หลังถูกเปลี่ยนคู่ครอง ข้าหันมาแทะเมล็ดดูละคร: ตอนที่ 7 ความโปรดปรานแต่เพียงผู้เดียวและเกียรติยศล้วนเป็นของนาง! ตอนที่ 7
รอยยิ้มของอวี๋ฮูหยินแข็งค้างไปเล็กน้อย แต่ในไม่ช้าก็เอ่ยออกมาหน้าตาเฉยว่า “พอดีในตระกูลมีเรื่องด่วนเกิดขึ้นนิดหน่อย พวกเขาไปจัดการสักครู่ เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
อวี๋จืออี้แสดงสีหน้าราวกับเพิ่งเข้าใจกระจ่าง “ต้องการให้จื่อเหิงช่วยเหลือหรือไม่เจ้าคะ?”
อวี๋ฮูหยินส่ายหน้า “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก...”
ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น ท่านเจ้ากรมอวี๋และบุตรชายทั้งห้าสกุลอวี๋ก็มาถึงพอดี
อวี๋ฮูหยินก้าวเข้าไปหา “เรื่องในตระกูลจัดการเรียบร้อยแล้วหรือเจ้าคะ?”
ท่านเจ้ากรมอวี๋เข้าใจความหมาย “จัดการเรียบร้อยแล้ว”
แล้วมองไปยังตู้จื่อเหิง “ลูกเขย อี้เอ๋อร์ พ่อก็ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องด่วนขึ้นมา พวกเจ้าอย่าได้เก็บไปใส่ใจเลย!”
ตู้จื่อเหิงยิ้มแต่หน้าไม่ยิ้ม “ไม่มีใครอยากให้ในตระกูลเกิดเรื่องขึ้นหรอก แล้วข้าจะโทษท่านพ่อตาได้อย่างไรเล่า?”
หากฟังตามตรงก็คือความหมายว่าไม่โทษ แต่หากฟังกลับกัน ก็ใช่ว่าจะตีความไปอีกอย่างไม่ได้
ท่านเจ้ากรมอวี๋ไม่กลัวจะถูกบรรพบุรุษเคียดแค้นถึงขั้นเอาตระกูลอวี๋ของตนมาโกหกแล้ว แล้วเขาจะหน้าด้านเซ้าซี้ต่อไปได้อย่างไร
ท่านเจ้ากรมอวี๋ไม่รู้ว่าฟังคำเสียดสีนั้นออกหรือไม่ เอาแต่หัวเราะเหอะๆ พลางเชิญคนทั้งสองเข้าจวนไป
ที่นั่งสำหรับบุรุษและสตรีถูกแยกออกจากกัน
ฝั่งที่นั่งบุรุษพูดคุยหัวเราะกันอย่างครื้นเครง กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งล้อมรอบตู้จื่อเหิง คอยรินสุราและเอ่ยคำยกยอปอปั้น
ส่วนฝั่งที่นั่งสตรี อวี๋จืออี้นั่งอย่างสง่างาม ชุดสีแดงงดงามหรูหราที่สวมใส่อยู่เปล่งประกายเจิดจรัส ทุกคนต่างลืมเรื่องเหลวไหลที่อวี๋เจียวเจียวเพิ่งพูดไปเมื่อครู่จนหมดสิ้น
คุณชายตู้ยอมมอบเสื้อผ้าราคาแพงเช่นนี้ให้อวี๋จืออี้แล้ว แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรว่าจะไม่รักนาง?
อวี๋เจียวเจียวเกือบจะถูกรัศมีของอวี๋จืออี้แผดเผาดวงตา นางออกแรงมากเสียจนเกือบจะจิกฝ่ามือตนเองจนทะลุ
หลังอาหารมื้อนั้นสิ้นสุดลง อวี๋เจียวเจียวก็ดักอวี๋จืออี้ไว้ที่ปลายสุดของระเบียงทางเดินอันไร้ผู้คน “นังตัวปลอม เจ้าใช้ลูกไม้อันใดกันแน่ ถึงได้หลอกล่อให้ตู้จื่อเหิงยอมมาส่งเจ้ากลับเยี่ยมเรือนได้?”
อวี๋จืออี้ทำหน้าฉงน “วันกลับเยี่ยมเรือน เจ้าบ่าวตามเจ้าสาวกลับบ้านเดิมของเจ้าสาว ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องตามหลักฟ้าดินหรอกหรือ?”
