นางไม่ได้กลับมาให้อภัย แต่กลับมาชำระแค้น: ตอนที่ 4 ตอนที่ 4
หลินซูพยักหน้า ก้าวเท้าเดินไปยังเรือนหย่งโซ่วของท่านย่า
เวลาผ่านไปสามปี จวนกั๋วกงเปลี่ยนแปลงไปไม่น้อย
หลินซูหยุดยืนที่ริมสระน้ำ สีหน้าครุ่นคิด "ดอกบัวที่นี่หายไปไหนหมด?"
"คุณหนูห้าบอกว่าช่วงฤดูร้อนสระน้ำมียุงชุม ซื่อจื่อจึงสั่งให้คนถอนออกไปเจ้าค่ะ"
หลินหลางอีกแล้ว
หลินซูรู้สึกปวดแปลบในอก
ตอนที่นางเพิ่งมาอยู่ในจวน ต้องคอยระมัดระวังพยายามเอาใจทุกคน
ดอกบัวเหล่านั้นเป็นนางปลูกด้วยตนเอง บอกว่ารอให้ดอกบัวโตก่อนแล้วจะนำไปกลั่นเป็นสุราให้หลินจิ่นซูดื่ม
หลินจิ่นซูยังหยอกล้อนางว่า "เจ้าเป็นน้องสาวข้า ไม่จำเป็นต้องทำสิ่งเหล่านี้หรอก แต่ถ้าเจ้าชอบ พี่ใหญ่ก็จะช่วยปลูกเป็นเพื่อนเจ้าแล้วกัน"
ซื่อจื่อผู้สูงศักดิ์เช่นเขา กลับยอมเปื้อนโคลนเต็มตัวเพื่อน้องสาวเช่นนาง
ตอนนั้นหลินซูคิดว่า ตนเองได้รู้รสชาติของการถูกทะนุถนอมเสียที
แต่ดูเหมือนว่า ความดีที่พวกเขามอบให้นางยังไม่ถึงหนึ่งหรือสองในสิบส่วนที่มอบให้หลินหลางด้วยซ้ำ
เมื่อมาถึงเรือนของท่านย่า
ในห้องก็มีผู้คนนั่งอยู่เต็มแล้ว
เสิ่นฮูหยินมองไปที่หลินซูผู้ยืนอยู่หน้าประตู ก่อนขมวดคิ้วมุ่น
ทำไมเสื้อผ้าถึงได้ดูหลวมโพรกเช่นนี้?
นางยังไม่ทันเอ่ยปาก หลินจิ่นซูก็ก้าวมาข้างหน้าบดบังสายตาท่านย่าเอาไว้
"หลินซู! นี่เจ้าตั้งใจใช่หรือไม่? เวลาสามปียังไม่อาจทำให้เจ้าเรียนรู้ที่จะเข้าใจเรื่องราวได้เลย เจ้ายังคงทำตัวเจ้าเล่ห์เช่นนี้อีกหรือ? ช่างน่าผิดหวังเสียจริง!"
"บอกให้เจ้าแต่งตัวให้เรียบร้อยก่อนมาพบท่านย่าไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงแต่งตัวเช่นนี้?" เขาชักสีหน้าไม่พอใจ พูดพร้อมกับแผ่บารมีของรองเสนาบดีกรมอาญาออกมาโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มขมวดคิ้วนิ่วหน้า กล่าวราวกับกำลังสอบสวนนักโทษ "หากเจ้ามีความไม่พอใจใดก็ระบายมาที่ข้าเถิด ไยต้องแสดงละครต่อหน้าท่านย่า จงใจเรียกร้องความสงสารจากท่าน เจ้าอยากให้พวกเราโกรธจนอกแตกตายหรือไร?"
หลินซูรู้สึกเพียงแต่ขบขัน
นางเลิกคิ้ว คลี่ยิ้มเย็นชา "อาภรณ์ชุดนี้เสิ่นฮูหยินเป็นผู้เตรียมให้ หากข้าไม่สวมชุดนี้ หรือข้าควรสวมชุดเก่านั้นมาพบท่านย่าดีเล่า?"
หลินจิ่นซูถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ หลินซูเรียกมารดาว่าฮูหยิน
เขาเพิ่งนึกได้ว่า ตั้งแต่กลับจวนมา หลินซูก็ไม่เคยเรียกเขาว่าพี่ใหญ่เหมือนกัน
ใจหายวาบ คำถามติดค้างอยู่ในลำคอทันที
ใบหน้าของหลินจิ่นซูฉายแววสงสัย ในใจมีเสียงหนึ่งถามไม่หยุด
ผ่านไปแค่สามปีเท่านั้น เหตุใดนางจึงซูบผอมถึงเพียงนี้?
เสิ่นฮูหยินรีบกล่าว "นี่เป็นความเผลอเรอของข้าเอง เจ้าไม่จำเป็นต้องตำหนิซูเอ๋อร์"
หลินจิ่นซูพลันถอยหลังหนึ่งก้าว เบี่ยงตัวเปิดทางให้หลินซูเดินเข้ามา
ท่านย่ากำลังจ้องมองมาด้วยใจจดจ่อ
"เร็ว รีบเข้ามาให้ย่าดูชัดๆ หน่อย"
หลินซูรู้สึกอยากร้องไห้ยามมองแววตาอันกระวนกระวายของท่านยา จึงก้าวเข้าไปปล่อยให้ท่านย่าจับนางสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า
"เหตุใดถึงผ่ายผอมเช่นนี้?"
