อดีตผอ. YG ยกย่อง “ลิซ่า BLACKPINK-มาร์ค NCT” เป็นสุดยอดศิลปินแห่งอนาคต K-POP

อดีตผอ. YG ยกย่อง “ลิซ่า BLACKPINK-มาร์ค NCT” เป็นสุดยอดศิลปินแห่งอนาคต K-POP

ไม่ใช่เรื่องที่จะเห็นกันได้บ่อยๆ เมื่อคุณชินซงจิน (Shin Seong Jin) หรือ SINXITY อดีตผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ (Former Creative Director) ของค่ายเพลง YG Entertainment กล่าวชื่นชมยาวเหยียดในโพสต์ Instagram ส่วนตัวของเธอเอาไว้ว่า ลิซ่า BLACKPINK และ มาร์ค NCT เป็นสุดยอดศิลปินของยุคนี้ และจะเป็นศิลปินที่จะเป็นอนาคตของวงการ K-POP

 

โดยเธอกล่าวว่าถึงลิซ่าว่า “จากศิลปินทั้งหมดในวงการเพลงตอนนี้ ลิซ่าเป็นศิลปินไอดอลที่ดีที่สุดของยุคนี้ เธอเป็นความฝันของโปรดิวเซอร์ทุกคน มีพร้อมทั้งพรสวรรค์ ความสามารถ เสน่ห์ ความพยายาม บุคลิกภาพ ศีลธรรมที่ดี ทุกอย่างดีแทบจะ 100% เมื่อไรก็ตามที่เธออยู่บนเวที เธอจะเปลี่ยนเวทีนั้นให้กลายเป็นการแสดงเดี่ยวของเธอไปเลยทันที”

นอกจากนี้คุณชินซงจิน ยังกล่าวถึงช่วงที่ลิซ่าเป็นเด็กฝึกหัดในค่าย YG เอาไว้ด้วยว่า “ช่วงที่เธอเป็นเด็กฝึกหัด ไม่มีใครหาข้อติในการแสดงประเมินผลประจำเดือนของเธอได้เลย ทุกคนล้วนแล้วแต่ชื่นชมการแสดงของเธอ”

“เธอเติบโตขึ้นอย่างกล้าหาญ และสวยงาม ทั้งๆ ที่จากบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองมาใช้ชีวิตโดยลำพังคนเดียวในโซลตั้งแต่อายุยังน้อย”

“แม้ว่าเธอจะเกิดมาพร้อมพรสวรรค์ แต่คุณก็ยังเห็นความพยายามของเธออยู่เสมอ”

“จากศิลปิน K-POP ทั้งหมด ลิซ่ามียอดผู้ติดตาม (ใน Instagram) มากที่สุดก็จริง แต่หลายคนก็พูดว่าเธอถูกประเมินค่าต่ำเกินไป แต่ฉันก็ยังคิดว่ามันมีข้อดีอยู่ เธอยังไม่มีอัลบั้มเดี่ยวของตัวเองเลยด้วยซ้ำ เหมือน YG ถูกรางวัลลอตเตอรี่แต่ยังไม่ได้ไปขึ้นเงินที่ธนาคาร (มีของดีอยู่กับตัวแต่ยังไม่ได้ใช้ให้เต็มที่) แค่ลิซ่าคนเดียว ฉันคิดว่าเธอทำเงินให้ YG ได้มากกว่า 10 ล้านล้านวอน เลยทีเดียว” (เกือบ 268 พันล้านบาท)

สำหรับลิซ่า BLACKPINK เราทราบกันดีว่าเป็นเด็กไทยคนแรกที่สามารถเข้าไปเดบิวต์เป็นศิลปินของค่าย YG ได้จนถึงตอนนี้ นอกจากพรสวรรค์ทางด้านการเต้นที่โดดเด่นอย่างที่ใครๆ ก็ทราบดี จนบรรดาครูฝึกชมว่าเต้นได้ดีกว่าตัวเอง และตอนนี้ได้เชิญให้เป็นเมนเทอร์ในรายการเรียลลิตี้เฟ้นหาไอดอลของประเทศจีนอย่าง Youth with You เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังเป็นคนที่มีความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นถ่ายแบบ ที่เธอเป็นนางแบบให้กับแบรนด์เสื้อผ้าตั้งแต่ยังเป็นเด็กฝึกหัด พรีเซนเตอร์เครื่องสำอาง และสินค้าต่างๆ ถ่ายแบบให้กับนิตยสาร และร่วมงานกับดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้ร้องเพลงให้ได้ฟังกันชัดๆ บ่อยๆ เพราะเธออยู่ตำแหน่งแร็ปเปอร์ และแดนเซอร์ประจำวง แต่จากคำกล่าวถึงของเพื่อนร่วมวงอย่าง เจนนี่ ที่เธอระบุว่า ลิซ่าได้รับคำประเมินระดับ A แทบจะทุกคลาสไม่ว่าจะร้อง เต้น แร็ป และอื่นๆ เท่านี้ก็ยืนยันถึงความสามารถรอบด้านของลิซ่าได้เป็นอย่างดี

