ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 388
ตอนที่ 388 เข้าเรียน (4)
หลังจากนั้นไม่นาน บุรุษชุดสีน้ำเงินก็ปล่อยมือจากจวินอู๋เสีย ใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาซีดลงเล็กน้อย และมีเหงื่อบางๆ ผุดขึ้นมาเต็มใบหน้านั้น
คนของสำนักศึกษาเฟิงหัว เมื่อเห็นว่าบุรุษชุดสีน้ำเงินแสดงอาการเหนื่อยล้าออกมา พวกเขาก็รีบเข้าไปช่วยประคองทันที
บุรุษชุดสีน้ำเงินโบกมือเล็กน้อยบอกให้พวกเขาถอยกลับไป
การรักษาวงแหวนภูติวิญญาณให้กับเด็กน้อยคนนี้ เผาผลาญพลังวิญญาณไปมากกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก พลังวิญญาณที่ถูกสูบออกไปอย่างมหาศาลในช่วงเวลาสั้นๆ เช่น เขาไม่ได้สัมผัสกับความรู้สึกนี้มานานมากแล้ว นี่ไม่เหมือนกับกำลังรักษาวงแหวนภูติวิญญาณที่ได้รับบาดเจ็บหนักเลย แต่มันเหมือนกับการฟื้นคืนชีพให้กับวงแหวนภูติวิญญาณที่ใกล้จะตายมากกว่า!
บุรุษผู้นั้นยิ้มขื่นในใจ ไม่ง่ายเลยกว่าที่เขาจะแสดงความเมตตาออกมาสักครั้ง แต่เมื่อมาเจอกับเหตุการณ์เช่นนี้ เขาที่เกือบจะรีบหยุดมือทันทีเมื่อค้นพบว่ามีบางสิ่งบางอย่างผิดปกติ ก็รีบมองไปทางจวินอู๋เสียราวกับต้องการค้นหาคำตอบบางอย่าง แต่เมื่อเห็นจวินอู๋เสียจ้องตอบเขากลับมาด้วยใบหน้าเย็นชา ทว่าอารมณ์ที่กระเพื่อมไหวอยู่ในดวงตาคู่นั้นกลับสะท้อนออกมาไม่หยุด ไม่รู้เพราะเหตุใด เขาถึงไม่อาจยับยั้งตัวเองได้เลยและลงมือรักษาต่อไปจนสิ้นสุด
จวบจนถึงบัดนี้ แม้จะหยุดการรักษาไปได้สักครู่แล้วแต่อาการเหนื่อยหอบและหมดแรงก็ยังคงจู่โจมเขาอยู่ดี
“ข้าเหนื่อยแล้ว พวกเจ้าจัดการกันต่อเถิด” บุรุษชุดสีน้ำเงินปฏิเสธความช่วยเหลือจากเหล่าศิษย์ที่รีบเข้ามาประคอง เขาหันไปจ้องจวินอู๋เสียสักพัก จากนั้นก็หันหลังแล้วเดินจากไป
จวินอู๋เสียสัมผัสได้เลยว่าจิตวิญญาณภายในร่างกายของนางนั้นกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ร่างเล็กเงยหน้าขึ้น มองตามแผ่นหลังของบุรุษชุดสีน้ำเงินที่เดินจากไปแล้วพูดด้วยความกตัญญูว่า “ขอบคุณ"
ฝีเท้าของบุรุษชุดสีน้ำเงินที่กำลังก้าวเดินออกไปชะงักกึกอยู่กับที่ทันที เขาหันหน้ากลับมามองจวินอู๋เสีย จ้องใบหน้าเล็กๆ ที่เฉยเมยนั่นแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ไม่จำเป็น ในเมื่อเจ้าเป็นลูกศิษย์ของสำนักศึกษาเฟิงหัว ข้าในฐานะอาจารย์ยื่นมือช่วยเหลือเจ้าหนึ่งหรือสองอย่างก็เป็นเรื่องปกติ เจ้าชื่อจวินเสียสินะ หากว่าเจ้าสนใจ หลังจากเข้าเรียนแล้วสามารถมาหาข้าที่ตึกสาขาผู้เยียวยาจิตวิญญาณได้ ข้าชื่อกู้หลีเซิง!”
กล่าวจบ ร่างกายคล้ายจะโงนเงนเล็กน้อยของกู้หลีเซิงก็เดินจากไปโดยไม่หยุดฝีเท้าอีก
กู้หลีเซิงหรือ ตึกสาขาผู้เยียวยาจิตวิญญาณ? จวินอู๋เสียยังคงจมอยู่กับคำพูดเมื่อสักครู่นี้ของกู้หลีเซิงก่อนที่เขาจะจากไป แต่กลุ่มคนหนุ่มสาวที่กำลังยืนเข้าแถวอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าสำนักศึกษาเฟิงหัวได้ระเบิดไปจนหมดแล้ว!