อวี๋เจียวเจียวรู้สึกราวกับมีลูกศรปักกลางอก
ถูกต้องตามหลักฟ้าดินบ้านเจ้าสิ!
ตู้จื่อเหิงไอ้ผู้ชายชั่วนั่น ชาติก่อนไม่ได้ตามนางกลับมาด้วยชัดๆ!
ไม่เพียงแต่ไม่ตามนางกลับมา ยังปล่อยให้นังแพศยาโหยวปิงเย่ว์นั่นทำร้ายนางจนบาดเจ็บ วางยาพิษชนิดที่หากไม่กินยาถอนพิษก็จะตายให้นางอีก!
ทำให้นางไม่กล้าปรากฏตัวต่อหน้าผู้คนอีกเป็นเวลานาน ทั้งยังไม่กล้าไปหานังแพศยานั่นซึ่งๆ หน้าอีก
อวี๋จืออี้มองสีหน้าสงสัยในชีวิตของอวี๋เจียวเจียว พลางหัวเราะเบาๆ ในใจ
นางเพียงแค่บอกว่าถูกต้องตามหลักฟ้าดิน แต่ไม่ได้บอกว่านางไม่ได้ใช้ลูกไม้อะไร
อวี๋เจียวเจียวคิดไปเอง โทษนางไม่ได้
อวี๋เจียวเจียวเพิ่งจะสงบสติอารมณ์ลงได้ด้วยความยากลำบาก มองใบหน้าที่ดึงดูดภมรของอวี๋จืออี้ ในแววตาก็ฉายประกายความอิจฉาริษยาออกมาวูบหนึ่ง
ตู้จื่อเหิงต้องหลงใหลในความงามของนังตัวปลอมนี่ ถึงได้ถูกนางยั่วยวนไป
อะไรกันที่บอกว่าหากไม่ใช่โหยวปิงเย่ว์ก็ไม่เอา ไอ้คนสารเลวสองใจ!
เมื่อเห็นอวี๋จืออี้ยิ้มอย่างอ่อนหวานและมีความสุข นางก็แค่นเสียงหัวเราะ “เจ้าคิดว่าตู้จื่อเหิงตามเจ้ากลับมาเยี่ยมเรือนแล้วจะรักเจ้าจริงๆ น่ะหรือ? อย่าโง่ไปหน่อยเลย เขามีเรือนทองซ่อนสาวงามไว้นานแล้ว! สตรีนางนั้นต่างหากคือรักแท้ที่เขาเก็บไว้บนปลายใจอย่างแท้จริง ส่วนเจ้า— ก็เป็นเพียงคนที่เขาจำต้องแต่งกลับไปประดับหน้าตาเพราะถูกเหยาซื่อบีบบังคับเท่านั้น!”
“อีกไม่นาน เจ้าก็จะถูกสตรีนางนั้นปีนขึ้นจมูกเหยียบขึ้นหน้า ถึงตอนนั้น เจ้าก็จะได้รู้ว่าตนเองน่าสมเพชเพียงใด!”
อวี๋จืออี้เผยยิ้มเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
อวี๋เจียวเจียวรู้สึกว่านางช่างแปลกประหลาด “เจ้าโง่ไปแล้วหรือ? เป็นถึงขนาดนี้แล้วเจ้ายังยิ้มออกอีกหรือ?”
“ข้าซาบซึ้งใจน่ะสิ น้องหญิงน่ะ แม้แต่นกน้อยนางแอ่นข้างกายน้องเขยยังจัดการไม่เรียบร้อย ก็ยังมาเป็นห่วงเป็นใยข้า น้ำใจเช่นนี้ ข้าจะไม่รู้สึกเป็นสุขจนอยากหัวเราะออกมาได้อย่างไร?”
อวี๋เจียวเจียว “...”
อย่าคิดว่าข้าฟังไม่ออกนะว่าเจ้ากำลังเสียดสีข้า!
เมื่อนึกถึงเหล่าสตรีที่น่ารำคาญใจในเรือนหลังกลุ่มนั้น นางก็ยิ่งโทสะพลุ่งพล่านขึ้น “เจ้าจะไปรู้อะไร ท่านพี่หลังจากแต่งงานกับข้าก็ค่อยๆ สงบใจลงแล้ว อีกไม่นานเขาก็จะจัดการสตรีเหล่านั้นทิ้งไป! ตัวของเขา ใจของเขา ทุกสิ่งทุกอย่างของเขา ล้วนเป็นของข้าเพียงผู้เดียว!”