มาถึงทางด้าน มาร์ค สมาชิกของวง NCT ของค่าย SM Entertainment ที่อดีตผอ. ฝ่ายสร้างสรรค์ของ YG พูดถึงศิลปินข้ามค่ายออกมาได้อย่างชัดเจน และน่าสนใจว่า “ฉันคิดว่ามาร์คยิ่งเป็นศิลปินที่ถูกประเมินค่าต่ำเกินไปยิ่งกว่าลิซ่าเสียอีก เขาอยู่ในทุกยูนิตของ NCT และต้องเปลี่ยนสไตล์ตามคอนเซ็ปต์มากมายซึ่งหลายครั้งก็ไม่ได้เหมาะกับเขา แต่แฟนคลับอาจมองว่านี่เป็นความโชคดีของเขาก็ได้ ช่วยประเมินค่ามาร์คให้สูงกว่าเดิมสัก 7 เท่าเถอะ SM ความคิดสร้างสรรค์ และความเท่มันอยู่ในดีเอ็นเอ และสัญชาตญาณของเขาอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่ใช่ท่อนร้องของเขา เขาก็ยังดึงดูดสายตาของเราได้ทุกวินาที ทุกจังหวะ ทุกการเคลื่อนไหว อย่าให้เขาทดลองทำอะไรแปลกๆ เกินไปหน่อยเลย”

สำหรับมาร์ค NCT ฉายแววความเป็นเป็นศิลปินที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่อายุยังน้อย เขาได้เดบิวต์เป็นศิลปินตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลาย และแม้จะเรียกโรงเรียนที่ฝึกการเป็นศิลปินโดยเฉพาะ และมีความชำนาญ และความสนใจในการเต้นเป็นหลัก แต่เขากลับมีความสามารถอันโดดเด่นทางด้านการแร็ปชนิดที่ใครๆ ก็จำเสียง และวิธีการแร็ปของมาร์คตั้งแต่ฟังเสียงของเขาครั้งแรก ยิ่งได้พิสูจน์ความสามารถต่อหน้าศิลปินสายแร็ปในรายการ High School Rapper ที่ลบคำสบประมาทของการเป็นศิลปินไอดอลไปได้อย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้เขายังได้เดบิวต์เป็นกลุ่มแรกของ NCT ในยูนิต NCT U ร่วมกับพี่ๆ ในวงในขณะที่เขาอายุเพียง 17 ปี (อายุสากล) และยังได้รับโอกาสในการทำงานในแทบจะทุกยูนิตของ NCT ไม่ว่าจะเป็น NCT 127, NCT DREAM และล่าสุดกับซูเปอร์กรุ๊ปอย่าง Super M อีกด้วย

คุณชินซงจิน กล่าวต่อว่า “เมื่อฉันเห็นมาร์ค หรือลิซ่า ฉันมีความรู้สึกหลายอย่าง พวกเขาสามารถแสดงออกทางการเคลื่อนไหว ทั้งร้องทั้งเต้นได้ตามคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยม แต่ถึงแม้จะมีช่วงที่ไม่ใช่เวลาของพวกเขาที่ได้เปล่งประกาย ฉันก็ยังรู้สึกถึงความตั้งใจของพวกเขา เมื่อลงจากเวที พวกเขาเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แต่ก็ยังมีออร่าของการเป็นศิลปินอันยอดเยี่ยมอยู่เหมือนเดิม”

“อนาคตของวงการ K-POP ขึ้นอยู่กับทั้งสองคนนี้ และฉันคิดว่าอาจจะมีสักวันที่เราจะได้เห็นพวกเขาอยู่บนเวที Superbowl ด้วยก็ได้”