ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 381
ตอนที่ 381 การปรากฏตัวของผู้อาวุโสสูงสุด (2)
ใครมันจะกล้าแอบอ้างตัวว่าเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักชิงอวิ๋นกัน!
แทบไม่มีใครในโลกนี้ที่กล้าทำเช่นนั้น
ยิ่งไปกว่านั้น บุคคลผู้นั้นยังมีป้ายประจำตัวของสำนักชิงอวิ๋นห้อยอยู่ที่เอวด้วย ดูจากรูปลักษณ์และกลิ่นอายที่แผ่ออกมารอบๆ ตัวเขา มีความเป็นไปได้ถึงเจ็ดส่วนที่จะเป็นตัวจริง
ด้วยการหายตัวไปอย่างกะทันหันของสำนักชิงอวิ๋น เมื่อชื่อนี้ถูกยกขึ้นมากล่าวอ้างอีกครั้งมันจึงดึงดูดทุกสายตาได้อย่างชะงัด ผู้คนที่ปรี่เข้าไปหาเขาเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับกระแสน้ำ
บุรุษชุดขาวมองเด็กหนุ่มที่ร้องขอต่อหน้าเขาและกล่าวว่า "สำนักชิงอวิ๋นสลายตัวไปแล้ว และข้าก็ไม่ใช่ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักชิงอวิ๋นอีกต่อไป การพบกันในครั้งนี้ จึงอาจนับได้ว่าเป็นโชคชะตาอย่างหนึ่ง เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน ในเมื่อเจ้าร้องขอมา ข้าเองก็มีเม็ดยาเหล่านั้นติดตัวอยู่นิดหน่อย หากเจ้าต้องการจริงๆ ข้าขายมันต่อให้เจ้าในราคาเดียวกับที่เจ้าเคยจ่ายมาก่อนหน้านี้เป็นอย่างไร"
เด็กหนุ่มผู้นั้นน้ำตาไหลพรากด้วยความปลาบปลื้ม เขาพยักหน้าไม่หยุด แทบไม่อาจควบคุมมือที่สั่นเทาที่อยู่ภายใต้ชายเสื้อนั้นได้เลย เขาเอื้อมมือเข้าไปในอกเสื้อ แล้วหยิบเอาตั๋วเงินมูลค่าหนึ่งแสนตำลึงออกมาสามใบออกมา ส่งมอบให้กับ ‘มู่เฉิน’ ด้วยความนอบน้อมและซาบซึ้งใจ
เด็กหนุ่มสาวคนอื่นๆ ที่มองฉากนี้อยู่เบิกตากว้าง ราคาสามแสนตำลึงต่อเม็ดเชียวหรือนี่!
นี่มันเป็นราคาของเม็ดยาอะไรกันแน่!
แต่นอกจากเม็ดยาของสำนักชิงอวิ๋นแล้ว ยังจะมีเม็ดยาของผู้ใดคุ้มค่ากับเงินจำนวนเท่านี้อีกหรือ!
กลุ่มเด็กที่มาสมัครลงทะเบียนเรียนที่สำนักศึกษาเฟิงหัว ไม่มีตระกูลใดที่ยากจนเลยสักตระกูลเดียว แทบจะเรียกได้ว่าพวกเขาเกิดมาพร้อมกับช้อนเงินช้อนทอง ค่าธรรมเนียมการศึกษาสามแสนตำลึง จึงแทบไม่อยู่ในสายตาของพวกเขา นับประสาอะไรกับตอนนี้ที่ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักชิงอวิ๋นที่ก่อนหน้านี้หายตัวไปอย่างลึกลับได้มาปรากฏตัวที่นี่พร้อมกับเม็ดยาหายาก เมื่อมีโอกาสได้ตกลงซื้อขายเม็ดยาจากสำนักชิงอวิ๋นเป็นการส่วนตัว ต่อให้ต้องโปรยตั๋วเงินออกไปอีกซักหลายหมื่นตำลึงพวกเขาก็ไม่ยี่หระ!