เมื่อคิดว่าในภายหน้าจางเทียนซุ่นจะได้รับแต่งตั้งเป็นอ๋องและแม่ทัพทั้งยังจะรักใคร่เอ็นดูนางแต่เพียงผู้เดียว อวี๋เจียวเจียวก็พลันหายโกรธเป็นปลิดทิ้ง สายตาเต็มไปด้วยความเวทนาและแปลกประหลาด “ท่านพี่ของข้าเป็นผู้มีความสามารถอันยิ่งใหญ่ ต่อไปหากเจ้ามีเรื่องลำบากก็มาขอร้องข้าได้ ไม่แน่ว่าข้าอาจจะเห็นแก่ไมตรีในอดีตแล้วยื่นมือช่วยเหลือเจ้าสักครั้ง”
อวี๋จืออี้ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปลายจมูก หัวเราะออกมาเบาๆ
“เช่นนั้นข้าก็ขออวยพรน้องหญิงล่วงหน้าแล้วกัน หวังว่าเจ้าจะสามารถทำให้น้องเขยสงบใจลงได้ในเร็ววัน และได้ใช้ชีวิตอย่างที่เจ้าต้องการ”
นางหันหลังเดินจากไป
อวี๋เจียวเจียวมองแผ่นหลังอันงดงามเจิดจ้านั้น ก็เพียงรู้สึกว่ามีลมก้อนหนึ่งจุกอยู่ที่อก อึดอัดอย่างยิ่ง
นางอยากจะกระชากหน้ากากแห่งความสุขของสตรีนางนั้นออกมา อยากจะเห็นนังแพศยานั่นร่ำไห้ฟูมฟาย!
ผลปรากฏว่านังตัวปลอมนั่นหน้าหนาเกินไปมีดดาบฟันแทงไม่เข้า
พอเปลี่ยนความคิด แบบนี้ก็ไม่เลว
ก็ปล่อยให้นังตัวปลอมนั่นคิดว่าตนเองมีความสุขมากไปเถอะ ยิ่งตอนนี้นางลำพองใจมากเท่าใด ในภายหน้าเมื่อได้รู้ความจริงก็จะยิ่งเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น
นังตัวปลอมที่สถานะต่ำต้อยเช่นนั้น สมควรหลังจากถูกทำร้ายหัวใจจนแหลกสลายแล้ว ก็เน่าเปื่อยอยู่ในกองโคลนตม!
ส่วนนางผู้เป็นที่รักแห่งฟ้าซึ่งได้รับโอกาสให้เกิดใหม่นี้ ในภายหน้าย่อมต้องเจริญก้าวหน้าทะยานขึ้นไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมั่นคงไปตลอดชีวิต
อวี๋จืออี้ไม่ต้องมองก็รู้ว่าอวี๋เจียวเจียวกำลังคิดอะไรอยู่
คนเลวทรามที่มุ่งหมายจะขโมยชีวิตอันเป็นสุขของผู้อื่น คิดเอาเองว่าสิ่งที่ทำนั้นทั้งลับลวงและหลักแหลม หลบซ่อนอยู่ในมุมมืดพลางพึงพอใจในตนเอง
หารู้ไม่ว่า โชคชะตาได้กำหนดคุณค่าในชีวิตของแต่ละคนไว้เนิ่นนานแล้ว
สิ่งที่ไม่ใช่ของเจ้า ไม่ว่าเจ้าจะทุ่มเทความคิดแย่งชิงมาอย่างไร สุดท้ายก็จะกลายเป็นเพียงเม็ดทรายที่ร่วงหล่นจากหว่างนิ้ว
ต่อให้โชคดีได้ครอบครองชั่วคราว สุดท้ายก็จะสูญเสียไปเป็นทวีคูณ
นางไม่จำเป็นต้องทำอะไรที่เป็นการวาดงูเติมขาเลยแม้แต่น้อย อวี๋เจียวเจียวก็จะชดใช้ให้กับความโง่เขลาของตนเอง
งานเลี้ยงส่งตัวกลับเยี่ยมเรือนทางตอนเหนือ คู่บ่าวสาวต้องออกจากบ้านเดิมของเจ้าสาวก่อนเวลาเที่ยงวัน
อวี๋จืออี้และตู้จื่อเหิงยืนอยู่นอกรถม้า บ่าวรับใช้ของจวนสกุลอวี๋กำลังขนของขึ้นรถม้าทีละชิ้น
อวี๋ฮูหยินจับมือนางไว้ “อี้เอ๋อร์ ของเหล่านี้เจ้าเอากลับไปด้วยนะ อย่าได้เกรงใจแม่เป็นอันขาด”
“ต่อไปเจ้ากับลูกเขยใช้ชีวิตกันดีๆ หากมีเวลาก็กลับมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆ ประตูจวนสกุลอวี๋เปิดต้อนรับเจ้าเสมอ”
อวี๋จืออี้ดึงมือกลับ “คำพูดนี้ของท่านแม่ ราวกับว่าข้าแต่งงานออกไปแล้วก็ไม่ใช่คนของจวนสกุลอวี๋อีกต่อไปอย่างนั้นแหละ ตอนที่น้องหญิงแต่งออกไป ท่านแม่ก็ได้กำชับนางเช่นนี้ด้วยหรือไม่เจ้าคะ?”
