ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 392
ตอนที่ 392 เข้าเรียน (8)
ทันในนั้นก็มีเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกดังขึ้นในห้องโถงใหญ่ ศิษย์เก่าทุกคนแข็งค้าง ใบหน้าแต่ละคนเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดในทันที
“เอาล่ะ นี่ก็ล่วงเวลามามากแล้ว พวกเจ้าน่าจะพาศิษย์ใหม่ของพวกเราไปเดินชมดูรอบๆ เพื่อทำความคุ้นเคยได้แล้วนะ ส่วนเจ้าหนูนี่ข้าขอจะรับตัวไปก่อน” พูดจบ ฟ่านจิ่นไม่สนใจว่าการกระทำของเขานั้นจะทำให้เหล่าศิษย์เก่าที่ยืนอยู่ตรงนั้นตกตะลึงมากแค่ไหน เขาเพียงตบไปที่ไหล่ของจวินอู๋เสียเบาๆ ส่งสัญญาณบอกให้นางเดินตามเขาออกจากห้องโถงใหญ่ไป
ถึงแม้ว่าจวินอู๋เสียจะไม่ทราบที่มาของ ‘ศิษย์พี่ฟ่าน’ ผู้ซึ่งปรากฏตัวออกมาอย่างกะทันหันผู้นี้ว่าเป็นใครหรือมีสถานะแบบไหนกันแน่ แต่เมื่อเปรียบเทียบกับเหล่าชายหนุ่มในห้องโถงใหญ่ การเลือกเขานับเป็นการตัดสินใจที่ดีกว่ามาก
จนกระทั่งฟ่านจิ่นเดินนำจวินอู๋เสียออกจากห้องโถงใหญ่ การแสดงออกของศิษย์เก่าเหล่านั้นก็ยังไม่กลับคืนมาเป็นปกติ
ศิษย์ใหม่ที่ค่อนข้างใจกล้าคนหนึ่ง เอ่ยปากถามรุ่นพี่ของตัวเองออกไปว่า “ศิษย์พี่ขอรับ ศิษย์พี่ฟ่านผู้นั้นมีอะไรผิดปกติอย่างนั้นหรือ เหตุใดการแสดงออกของพวกท่านถึงได้…”
ศิษย์พี่คนนั้นถอนหายใจหนัก เขายกมือขึ้นนวดหว่างคิ้วและกล่าวว่า “นั่นคือฟ่านจิ่น! บุตรบุญธรรมของท่านอาจารย์ใหญ่ และก็ยังเป็นอันดับสี่ของศึกประลองภูติวิญญาณของสำนักศึกษาเฟิงหัวด้วย! เจ้าหนูนั่นมันทำบุญด้วยอะไรวะ โชคดีเป็นบ้าเลยที่ได้รับการชี้แนะจากศิษย์พี่ฟ่านจิ่น!”
สถานะของฟ่านจิ่นนั้นค่อนข้างพิเศษเล็กน้อย ไม่เพียงแต่เขาจะมีรัศมีของการเป็นบุตรบุญธรรมของท่านอาจารย์ใหญ่อยู่รอบตัว แต่ยังได้ครอบครองวงแหวนภูติวิญญาณที่แข็งแกร่งอีกด้วย ความสามารถในการบ่มเพาะพลังวิญญาณ กวาดตาค้นหาไปทั่วสำนักศึกษาเฟิงหัวก็ยังนับว่าเป็นอัจฉริยะ ทิ้งห่างไปจากเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันไกลโข
“ว่าอย่างไรนะขอรับ!” หลังจากได้รับคำตอบเช่นนั้น ศิษย์ใหม่ทั้งหมดก็ตกตะลึงไปอย่างสมบูรณ์
ศิษย์พี่ที่รับเขาเข้ามาในการดูแล ปรายตามองเขาอย่างรำคาญครั้งหนึ่งและหันหลังเดินจากไป เหล่าศิษย์ใหม่แม้จะยังตกใจอยู่ ทว่าแต่ละคนก็พอตั้งสติได้รีบวิ่งตามหลังศิษย์พี่ของตัวเองไปอย่างรีบร้อน
แน่นอนว่าศิษย์ใหม่คนอื่นๆ ที่ได้ยินข่าวนี้ในภายหลัง ต่างก็พากันตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ราวกับถูกฟ้าผ่า
