หมอไม่กล้าใช้! เปิด 4 ของใช้ในบ้าน ที่ควร "โยนทิ้ง" เสี่ยงมะเร็ง-ทำลายปอด-ฮอร์โมนพัง
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//s.isanook.com/ns/0/ud/1972/9862506/newnewnewnewnewnewnew-thumbna_1.jpgหมอไม่กล้าใช้! เปิด 4 ของใช้ในบ้าน ที่ควร "โยนทิ้ง" เสี่ยงมะเร็ง-ทำลายปอด-ฮอร์โมนพัง

หมอไม่กล้าใช้! เปิด 4 ของใช้ในบ้าน ที่ควร "โยนทิ้ง" เสี่ยงมะเร็ง-ทำลายปอด-ฮอร์โมนพัง

แชร์เรื่องนี้

หมอชะลอวัยเตือน! 4 สิ่งอันตรายในบ้านที่ควร "โยนทิ้งทันที" ถ้าไม่อยากป่วยระยะยาว

"บ้าน" พื้นที่ที่เราคิดว่าปลอดภัยที่สุด อาจซ่อนภัยเงียบที่ทำลายสุขภาพเราอยู่โดยไม่รู้ตัว!

เมื่อเร็วๆ นี้ นพ.เชน เคดดี (Dr. Shayne Keddy) แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (Longevity Doctor) จาก Valor Wellness ได้ออกมาเตือนผ่าน TikTok ถึง "4 สิ่งของสามัญประจำบ้าน" ที่เขาแนะนำให้กำจัดทิ้งทันที หากคุณยังแคร์เรื่องฮอร์โมน การนอนหลับ และสุขภาพในระยะยาว เพราะสิ่งเหล่านี้อาจกำลังบ่อนทำลายร่างกายคุณจากภายในสู่ภายนอก

1. ถุงป๊อปคอร์นไมโครเวฟ (Microwave popcorn bags)

หลายคนอาจตกใจ เพราะป๊อปคอร์นดูเหมือนจะเป็นขนมที่ดีกว่ามันฝรั่งทอด แต่คุณหมอเตือนว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ข้าวโพด แต่อยู่ที่ "ถุง" ซึ่งมักเคลือบด้วยสารเคมีที่เรียกว่า PFAS หรือที่รู้จักกันในชื่อ "สารเคมีอมตะ" (Forever Chemicals)

สารกลุ่มนี้ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ และเมื่อถุงป๊อปคอร์นโดนความร้อน สารเคมีเหล่านี้จะซึมเข้าสู่ขนมและเข้าสู่ร่างกายเราในที่สุด มีงานวิจัยพบว่าคนที่กินป๊อปคอร์นไมโครเวฟทุกวันเป็นเวลา 1 ปี มีระดับ PFAS ในร่างกายสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 63% ซึ่งสารนี้เชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพมากมาย เช่น คอเลสเตอรอลสูง, ภูมิคุ้มกันต่ำ, ฮอร์โมนไม่สมดุล, ภาวะมีบุตรยาก และมะเร็งบางชนิด

คำแนะนำ: เปลี่ยนมาใช้เครื่องคั่วลมร้อน หรือทำแบบดั้งเดิมบนเตาแก๊สโดยใช้น้ำมันมะพร้าวและเกลือทะเลแทน ปลอดภัยและอร่อยเหมือนกัน

2. เทียนหอม (Scented candles)

ของโปรดสายผ่อนคลาย แต่หมอบอกว่า "คนส่วนใหญ่คิดว่ามันไม่อันตราย" หารู้ไม่ว่าเวลาจุดเทียนหอม มันจะปล่อยสารเคมีอย่าง เบนซีน (Benzene) และ ฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ออกมา ซึ่งเป็นสารพิษต่อระบบทางเดินหายใจ

  • เบนซีน: เป็นสารก่อมะเร็งที่ทราบกันดี เชื่อมโยงกับมะเร็งเม็ดเลือดขาว
  • ฟอร์มาลดีไฮด์: ทำให้ระคายเคืองตา จมูก คอ และผิวหนัง

งานวิจัยชี้ว่าการจุดเทียนหอมทำให้คุณภาพอากาศในบ้านแย่ลง แม้ปริมาณสารพิษอาจจะไม่สูงมากจนเห็นผลทันที แต่คุณหมอแนะนำว่า "กันไว้ดีกว่าแก้" การเลิกใช้ไปเลยคือทางเลือกที่ดีที่สุดต่อปอดของคุณ

3. น้ำหอมปรับอากาศ (Air fresheners)

ไม่ว่าจะเป็นแบบเสียบปลั๊ก แบบสเปรย์ หรือน้ำหอมติดรถยนต์ สิ่งเหล่านี้พ่น "สารเคมีสังเคราะห์" ออกมาปะปนในอากาศ ซึ่งสารบางชนิดถูกแบนในต่างประเทศแล้ว แต่ยังคงใช้ในบางพื้นที่

ตัวอย่างเช่นสาร Lilial (ถูกแบนใน EU เพราะเป็นพิษต่อระบบสืบพันธุ์) หรือสารแต่งกลิ่นสังเคราะห์ HICC (อาจกระตุ้นภูมิแพ้ผิวหนัง) การสูดดมสารเหล่านี้แม้เพียงเล็กน้อย อาจกระตุ้นให้เกิดไมเกรน หอบหืด ปัญหาการหายใจ และการระคายเคืองต่างๆ ที่น่ากลัวคือผู้ผลิตมักไม่ต้องระบุส่วนผสมทั้งหมด ทำให้บ้านคุณอาจจะหอมสดชื่น แต่อากาศเต็มไปด้วยสารพิษ

4. หลอดไฟ LED แสงขาว/ฟ้า ในตอนกลางคืน (Cool-toned light bulbs)

ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องสารพิษ แต่เป็นเรื่องของ "นาฬิกาชีวิต" (Circadian rhythm)

แสงไฟโทนเย็น (Cool-toned) หรือแสงสีฟ้าจากหลอดไฟ LED จะหลอกสมองของคุณว่า "นี่ยังเป็นเวลากลางวัน" ส่งผลให้ร่างกายยับยั้งการหลั่ง เมลาโทนิน (ฮอร์โมนที่ช่วยให้นอนหลับ) มีการศึกษาพบว่าแสงสีฟ้ากดการทำงานของเมลาโทนินได้นานกว่าแสงสีอื่นถึง 2 เท่า

ผลเสียไม่ใช่แค่ทำให้นอนไม่หลับหรืองัวเงีย แต่การได้รับแสงสีฟ้าเรื้อรังยังเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคเบาหวานประเภท 2, โรคหัวใจ, โรคอ้วน และมะเร็งบางชนิด

คำแนะนำ: ในช่วงเวลากลางคืน ควรเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟโทนอุ่น (Warm tone หรือแสงสีส้ม) เพื่อให้ร่างกายเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล :valorwellness,nypost