว บราซิเลียน จะสามารถลงเฝ้าเสาได้เมื่อไหร่ ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ ลิเวอร์พูล ตกอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้นไปอีก

ขณะที่หากมองในระยะยาว แม้คู่เซ็นเตอร์แบ็คที่ขาด ฟาน ไดค์ จะทำให้แนวรับของ หงส์แดง ไม่แข็งแกร่งอย่างเคย แต่ไม่มีใครจะสามารถล่วงรู้ได้ว่าท้ายที่สุด ผลกระทบของการขาดหายไปของปราการหลัง ดัตช์แมน จะร้ายแรงถึงขนาดทำให้พวกเขาไม่สามารถป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก เอาไว้ได้หรือไม่

แต่เหล่า เดอะค็อป ก็ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วเวลานี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook