Facebook จะเริ่มหยุดละเมิดความเป็นส่วนตัวจากการใช้เบอร์โทรศัพท์แนะนำให้เพิ่มเพื่อนใหม่

Facebook จะเริ่มหยุดละเมิดความเป็นส่วนตัวจากการใช้เบอร์โทรศัพท์แนะนำให้เพิ่มเพื่อนใหม่

Facebook จะเริ่มหยุดละเมิดความเป็นส่วนตัวจากการใช้เบอร์โทรศัพท์แนะนำให้เพิ่มเพื่อนใหม่
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

สืบเนื่องจากกรกฎาคมที่ผ่านมา FTC (Federal Trade Commission) หรือ คณะกรรมาธิการการค้าของรัฐบาลกลางสหรัฐ ที่มีกฎหมายสำหรับควบคุมดูแลธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น ดูแลการปฏิบัติงาน การโฆษณา การตลาดของธุรกิจ และคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของลูกค้า ได้ลงโทษ Facebook ที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ด้วยค่าปรับ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐ และ Facebook จะต้องควบคุมดูแลความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ไม่ให้ถูกละเมิดอีก

Facebook มีระบบยืนยันตัวตน 2 ขั้น (Two-step verification) คือ หลังจากขั้นแรกที่ผู้ใช้ล็อกอินด้วยรหัสผ่านแล้วระบบจะส่งรหัส OTP ไปทาง SMS บนโทรศัพท์มือถือให้ยืนยันบนหน้าแอปอีกขั้น เพื่อป้องกันการแฮ็กบัญชี Facebook ให้ยากขึ้น เพราะถึงแม้จะรู้รหัสผ่านของบัญชีแต่ก็ไม่สามารถเข้าไปดูรหัส OTP ใน SMS ที่โทรศัพท์มือถือได้

ในปี 2018 Facebook เปิดเผยว่าได้นำหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ใช้กำหนดค่าในระบบการยืนยันตัวตน 2 ขั้นไปใช้กำหนดเป้าหมายในการโฆษณาและยังนำไปใช้กับฟีเจอร์แนะนำเพื่อนใหม่ที่อาจจะรู้จัก ซึ่งการทำเช่นนี้นอกจากจะแอบเอาข้อมูลไปใช้แล้วยังทำลายความน่าเชื่อถือของระบบยืนยันตัวตน 2 ขั้นอีกด้วย

ต่อมาเดือนมิถุนายน 2019 Facebook ได้หยุดใช้หมายเลขโทรศัพท์ของสมาชิกจากระบบยืนยันตัวตน 2 ขั้นไปใช้ในการโฆษณาที่ละเมิดความเป็นส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว

และล่าสุดได้ออกมาเปิดเผยอีกว่าอีกไม่กี่วันถัดไปจะหยุดนำหมายเลขโทรศัพท์ไปใช้กับฟีเจอร์แนะนำเพื่อนในประเทศกัมพูชา เอกวาดอร์ เอธิโอเปีย ลิเบีย และปากีสถาน รวมทั้งจะหยุดใช้ทั่วโลกในปี 2020

ปกติ Facebook จะสามารถเข้าถึงและเก็บข้อมูลการติดต่อพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่อยู่ในสมาร์ตโฟนของผู้ใช้ จากนั้นเมื่อบุคคลใดเข้าไปกำหนดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อยืนยันตัวตน บุคคลนั้นก็จะถูกเชื่อมโยงความสัมพันธ์กับข้อมูลการติดต่อที่เคยจัดเก็บไว้ แล้วจึงแนะนำให้เป็นเพื่อนกัน

แต่โดยพื้นฐานของฟีเจอร์การแนะนำเพื่อนที่ควรจะเป็นต้องดูความสัมพันธ์จากการมีเพื่อนคนเดียวกันซึ่งมีแนวโน้มว่าจะรู้จักกัน ถูกแท็กชื่ออยู่ในภาพเดียวกัน และอยู่ในกลุ่มหรือเครือข่ายเดียวกัน เช่น อยู่ในเพจของคณะ มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงานเดียวกัน

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของ Facebook ก็ขอเป็นกำลังใจให้สามารถสร้างความน่าเชื่อถือในการรักษาความเป็นส่วนตัวของสมาชิกกลับคืนมา เพื่อเราจะได้เห็นนวัตกรรมและความก้าวหน้าในรูปแบบใหม่ ๆ โดยจะไม่ถูกปิดกั้นหรือตรวจสอบจนหมดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook