หลังถูกเปลี่ยนคู่ครอง ข้าหันมาแทะเมล็ดดูละคร

หลังถูกเปลี่ยนคู่ครอง ข้าหันมาแทะเมล็ดดูละคร: ตอนที่ 6 ใครใส่ใจมากกว่า มองปราดเดียวก็เห็นได้ชัดเจน ตอนที่ 6

#6ตอนที่ 6 ใครใส่ใจมากกว่า มองปราดเดียวก็เห็นได้ชัดเจน

ตู้จื่อเหิงเพียงแค่หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ไม่ได้โง่เขลา

บุตรสาวที่ได้รับความโปรดปรานจากครอบครัวที่ดีพร้อม ในวันกลับเยี่ยมเรือน มีเหตุผลใดที่บิดามารดาและญาติสนิทจะไม่ออกมาต้อนรับกัน?

แม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับภรรยาเอกของตน แต่ภรรยาเอกก็คือภรรยาเอก เป็นตัวแทนหน้าตาของเขา

การทำให้ภรรยาของเขาต้องเสียหน้า ก็คือการทำให้เขาต้องเสียหน้าเช่นกัน!

อวี๋จืออี้ไม่ได้คัดค้าน ตามกลับขึ้นไปบนรถม้า

“ท่านเขย! ท่านเขย!”

พ่อบ้านรีบวิ่งตามไป

ภายในจวน

สตรีหลายนางมองดูรอบจวนที่เงียบเหงา รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง “พี่สะใภ้ใหญ่ วันนี้ไม่ใช่วันที่พี่หญิงอี้เอ๋อร์กลับมาเยี่ยมเรือนหรือ?”

พวกนางล้วนเป็นสตรีจากญาติในตระกูลอวี๋ เรื่องใหญ่อย่างงานแต่งงาน งานศพ หรืองานมงคลต่างๆ มักจะไปมาหาสู่กัน

อันที่จริงอวี๋ฮูหยินไม่ได้ส่งข่าวให้พวกนางเลยแม้แต่น้อย ตามหลักแล้วพวกนางไม่ควรจะมา

ทว่าอย่างไรเสียอวี๋จืออี้ก็ได้แต่งให้กับบุตรชายคนเดียวของอัครมหาเสนาบดี บัดนี้ได้กลายเป็นลูกสะใภ้ของท่านอัครมหาเสนาบดีแล้ว หากท่านอัครมหาเสนาบดีทราบว่าในวันกลับเยี่ยมเรือนของลูกสะใภ้ ญาติฝั่งบ้านเดิมไม่มีใครมาข้องเกี่ยวเลย ก็ยากจะรับประกันได้ว่าเขาจะไม่สร้างความลำบากให้สามีของพวกนาง

อวี๋เจียวเจียวนั่งอยู่ข้างกายอวี๋ฮูหยิน ทั่วทั้งร่างประดับประดาด้วยไข่มุกและอัญมณีล้ำค่า ดูสูงศักดิ์หรูหราอย่างยิ่ง

ว่ากันตามจริงแล้วท่านเจ้ากรมอวี๋เป็นถึงขุนนางขั้นสาม ฐานะทางสังคมไม่นับว่าต่ำต้อย แต่เมื่อเทียบกับจวนกั๋วกงที่สืบทอดตำแหน่งต่อกันมาไม่ขาดสายแล้วก็ยังห่างชั้นกันมาก ไม่ว่าจะเป็นสถานะหรือทรัพย์สิน ล้วนตามไม่ทัน

การที่อวี๋เจียวเจียวแต่งเข้าจวนหย่งกั๋วกง นับว่าเป็นการปีนป่ายสู่ที่สูงอย่างแท้จริง

ดูจากท่าทางของนางในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่านางได้รับความโปรดปรานอย่างยิ่ง ใช้ชีวิตอยู่ในจวนกั๋วกงอย่างสุขสบาย

เหล่าญาติสตรีในตระกูลต่างอิจฉาจนตาแดงก่ำ แต่บนใบหน้าก็จำต้องเอ่ยคำยกยอปอปั้น

อวี๋เจียวเจียวฟังเสียงชื่นชมและยกยอปอปั้นของทุกคน ในใจรู้สึกภาคภูมิใจ สีหน้าก็แสดงออกมาเช่นกัน “ท่านพี่ปฏิบัติต่อข้าดีมากจริงๆ”

“ไข่มุกทะเลใต้นี้ ปิ่นทองลายโบตั๋นจากหอสมบัติอันนี้ ล้วนเป็นท่านพี่เลือกให้ข้าด้วยตนเองจากคลังสมบัติของจวน”

หลังจากอวดอ้างอยู่ครู่หนึ่ง อวี๋เจียวเจียวจึงถอนหายใจแล้วเอ่ยว่า “ท่านป้า ท่านอาทุกท่านอาจยังไม่ทราบ ไม่ใช่ว่าท่านแม่มีเจตนาจะละเลยพี่หญิงและพี่เขยหรอกนะเจ้าคะ เพียงแต่ว่า...”

