ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 362
ตอนที่ 362 ข้าตีไปแล้ว...แล้วจะทำไม (4)
ฝีเท้าของเยี่ยนปู้กุยนั้นรวดเร็วมาก เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเฉียวฉู่และยกมือขึ้นหมายจะลงมืออีกครั้ง
ในสวน ฮวาเหยาและคนอื่นๆ ก้มหน้าลงต่ำ ทนมองต่อไปไม่ไหวอีก
อย่างไรก็ตามขณะที่มือของเยี่ยนปู้กุยยังคงยกค้างอยู่กลางอากาศ ไม่ได้ต่อยลงไปในท้ายที่สุด
จวินอู๋เสียจับมือของเยี่ยนปู้กุยเอาไว้แน่นด้วยมือข้างหนึ่ง ใบหน้าเล็กๆ ที่เย็นชาของนางเชิดขึ้นเล็กน้อย แสงที่เย็นเยียบในดวงตา มองไปที่เยี่ยนปู้กุยราวกับกำลังดูถูก
“เป็นข้าที่ลงมือเอง” นางพูดอย่างเย็นชา
เยี่ยนปู้กุยตกตะลึง
“ถ้าท่านต้องการที่จะลงโทษ ก็ให้มาลงที่ข้า” จวินอู๋เสียหรี่ตาลง
เยี่ยนปู้กุยมองไปที่จวินอู๋เสีย ความโกรธในดวงตาของเขาลดลงทันที เขาดึงมือของเขากลับมา ก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว จากนั้นก็มองไปที่จวินอู๋เสียอีกครั้งราวกับต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกไป
แต่จวินอู๋เสียกลับมีบางสิ่งอยากจะพูดกับเขา
"ข้าขอถอนคำพูดก่อนหน้านี้ของข้าคืน" จวินอู๋เสียพูดขึ้นทันที
เยี่ยนปู้กุยรอฟังประโยคหลังของนางอย่างเงียบๆ
“อาจารย์เช่นเจ้า ไม่มีก็ไม่เห็นจะเป็นไร” จวินอู๋เสียพูดต่ออย่างเย็นชา เห็นได้ชัดเจนว่าเฉียวฉู่และคนอื่นๆ ต้องอับอายขายหน้าขนาดไหน แม้ว่านางจะไม่เคยมีอาจารย์ แต่นางก็รู้ว่าคนเป็นอาจารย์ ถ้าไม่อาจปกป้องลูกศิษย์ของตัวเองได้ อย่างน้อยก็ต้องพยายามออกหน้าเพื่อพวกเขาบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้พวกเขาอดทน ถูกตีได้แต่ห้ามสวนกลับ ซ้ำยังบอกให้พวกเขายอมรับต่อเสียงดูถูกและทนต่อความอัปยศอดสูเหล่านี้
นี่คือความไร้สามารถของผู้เป็นอาจารย์!
อาจารย์เช่นนี้ ต่อให้แข็งแกร่งสักแค่ไหนนางก็ไม่เต็มใจที่จะกราบเขา!