รอยยิ้มของอวี๋ฮูหยินแข็งค้างไป
ของเหล่านั้นที่อยู่เต็มคันรถ อวี๋จืออี้ไม่ได้แสร้งทำเป็นเกรงใจและปฏิเสธแต่อย่างใด
รถม้าเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ ไม่นานก็ลับหายไปจากสายตาของทุกคนในจวนสกุลอวี๋
คุณชายห้า อวี๋จื่อเซวียนอดรนทนต่อไปไม่ไหวอีก ถ่มน้ำลายแล้วเอ่ยว่า “พวกท่านดูท่าทางนางสิ ก็แค่แต่งให้คุณชายจวนอัครมหาเสนาบดีเท่านั้น ไม่ใช่ว่าแต่งให้ท่านอัครมหาเสนาบดีเสียหน่อย ถึงกับไม่รู้ว่าตนเองหนักกี่ชั่งกี่ตำลึงไปแล้ว!”
คุณชายรอง อวี๋หมิงอวี้มีแววตาถมึงทึง “พวกคนชั้นต่ำได้ดีก็เป็นเช่นนี้แหละ สักวันนางก็ต้องมีเรื่องมาขอร้องพวกเรา ถึงตอนนั้นค่อยดูว่านางจะยังหยิ่งผยองได้อีกหรือไม่”
ทุกคนในสกุลอวี๋เห็นด้วยอย่างยิ่ง
เรื่องการแต่งงาน ไม่ใช่เรื่องของคนเพียงสองคน ส่วนใหญ่มักจะเกี่ยวข้องกับภูมิหลังของทั้งสองฝ่ายด้วย
อวี๋จืออี้เป็นเพียงคุณหนูตัวปลอมของจวนสกุลอวี๋เท่านั้น จวนอัครมหาเสนาบดีไม่มีทางให้ความเคารพนางเหมือนอย่างที่ปฏิบัติต่อคุณหนูตัวจริงได้หรอก
รอจนกว่านางจะค้นพบความจริงข้อนี้ นางก็จะกลับมาคุกเข่าโขกศีรษะยอมรับผิดแต่โดยดีเอง
บนรถม้า ตู้จื่อเหิงสงบสติอารมณ์ลงได้แล้ว แต่ก็ยังคงคิดไม่ตก “เจ้าใช้ชีวิตอยู่ในจวนอย่างไรกันแน่ เหตุใดแม้แต่วันกลับเยี่ยมเรือนก็ยังไม่มีใครให้ความสำคัญ?”
อย่าคิดว่าเขามองไม่ออก สำรับอาหารในวันนี้ไม่นับว่าเป็นงานเลี้ยงได้เลย เป็นเพียงของที่รวบรวมมาอย่างเร่งรีบเท่านั้น
อวี๋จืออี้หัวเราะเบาๆ “ไม่เกี่ยวกับสถานะของข้าในจวนสกุลอวี๋เท่าใดนักหรอก เพราะต่อให้พวกเขาไม่ไว้หน้าข้า ก็ต้องไว้หน้าท่านอยู่ดี เพียงแต่มีหนูที่หลงตัวเองตัวหนึ่ง นำเรื่องที่เกิดขึ้นในจวนอัครมหาเสนาบดีไปบอกสองสามีภรรยาสกุลอวี๋ พวกเขาจึงปักใจเชื่อว่าข้าจะไม่กลับมาเยี่ยมเรือน”
ตู้จื่อเหิง “...”
นางยิ้มอยู่ชัดๆ เหตุใดเขาถึงรู้สึกผิดขึ้นมาได้เล่า