นางทำท่าเหมือนยากจะเอ่ยปาก หยุดไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยด้วยสีหน้าสุดจะทนว่า “ท่านพี่ของข้าพอจะมีเส้นสายอยู่บ้าง ช่วงนี้เขาสืบทราบมาว่า คุณชายตู้ผู้นั้นทอดทิ้งพี่หญิงในคืนวันแต่งงาน หนีไปคลอเคลียอยู่กับหญิงชาวบ้านป่าคนหนึ่ง ทิ้งให้พี่หญิงต้องอยู่เดียวดายในห้องหอ”

“ที่แท้แล้ว คุณชายตู้เคยลั่นวาจาเอาไว้นานแล้วว่า ชาตินี้หากไม่ได้แต่งกับสตรีนางนั้นก็จะไม่แต่งกับใคร ที่แต่งงานกับพี่หญิงก็เพียงเพราะถูกเหยาซื่อใช้ความตายบีบบังคับ...”

“ดังนั้นวันนี้พวกเขาจึงไม่กลับมาเยี่ยมเรือน ท่านแม่ของข้าก็ไม่อยากให้ทุกท่านต้องมาเสียเที่ยว จึงไม่ได้แจ้งให้พวกท่านทราบ”

เหล่าสตรีในตระกูลฟังจนนิ่งอึ้งไป มีคนหนึ่งอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาด้วยความโกรธว่า “นี่มันจะเกินไปแล้ว! นี่มันเท่ากับถอดหน้ากากของตระกูลอวี๋เราโยนลงพื้นแล้วเหยียบย่ำไม่ใช่หรือ!”

“พี่สะใภ้ใหญ่ เรื่องนี้จะปล่อยผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้นะเจ้าคะ!”

เจิ้งซื่อ อวี๋ฮูหยิน มีสีหน้าซับซ้อน “ต่อให้ข้าอยากจะยื่นมือเข้าไปจัดการ ก็ต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมเสียก่อน แต่พวกท่านก็รู้ ลูกอี้เอ๋อร์คนนี้เหินห่างจากพวกเราตั้งแต่เล็ก หากนางไม่ส่งข่าวกลับมา พวกเราก็ไม่มีเหตุผลอันชอบธรรมที่จะออกหน้า!”

อวี๋เจียวเจียวฟังบทสนทนาของทุกคน ริมฝีปากปรากฏรอยยิ้มจางๆ ที่เหมือนมีแต่ก็เหมือนไม่มี

อวี๋จืออี้ เจ้าก็มีวันนี้เหมือนกัน!

ชาติก่อน เรื่องน่าอับอายขายหน้าเหล่านี้ล้วนเป็นนางที่ต้องทนรับ!

นางคือคุณหนูผู้เกิดจากภรรยาเอกของจวนเจ้ากรมคลังเชียวนะ!

ความอัปยศเช่นนี้ นางจะกล้ำกลืนลงไปได้อย่างไร?

และสิ่งที่ทำให้นางทนไม่ได้ยิ่งกว่าการต้องทนรับความอัปยศก็คือ อวี๋จืออี้กลับได้รับความรักและการปกป้องดูแลอย่างหมดหัวใจจากจางเทียนซุ่น

โชคดีที่ในชาตินี้ ทุกสิ่งทุกอย่างกลับตาลปัตรไปหมดแล้ว

ความรักของจางเทียนซุ่น ตำแหน่งชายาอ๋องในอนาคต ทั้งหมดล้วนเป็นของนาง!

ความคิดอันภาคภูมิใจเพิ่งจะผุดขึ้นมา ก็เห็นจางมามาวิ่งเข้ามาอย่างตื่นตระหนก เข้าไปกระซิบข้างหูเจิ้งซื่อว่า “แย่แล้วเจ้าค่ะฮูหยิน คุณหนูใหญ่กับท่านเขยกลับมาเยี่ยมเรือนแล้วเจ้าค่ะ! พอเห็นว่าหน้าประตูไม่มีคนต้อนรับ ท่านเขยก็หันหลังจะกลับไป ตอนนี้พ่อบ้านขวางไว้ได้แล้ว แต่ท่านเขยโกรธมากเจ้าค่ะ”

สีหน้าของเจิ้งซื่อเปลี่ยนไปทันที นางมองไปยังอวี๋เจียวเจียวโดยไม่รู้ตัว

เสียงของจางมามาไม่ดังนัก แต่อวี๋เจียวเจียวอยู่ข้างกายเจิ้งซื่อพอดี จึงได้ยินชัดเจนทุกถ้อยคำ

นางตอบสนองอย่างรุนแรง “เป็นไปไม่ได้!”