เยี่ยนปู้กุยชะงักค้างไปแล้ว เขาจ้องไปที่จวินอู๋เสียด้วยท่าทางที่ไม่ชอบใจ ใบหน้าเล็กๆ ที่บอบบางของนางยังคงเต็มไปด้วยความเย็นชาและไม่มีอารมณ์ใดๆ ในดวงตาคู่นั้น แต่เมื่อเขาได้สบกับมัน ไม่รู้ทำไมจู่ๆ เขาถึงรู้สึกเหมือนถูกลากลงไปในห้องน้ำแข็งที่เย็นเยียบ ทั่วทั้งร่างหนาวเหน็บไปหมด
เฉียวฉู่และคนอื่นๆ ตกใจกับคำพูดของนางยิ่งกว่า
ขณะที่จวินอู๋เสียหันหลังเตรียมจะเดินจากไป แต่เสียงของเยี่ยนปู้กุยก็ดังขึ้นก่อนว่า “"อาจารย์เช่นข้า เจ้าหมายความว่าอย่างไรกัน"
จวินอู๋เสียหันศีรษะของนางกลับมาเล็กน้อย จ้องตอบเยี่ยนปู้กุยด้วยสายตาที่เย็นชา “ในฐานะอาจารย์ หากไม่สามารถปกป้องลูกศิษย์ของตัวเอง อย่างน้อยๆ ก็อย่ายอมให้ลูกศิษย์ได้รับความอัปยศ การที่ท่านปล่อยให้พวกเฉียวฉู่ถูกคนอื่นๆ รังแกแต่ทำได้เพียงกัดฟันทน ปล่อยให้พวกเขาทนต่อการดูถูกที่ไม่จบสิ้น ข้าไม่ต้องการอาจารย์เช่นนี้”
เสียงของจวินอู๋เสียไม่ดัง แต่ตรงเข้าไปในหัวใจของผู้ฟังทุกคน
เยี่ยนปู้กุยหรี่ตาลง มองไม่เห็นถึงความโกรธในดวงตาของเขา
เฉียวฉู่มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมาเป็นคนแรก เขารีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปหยุดจวินอู๋เสียไว้ “น้องเสีย เจ้าเข้าใจผิดแล้ว! เรื่องราวไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิดเช่นนั้น! ที่ท่านอาจารย์ทำไปทั้งหมด…ก็เพื่อปกป้องพวกเรา”
จวินอู๋เสียหันหน้าไปมองเฉียวฉู่และพูดกับเขาอย่างเย็นชาว่า "ถ้าเจ้าถูกคนแบบนั้นรังแกและทำได้เพียงกัดฟันทน แม้ว่าเจ้าจะได้สิ่งที่เจ้าปรารถนาในอนาคตแล้วมันจะมีประโยชน์อันใด! หากคิดจะมีชีวิตอยู่ ก็ต้องอยู่อย่างทรงเกียรติและตรงไปตรงมา แม้ว่าฟ้าจะถล่ม แต่หลังของเจ้าจะงอไม่ได้ ความเย่อหยิ่งสามารถสูญเสียไปได้ แต่ความภาคภูมิใจจะสูญหายไปไม่ได้เป็นอันขาด!" ความพากเพียรอุตสาหะ ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องทนกับการรังแกและดูถูกของผู้อื่น การสร้างลักษณะที่ดีก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องพ่ายแพ้อย่างสุ่มสี่สุ่มห้า
ตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีที่จวินอู๋เสียถูกขังให้อยู่แต่ในห้องที่มืดมิดไร้ซึ่งอิสระ ถึงแม้นางจะถูกเจ้าปีศาจร้ายคนนั้นพยายามควบคุมและบงการความคิดของนางนับไม่ครั้งถ้วน แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่นางจะยอมก้มหัวและปล่อยให้เขาดูหมิ่นนาง
แม้ว่ากระดูกของนางจะถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด นางก็จะไม่มีวันยอมสูญเสียความภาคภูมิใจของนางไป!
คำพูดของจวินอู๋เสียทำให้เฉียวฉู่ตกใจ และทำให้เยี่ยนปู้กุยดูเหมือนจะฉุกคิดบางอย่างได้
ใช้ชีวิตเฉกเช่นสุนัขให้ผู้อื่นก่นด่าไม่รู้จักจบสิ้น คือความหมายของคำว่า ‘อดทน’ ที่พวกเขาต้องเผชิญกันหรือ
บางทีสาวน้อยคนนี้อาจพูดถูก
มีชีวิตอยู่เช่นนี้ ไม่สู้ตายไปเสียจะปลอดโปร่งยิ่งกว่า
"เจ้าชื่อจวินเสียใช่หรือไม่" เยี่ยนปู้กุยลืมตาขึ้นมาทันที นัยน์ตาของเขาคล้ายมีบางอย่างแตกต่างออกไป
จวินอู๋เสียมองเขาอย่างเย็นชา
“ถ้าหากเจ้าคิดว่าพวกเราสามารถใช้ชีวิตอย่างตรงไปตรงมาได้ เช่นนั้นก็จงอย่าเพิ่งเก็บคำพูดก่อนหน้านี้ของเจ้ากลับคืนไป ให้ข้าได้ดู ว่าวิธีการของเจ้าจะสามารถพลิกชะตากรรมของเฉียวฉู่และคนอื่นๆ ได้หรือเปล่า” เยี่ยนปู้กุยกล่าวด้วยรอยยิ้ม