ท่านย่าโอบหลินซูไว้ในอ้อมแขน กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า "เด็กน้อยที่น่าสงสาร เจ้าต้องทนทุกข์มากแล้ว ทั้งหมดล้วนเป็นความผิดของย่าที่แก่เกินไป ปกป้องเจ้าไม่ได้ ย่าช่างไร้ประโยชน์"
หลินซูทราบดีถึงเรื่องในอดีต
ท่านย่าถึงกับขัดใจทุกคนในครอบครัวเพื่อนาง
ร่างกายที่เจ็บป่วยอยู่แล้วยังทนมาได้จนถึงวันนี้ นับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ
หากไม่ใช่เพราะราชวงศ์นี้ให้ความสำคัญกับความกตัญญู คงจะ...
นางกอดหญิงชรา ร้องเรียกเสียงสะอื้นว่า "ท่านย่า"
เสียงเรียกท่านย่านี้ ทำให้หญิงชราร้องไห้จนน้ำตาไหลอาบแก้ม
เสิ่นฮูหยินมองดูอยู่ด้านข้าง รู้สึกขัดใจอยู่บ้าง
หลินซูตั้งแต่กลับมาจนถึงตอนนี้ยังไม่เคยเรียกนางว่ามารดาแม้แต่ครั้งเดียว
เสิ่นฮูหยินยกผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา
หลินหลางเห็นเข้า จึงค่อยๆ โอบกอดนาง "ท่านแม่ อย่าเศร้าใจเลย พี่หญิงก็กลับมาแล้วไม่ใช่หรือ"
เสิ่นฮูหยินรู้สึกพอใจยิ่งนักเมื่อเห็นท่าทางว่านอนสอนง่ายของบุตรสาวคนนี้
นางพยักหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำ
ยังดีที่หลินหลางเข้าใจโลก
นางยกยิ้มมุมปาก
แต่ลมหายใจถัดมา กลับยิ้มไม่ออกแล้ว
เมื่อได้ยินท่านย่าถามเสียงสั่น "เกิดอะไรขึ้น?"
บนนิ้วมือที่เคยบอบบางของหลินซูเต็มไปด้วยรอยแผล ทั้งสีดำสีม่วงปะปนกัน
เมื่อเลิกแขนเสื้อขึ้น บนแขนยังมีรอยแผลจากคมมีดและรอยไฟลวก
ท่านย่าทนมองต่อไปไม่ไหวแล้ว
"ไม่ใช่ไปใช้แรงงานในค่ายทหารหรอกหรือ ทำไมถึงบาดเจ็บขนาดนี้?"
เสิ่นฮูหยินก็มีสีหน้าตกใจเช่นกัน "แผลเหล่านี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร?"
หลังพบเจอกับใบหน้าที่แสดงความห่วงใยของหลายคน หลินซูก็ซ่อนเร้นความเฉยชาในดวงตา กล่าวเสียงเบา "ย่อมเป็นผู้ดูแลในค่ายทหารที่ทำร้ายข้า..."
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน หลินซูยิ้มมุมปากราวเย้ยหยัน "ข้าไปใช้แรงงาน ไม่ใช่ไปทำตัวเป็นคุณหนูขุนนาง ถูกทำร้ายบ้างย่อมเป็นเรื่องปกติ"
คำพูดต่อจากนั้นหลินซูไม่ได้กล่าวออกมา
เพียงกล่าวถึงหนึ่งหรือสองเรื่อง นางก็รู้สึกขยะแขยงแล้ว
แต่ในใจของทุกคนกลับเกิดเป็นคลื่นใหญ่ หลินซูถูกทำร้ายมาตลอดเวลาสามปี
ไม่ทราบนางผ่านช่วงเวลาเช่นนั้นมาได้อย่างไร?
มือของท่านย่าที่จับมือหลินซูอยู่พลันสั่นเทาเล็กน้อย "พวกเขากล้าดีอย่างไร กล้าทำได้อย่างไร เจ้าเป็นถึงคุณหนูตระกูลหลักของจวนกั๋วกงของข้านะ! อีกทั้งค่ายทหารก็อยู่ภายใต้การดูแลของคู่หมั้นเจ้า ไฉนจึงมีคนกล้ารังแกเจ้าได้?"
รอยยิ้มของหลินซูเด่นชัดขึ้น ยิ่งแสดงถึงการเย้ยหยัน
"ย่อมเป็นเพราะมีคนสั่งการ..."
หลินจิ่นซูฟังแล้วโกรธจัด กัดฟันกล่าว "เจ้านี่มันไม่ได้เรื่องโดยแท้ ถูกรังแกขนาดนี้ ยังไม่รู้จักตอบโต้กลับอีกรึ?"
หลินซูตอบอย่างไร้อารมณ์ "ซื่อจื่อคิดว่าเมื่อเข้าไปในสถานที่เช่นนั้น ข้ายังมีสิทธิ์พูดคำใดอีกหรือ? เมื่อเรียนรู้ที่จะฉลาดขึ้น เชื่อฟังมากขึ้น ก็จะทนทุกข์น้อยลง"
"นี่ไม่ใช่สิ่งที่ซื่อจื่อต้องการหรอกหรือ? บัดนี้ข้าฉลาดขึ้นแล้ว เชื่อฟังแล้ว ซื่อจื่อควรดีใจสิ"