ความโกลาหลลุกลามไปทั่วทันที!
กลุ่มคนรุ่นเยาว์กลุ่มหนึ่งที่ไม่มีอารมณ์ต่อแถว รีบบึ่งตรงไปที่ใต้ร่มเงาของต้นไม้นั้น
หลังจากเด็กหนุ่มผู้นั้นตกลงแลกเปลี่ยนเม็ดยากับ ‘มู่เฉิน’ สำเร็จ เงาร่างของเด็กหนุ่มอีกหลายคนก็มาปรากฏตัวต่อหน้า ‘มู่เฉิน’ พวกเขาคุกเข่าลงกับพื้นและกล่าวไปว่า
"คารวะท่านผู้อาวุโสมู่! ขอบังอาจถามสักคำ ไม่ทราบว่าเม็ดยาเมื่อสักครู่ที่ท่านนำออกมาคือเม็ดยาชนิดใดหรือขอรับ" เด็กหนุ่มผู้กล้าหาญสอบถาม ‘มู่เฉิน’ อย่างชาญฉลาด เขาไม่ได้เปิดเผยเจตนารมณ์ของตัวเอง แต่เลือกสอบถามถึงชนิดและผลกระทบของเม็ดยาดังกล่าวก่อน
เงินจำนวนสามแสนตำลึงไม่ใช่น้อยนิด เม็ดยาบนโลกนี้ที่ควรค่าแก่ราคาดังกล่าวมีน้อยชนิดที่สามารถนับด้วยมือข้างเดียวได้
แม้ว่ามันจะออกมาจากโรงประมูล ด้วยราคาเช่นนี้ก็ยังถือว่าพบได้น้อยอยู่ดี
การโยนตั๋วเงินลงไปหนึ่งปึกเพื่อเม็ดยาหนึ่งเม็ด จริงอยู่ว่าสำหรับพวกเขาไม่นับว่าเป็นอะไร แต่ก็ต้องดูด้วยว่ามันคุ้มค่าหรือไม่ พวกเขาไม่ใช่ไอ้งั่งที่ใครหน้าไหนจะมาหลอกชุบมือเปิบเอาได้ง่ายๆ
‘มู่เฉิน’ จ้องมองกลุ่มคนรุ่นเยาว์ที่เข้ามารายล้อมตัวเอง ทันใดนั้นบนใบหน้าที่หล่อเหลาก็ฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะหายไป เขากลับมาวางท่าสูงส่งสงบตามเดิม พูดด้วยน้ำเสียงไม่ช้าไม่เร็วว่า "ก็แค่เม็ดยาขยายเส้นลมปราณเท่านั้น นอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบ่มเพาะพลังของพวกเจ้าให้ก้าวหน้ารวดเร็วยิ่งขึ้น ก็ไม่มีสรรพคุณพิเศษอื่นใดอีก"
น้ำเสียงของ ‘มู่เฉิน’ ที่ใช้พูดเรียบเฉยมาก ทว่าเมื่อมันลอยเข้าไปในหูของกลุ่มคนรุ่นเยาว์ หัวใจของพวกเขาก็เต้นไม่เป็นส่ำ แทบกระดอนออกมาจากอก!
ขยายเส้นลมปราณหรือ!
นี่มันคือแนวคิดแบบไหน!
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าเส้นลมปราณของมนุษย์พัฒนาได้รวดเร็วที่สุด ก็แค่ตอนก่อนที่ภูติวิญญาณจะตื่นขึ้นมา บวกลบหลังจากนั้นสามถึงสี่ปีก็เท่านั้น หากเกินกว่าอายุสิบแปดปีไปแล้ว การจะพัฒนาและขยายมันให้ใหญ่ขึ้นเรียกได้ว่าแทบเป็นเรื่องเพ้อฝัน!