จางมามา “คุณหนูเจ้าคะ บ่าวไม่กล้าโกหกเจ้าค่ะ”

เหล่าสตรีในตระกูลต่างมองมาด้วยความอยากรู้อยากเห็น สีหน้าของเจิ้งซื่อเปลี่ยนไปมาอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยังตัดสินใจพูดความจริงออกไป “อี้เอ๋อร์กับท่านเขยมาถึงแล้ว พวกเราไปต้อนรับคนด้วยกันเถอะ”

แล้วเอ่ยกับจางมามาอีกว่า “ส่งคนไปแจ้งนายท่านกับคุณชายทั้งห้าด้วย”

ส่วนบุรุษในตระกูลนั้นไม่จำเป็นต้องเชิญ มีหลายคนติดตามภรรยาของตนมาด้วยอยู่แล้ว ตอนนี้ก็อยู่ในห้องโถงใหญ่พอดี

นอกจวนสกุลอวี๋

ใบหน้าหล่อเหลาของตู้จื่อเหิงเคร่งขรึมลง

ส่วนอวี๋จืออี้กลับดูสบายๆ และสงบนิ่ง ไม่ได้แปลกใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย

ตู้จื่อเหิงมองท่าทีสบายอารมณ์ของคนที่อยู่ข้างกาย ก็พลันรู้สึกโกรธที่นางไม่คิดจะต่อสู้ขึ้นมาเล็กน้อย “เจ้าไม่โกรธเลยหรือ?”

อวี๋จืออี้ “ก็เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว มีอะไรน่าโมโหกัน”

“พวกเขาปฏิบัติต่อเจ้าอย่างโหดร้ายถึงเพียงนี้ เจ้าก็ยังทนได้อีกหรือ?” ตู้จื่อเหิงรู้สึกเหลือเชื่อ

ความสามารถในการวางแผนเล่นงานเขาของนาง หายไปไหนแล้ว?

อวี๋จืออี้ย้อนถาม “สองสามีภรรยาเจ้ากรมอวี๋มีบุญคุณที่เลี้ยงดูข้ามา บุญคุณแห่งการเลี้ยงดูยิ่งใหญ่กว่าฟ้า ต่อให้พวกเขาจะให้ข้าคืนชีวิตให้ ก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล หากทนไม่ได้แล้วจะทำอย่างไรได้เล่า?”

แน่นอนว่า สิ่งที่ควรชดใช้ นางก็ได้ชดใช้ไปหมดสิ้นแล้วในชาติก่อน

ส่วนสิ่งที่พวกเขาทำกับนาง ก็เพียงพอที่จะหักล้างบุญคุณแห่งการเลี้ยงดูของพวกเขาแล้ว

ชาตินี้ นางจะไม่ยอมถอยให้อย่างไม่มีเงื่อนไขอีกต่อไป

ตู้จื่อเหิงเบิกตากว้างราวกับกระดิ่งทองแดง ทำลายท่วงทีสง่างามดุจกล้วยไม้หยกของเขาไป แต่กลับเพิ่มความเป็นมนุษย์และความรู้สึกสมจริงขึ้นมาหลายส่วน

เขาไม่อาจเชื่อมโยงสตรีตรงหน้า กับบุตรสาวบุญธรรมจวนสกุลอวี๋ผู้เชี่ยวชาญในการวางแผนซึ่งเป็นที่ร่ำลือไปทั่วเมืองหลวงได้

ยังไม่ทันที่เขาจะเรียบเรียงความคิดได้ กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ออกมาต้อนรับจากในจวนสกุลอวี๋

อวี๋จืออี้เงยหน้าขึ้นมอง สายตาจับจ้องไปที่ร่างของอวี๋เจียวเจียวผู้ประดับประดาด้วยเครื่องประดับแพรวพราว กวาดสายตามองใบหน้าของนางรอบหนึ่ง ริมฝีปากแดงระเรื่อก็แย้มรอยยิ้มออกมา

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง...