หากพูดว่าก่อนหน้านี้พวกเขาเพียงแค่อิจฉาจวินอู๋เสียที่ได้เข้าไปศึกษายังตึกหลักโดยตรง เวลานี้หลังจากที่ได้ยินคำพูดของกู้หลีเซิง เปลวเพลิงแห่งความริษยาก็โชติช่วงท่วมท้นไปทั้งหัวใจของเหล่าเด็กหนุ่มสาวที่กำลังยืนอยู่ตรงนั้นทั้งหมด!
กู้หลีเซิง! นั่นคือผู้ก่อตั้งสาขาผู้เยียวยาจิตวิญญาณเชียวนะ!
ว่ากันว่าผู้เยียวยาจิตวิญญาณทั้งหมดบนโลกในทุกวันนี้ ล้วนเป็นศิษย์ภายใต้การดูแลของกู้หลีเซิงทั้งสิ้น!
ก่อนหน้าที่จะมีกู้หลีเซิง ไม่เคยปรากฏตัวตนของผู้เยียวยาจิตวิญญาณมาก่อน!
เป็นเพราะสำนักศึกษาเฟิงหัวมีกู้หลีเซิงอยู่ พวกเขาถึงได้มีสาขาผู้เยียวยาจิตวิญญาณที่พิเศษและโดดเด่นไม่เหมือนใคร!
เจ้าเด็กที่ชื่อจวินเสียนี่ มันจะโชคดีอะไรขนาดนี้ แม้ว่าเขาจะมีพลังวิญญาณอยู่ในขั้นสีส้มด้วยวัยเพียงสิบสี่ปี แต่ก็ไม่น่าจะถึงกับอัญเชิญเทพเจ้าผู้ยิ่งใหญ่อย่างกู้หลีเซิงให้เสด็จมาที่นี่ด้วยตัวเองไม่ใช่หรือ แถมยังถูกกู้หลีเซิงเชิญให้เข้าร่วมกับสาขาผู้เยียวยาจิตวิญญาณของเขาเป็นการส่วนตัวอีกด้วย!
ตอนนี้ไม่มีเด็กรุ่นเยาว์คนไหนแล้วที่ไม่เดือดพล่าน! พวกเขาทุกคนจ้องไปที่จวินอู๋เสียเป็นตาเดียว โดยหวังว่าสายตาของพวกเขาจะสามารถถลกหนังนางแล้วกลืนกินนางลงไปทั้งเป็นได้!
สาขาผู้เยียวยาจิตวิญญาณที่ทุกๆ คนปรารถนาอย่างแรงกล้าว่าจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของมันให้ได้ โอกาสนี้กลับตกลงบนหัวของเด็กน้อยที่ถูกยอมรับอย่างสับสนมึนงงผู้นี้!
ได้รับความสนใจจากกู้หลีเซิงก่อนจะได้เข้าสู่สำนักศึกษาเฟิงหัวอย่างเป็นทางการ นี่ไม่ได้หมายความว่าอนาคตของเจ้าเด็กนี่ถูกกำหนดไว้อย่างแน่นอนแล้วว่าจะต้องสว่างไสวรุ่งโรจน์หรอกหรือ!
คิดถึงตรงนี้ สายตาที่ไม่พอใจของกลุ่มคนรุ่นเยาว์ก็เบนไปทางบุรุษสองคนที่วิ่งไปตามกู้หลีเซิงให้เข้ามาในตอนแรก พวกเขาเองก็เป็นเด็กที่มาเข้าร่วมการทดสอบเหมือนกัน แต่ทำไมทั้งคู่ถึงไม่เชิญกู้หลีเซิงให้มาตรวจสอบพวกเขาบ้าง แต่ละคนยิ่งคิดก็ยิ่งริษยา ในใจเต็มไปด้วยความโกรธและความไม่ชอบใจ
ทั้งสองคนที่ตกเป็นจำเลยของฝูงชนอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม พวกเขาเพียงคิดว่าพรสวรรค์ทางด้านการบ่มเพาะพลังวิญญาณของจวินอู๋เสียนั้นสูงมาก เพียงแต่จิตวิญญาณของนางในตอนนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนักและอ่อนแอมาก พวกเขาจึงได้ไปเชิญท่านอาจารย์ให้มาตรวจสอบดู ผู้ใดจะรู้ว่ากู้หลีเซิงที่ปกติไม่ค่อยจะปรากฏตัวออกมาให้ใครเห็น จะเสนอตัวมาทดสอบเด็กคนนี้ด้วยตัวเองและเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในภายหลัง ทุกคนล้วนไม่มีใครคาดคิดว่ากู้หลีเซิงจะถูกชะตากับเด็กคนนี้ และยอมรับเขา…