หากพวกเขาได้เม็ดยาชนิดนี้มา นั่นก็เท่ากับว่าพวกเขาจะสามารถขยายเส้นลมปราณให้ใหญ่ขึ้นได้ ซึ่งนั่นหมายความว่าพวกเขาจะสามารถรวบรวมพลังวิญญาณและฝึกฝนได้เร็วกว่าคนอื่นๆ ซึ่งนั่นมันก็แทบตัดสินอนาคตของพวกเขาได้เลยทีเดียว! เม็ดยาชนิดนี้ยิ่งนำมาใช้ในขณะที่อายุยิ่งน้อยมากเท่าไร ผลลัพธ์ของมันก็จะยิ่งดีมากขึ้น เด็กๆ ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ ล้วนแล้วแต่มีอายุไม่เกินสิบหกปีทั้งสิ้น อยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสมที่พวกเขาจะกลืนมันลงไป!
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เล็กจนโต พวกเขายังไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเม็ดยาที่มีสรรพคุณช่วยในการขยายเส้นลมปราณจากที่ไหนมาก่อนเลย!
หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือ นอกจากสำนักชิงอวิ๋นที่สลายตัวไปแล้วที่สามารถวิจัยเม็ดยาวิเศษเช่นนี้ออกมาได้ ก็ไม่อาจหาเม็ดยาที่มีผลลัพธ์ท้าทายสวรรค์เช่นนี้จากที่อื่นได้อีกแล้ว!
สำนักชิงอวิ๋นยุบสำนักไปแล้วตั้งแต่เมื่อราวครึ่งเดือนก่อน มีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้ว่าในอนาคตเจ้าจะไปหาคนของสำนักชิงอวิ๋นได้จากที่ใด เม็ดยาชนิดนี้ เกรงว่าหากพลาดโอกาสนี้ไปแล้ว พวกเขาอาจไม่มีโอกาสอีกแล้วในชีวิตนี้ที่จะหาซื้อมันมาได้!
"ท่านผู้อาวุโสมู่! ได้โปรดมอบเม็ดยานี้ให้ข้าสักเม็ดเถิดขอรับ! ข้าขอซื้อต่อท่าน! จะด้วยจำนวนเงินเท่าไหร่ก็ได้ทั้งนั้นขอรับ!" เด็กหนุ่มใจกล้าโพล่งออกไป และไวเท่าความคิด เขายื่นตั๋วเงินในมือส่งให้ ‘มู่เฉิน’ ทันที
ขนาดและความแข็งแกร่งของเส้นลมปราณ มีผลต่อการบ่มเพาะพลังวิญญาณในอนาคตอย่างแนบแน่น ผู้ใดจะสามารถนั่งนิ่งแล้วปล่อยให้โอกาสอันยิ่งใหญ่หลุดลอยไปเล่า!
"ท่านผู้อาวุโสมู่! ข้าเองก็ต้องการซื้อด้วยขอรับ!"
"ผู้เยาว์ด้วยขอรับ! ท่านผู้อาวุโสมู่! ข้ายอมจ่ายไม่เกี่ยงราคาทั้งสิ้น!"
เมื่อมีเด็กหนุ่มคนแรกกล้าเปิดฉากร้องตะโกนออกไป คนที่สอง สาม และสี่ก็ร้องตามหลังมาติดๆ...
ฝูงชนรอบ ‘มู่เฉิน’ ยังคงมากขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้เด็กหนุ่มที่ได้เม็ดยาไปแล้วในตอนแรก ถูกบีบผลักให้ออกจากกลุ่มคน
กลุ่มคนรุ่นเยาว์ที่กำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้า‘มู่เฉิน’ เปรียบเสมือนแกะอ้วนในสายตาของ ‘มู่เฉิน’ ก็ไม่ปาน แต่ละคนโบกตั๋วเงินในมือไปมา ร้องขอเม็ดยาหนึ่งเม็ดจากเขา!