อวี๋เจียวเจียวจนกระทั่งวินาทีสุดท้ายก่อนจะก้าวออกจากประตูใหญ่ ถึงกล้าเชื่อว่าอวี๋จืออี้กลับมาจริงๆ

แต่ว่า! นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน?!

ตู้จื่อเหิงไอ้คนสารเลวนั่น อาศัยอะไรถึงไม่ยอมมาส่งนางกลับเยี่ยมเรือน แต่กลับมาส่งนังตัวปลอมที่มาแย่งรังนี่กลับมาเล่า!?

อวี๋จืออี้สวมชุดกระโปรงสีแดงหรูหราที่แพงที่สุดของร้านจิ่นซิ่วฝั่ง ใบหน้าที่งดงามหมดจดอยู่แล้วยิ่งเพิ่มความเจิดจรัสขึ้นอีกสามส่วน

คนอื่นๆ ก็เห็นอวี๋จืออี้เช่นกัน ทุกคนล้วนตกตะลึงในความงดงามหรูหราของนาง

มีสตรีในตระกูลคนหนึ่งอุทานออกมาด้วยความตกใจว่า “นี่คือชุดสีแดงลายโบตั๋นที่แขวนอยู่บนชั้นสามของร้านจิ่นซิ่วฝั่งใช่หรือไม่? ชุดนั้นราคาตั้งสามพันตำลึงเชียวนะ!”

“เป็นชุดนั้นจริงๆ ด้วย คุณชายตู้ดีต่อพี่หญิงอี้เอ๋อร์มากเลย!”

แม้ว่าไข่มุกทะเลใต้และปิ่นทองของอวี๋เจียวเจียวจะล้ำค่ามากเช่นกัน แต่รวมกันแล้วก็เพิ่งจะเกินพันตำลึงมาเล็กน้อยเท่านั้น

ในยามนี้ ไข่มุกและปิ่นทองนั้นกลับถูกชุดสีแดงบดบังจนมืดหมองไร้ประกาย

ยิ่งไปกว่านั้น ไข่มุกและปิ่นทองล้วนเป็นของที่หยิบส่งๆ มาจากคลังสมบัติของจวนหย่งกั๋วกง แต่ชุดสีแดงกลับเป็นของที่ตั้งใจซื้อจากข้างนอกมามอบให้อวี๋จืออี้โดยเฉพาะ ใครใส่ใจมากกว่า มองปราดเดียวก็เห็นได้ชัดเจน

อวี๋จืออี้รับสายตาของทุกคน ก้าวไปยืนข้างกายตู้จื่อเหิงอย่างสง่างาม ปล่อยให้ทุกคนพิจารณาและชื่นชมได้อย่างเต็มที่

อวี๋เจียวเจียวยิ่งรู้สึกสับสนวุ่นวายใจดุจป่านพันกัน

อย่างไรเสียอวี๋ฮูหยินก็ยังควบคุมสติอารมณ์ได้ดี เอ่ยขออภัยว่า “ท่านเขย อี้เอ๋อร์ ไม่ใช่ว่าพวกเรามีเจตนาจะละเลย เป็นเพราะบ่าวรับใช้ชั้นผู้น้อยละเลยต่อหน้าที่ ถึงกับไม่รายงานเรื่องที่พวกเจ้าออกจากจวนมาล่วงหน้า”

อวี๋จืออี้ไม่ได้เปิดโปงคำโกหกที่เห็นได้ชัดนี้ เพียงแย้มยิ้มบางๆ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านแม่”

ตู้จื่อเหิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่พอใจอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมที่นางยอมเป็นลูกพลับนิ่มให้คนในครอบครัวข่มเหง

ส่วนอวี๋ฮูหยินกลับถอนหายใจอย่างโล่งอก

อวี๋เจียวเจียวแค่นหัวเราะในใจ

ของที่ขึ้นเวทีใหญ่ไม่ได้

ต่อให้โชคดีให้ตู้จื่อเหิงมาส่งกลับเยี่ยมเรือนได้ ก็ยังคงตั้งตัวไม่ติดอยู่ดี

อวี๋จืออี้ราวกับมองไม่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปของทุกคน เอ่ยถามอย่างสงสัยว่า “ท่านพ่อกับพี่ชายทั้งห้าเล่าเจ้าคะ? เหตุใดจึงไม่ออกมาพร้อมกับทุกคนหรือเจ้าคะ?”

หลังถูกเปลี่ยนคู่ครอง ข้าหันมาแทะเมล็ดดูละคร: ตอนที่ 6 ใครใส่ใจมากกว่า มองปราดเดียวก็เห็นได้ชัดเจน ตอนที่ 6