บุตรบุญธรรมของท่านอาจารย์ใหญ่…อันดับสี่ในศึกประลองภูติวิญญาณ…
เดิมทีพวกเขายังหัวเราะเยาะใส่จวินอู๋เสียว่าเป็นเผือกร้อนที่ไม่มีใครอยากยอมรับ แต่ตอนนี้พวกเขาไม่สามารถพูดอะไรได้แล้ว ต่อให้พวกเขาไม่รู้เรื่องรู้ราวภายในสำนักศึกษาเฟิงหัวสักแค่ไหน ก็รู้ว่าฉายาสองฉายาบนหัวฟ่านจิ่นนี้หมายความว่าอย่างไร
เมื่อพิจารณาจากทัศนคติของเหล่าศิษย์เก่าในห้องโถงใหญ่ที่มีต่อฟ่านจิ่น เห็นได้ชัดว่าไม่มีศิษย์พี่คนไหนเลยที่สามารถดีเทียบเท่ากับฟ่านจิ่นได้
ก่อนอื่นก็ถูกกู้หลีเซิงจับตา ต่อมายังมาถูกฟ่านจิ่นรับตัวไปอีก…
ความโชคดีของจวินอู๋เสีย ทำให้กลุ่มคนรุ่นเยาว์ทุกคนเกือบจะกระอักโลหิตออกมาพร้อมกันด้วยความเกลียดชัง พวกเขาหวังจริงๆ ว่าจะสามารถสับเปลี่ยนสถานะของตัวเองกับจวินอู๋เสียได้!
……
...
จวินอู๋เสียเดินตามหลังฟ่านจิ่นออกไปจากห้องโถงใหญ่ ตลอดเส้นทางหลักของสำนักศึกษาเฟิงหัว ภาพของฟ่านจิ่นกับจวินอู๋เสียที่คนหนึ่งเดินนำหน้าส่วนอีกคนเดินตามหลัง ได้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนเป็นจำนวนมาก
“เจ้าชื่อจวินเสียใช่หรือไม่” ฟ่านจิ่นถามขณะที่จวินอู๋เสียยังคงเดินตามอยู่ข้างหลัง
“ใช่”
“ฮ่าๆๆ อย่าได้เกร็งไป ข้าเป็นคนสบายๆ มากกว่า เป็นท่านลุงกู้ที่ขอให้ข้ามาหาเจ้า คำอธิบายของเขาที่มอบให้กับข้านั้นช่างถูกต้องมากจริงๆ ใครตัวเล็กที่สุด นั่นแหละก็คือคนที่เจ้ากำลังมองหา ฮ่าๆๆ!” ฟ่านจิ่นพูดอย่างมีอารมณ์ขันเล็กน้อย เสียงหัวเราะของเขาช่างสดใสยิ่งนัก
ย่างก้าวของจวินอู๋เสียแทบสะดุด นางมองไปที่แผ่นหลังของฟ่านจิ่นแล้วหลุบตาลงอย่างครุ่นคิด
“มีอะไรหรือ” ฟ่านจิ่นหันไปมองจวินอู๋เสียที่จู่ๆ ก็หยุดเดินกะทันหัน
“ไม่มีอะไร” จวินอู๋เสียตอบก่อนจะสลัดความคิดเหล่านั้นออกไปจากหัวของนาง
การที่กู้หลีเซิงได้จัดการให้มีคนมารับตัวนางไป เห็นได้ชัดว่าเขารู้อยู่แล้วว่าคำพูดของเขาในที่สาธารณะวันนั้นจะสร้างปัญหาให้กับนางมากแค่ไหน ด้วยการจัดการเช่นนี้ เขาคงตั้งใจที่จะรับนางเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับสาขาผู้เยียวยาจิตวิญญาณของเขาแล้วจริงๆ ซึ่งนั่นก็ตรงกับความตั้งใจของนางพอดี
ตึกหลักของสำนักศึกษาเฟิงหัวประกอบด้วยสามสาขาเท่านั้นได้แก่ สาขาผู้เยียวยาจิตวิญญาณ สาขาผู้ใช้สัตว์วิญญาณ และสาขาผู้ใช้อาวุธวิญญาณ แม้ภายนอกนางจะแจ้งให้แก่คนทั่วไปทราบว่าวงแหวนภูติวิญญาณของนางนั้นเป็นประเภทสัตว์ร้าย แต่วงแหวนภูติวิญญาณที่แท้จริงของนางคือบัวหิมะซังอวี้ ดังนั้นแม้นางจะเข้าร่วมกับสาขาอื่นๆ ไปมันก็แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับนาง