ทรราชหญิงเจ้าหัวใจจักรพรรดิมาร ตอนที่ 233
ตอนที่ 233 ตบหน้าครั้งที่สี่ (1)
ฉินอวี่เยียนคาดเดาว่าชายหนุ่มคนนี้น่าจะเป็นกำลังเสริมที่จวินอู๋เสียเชิญมาจากที่อื่น
เพียงแต่ว่าคุณหนูจากจวนหลินอ๋องเล็กๆ อย่างจวินอู๋เสีย นางจะให้ข้อเสนอดีๆ อะไรแก่ผู้อื่นได้ สิ่งที่นางสามารถให้เขาได้ สำนักชิงอวิ๋นของนางก็ให้ได้เช่นกัน
บนโลกนี้ไม่มีพันธมิตรหรือมิตรภาพที่ยั่งยืน สิ่งที่เรียกว่าความจงรักภักดี มันก็แค่การปฏิบัติที่ตั้งอยู่บนผลประโยชน์และข้อเสนอที่แข็งแกร่งก็เท่านั้น
ฉินอวี่เยียนเชื่อว่าระหว่างจวนหลินอ๋องกับสำนักชิงอวิ๋น แม้แต่คนโง่ที่สุดก็รู้ว่าต้องเลือกอย่างหลัง
บัวหิมะมัวเมาหรี่ตาลงอย่างดูถูก มองดูสตรีที่เสแสร้งแล้วก็ให้มุมปากกระตุกด้วยความรังเกียจ
“เจ้าพูดเรื่องไร้สาระจบหรือยัง ถ้าพูดจบแล้วก็ลงมารับความตายแต่โดยดีเสีย! สำนักชิงอวิ๋นเป็นตัวอะไร มันไม่มีค่าพอที่จะถือรองเท้าให้ข้าด้วยซ้ำ!” ยกสำนักของมนุษย์มาเสนอเงื่อนไขแก่ภูติวิญญาณอย่างนั้นหรือ สตรีนางนี้เสียสติไปแล้วหรืออย่างไร
สีหน้าของฉินอวี่เยียนแข็งค้างไปทันทีที่โดนปฏิเสธ น้ำเสียงและการวางตัวที่ไม่มีความเกรงใจเลยของบัวหิมะมัวเมา ทำเอานางสะอึกพูดไม่ออกเป็นเวลานาน
คำว่า ‘สำนักชิงอวิ๋น’ สามคำนี้ กวาดสายตามองไปทั่วทั้งใต้ล่างไม่เคยมีใครปฏิเสธมันมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่นางถูกตบหน้านางอย่างไร้ความปรานีเช่นนี้!
“บัวหิมะมัวเมา” เสียงของจวินอู๋เสียดังขึ้น
“ขอรับ!”
“เลิกพูดมาก ลงมือได้แล้ว” จวินอู๋เสียขมวดคิ้วมุ่น นางไม่มีอารมณ์จะมาเสวนากับสำนักชิงอวิ๋นอีก นับตั้งแต่ที่พวกมันหันปลายดาบมาที่สองพ่อลูกสกุลจวิน จุดจบของพวกมันก็ถูกกำหนดเอาไว้แล้วว่าพวกเขาจะต้องตาย
แล้วทำไมนางจะต้องมาฟังคนตายพร่ำเพ้อพรรณนาด้วย
“รับบัญชาเจ้านาย!” บัวหิมะมัวเมายิ้มที่มุมปาก เมื่อได้ยินคำสั่งจากจวินอู๋เสีย กลิ่นอายสังหารและความบ้าคลั่งที่ถูกสะกดข่มมาตั้งแต่เมื่อสักครู่ ก็ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่คิดจะซ่อนเร้นอีกต่อไป ร่างเปื้อนโลหิตพุ่งเข้าหาเจียงเฉินชิงทันที
“เสี่ยวเฮย!”
เหมียว...โฮกกก
“ไปเอาตัวเขาออกมาที่นี่” จวินอู๋เสียสั่งเสียงเบา
นางกับเจ้าสัตว์ร้ายสีดำของนางมีจิตวิญญาณที่เชื่อมโยงกัน มันจึงรู้ได้โดยธรรมชาติว่า ‘เขา’ ที่ว่านั้น ก็คือมั่วเฉี่ยนยวนในสภาพใกล้ตายแล้วนั่นเอง!
สัตว์ร้ายสีดำวิ่งเข้าไปในท้องพระโรงอย่างรวดเร็ว และพุ่งตรงไปยังทิศทางที่ร่างของมั่วเฉี่ยนยวนนอนอยู่
ฉินอวี่เยียนได้แต่มองดูฉากทั้งหมดตรงหน้าด้วยความตกตะลึง นางไม่ได้คาดหวังว่าจวินอู๋เสียจะสามารถออกคำสั่งเด็กหนุ่มคนนั้นได้อย่างง่ายดายเช่นนี้ สิ่งที่ทำให้นางคาดไม่ถึงยิ่งไปกว่านั้นก็คือ โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง ทันทีที่คำสั่งจบลงคนพวกนั้นก็ลงมืออย่างไม่ลังเล!
วิธีการที่เย่อหยิ่งและจองหองนี้ ไม่ต่างอะไรกับการเหยียบหน้าสำนักชิงอวิ๋นไว้ใต้ฝ่าเท้าเลย!
“รังแกกันมากเกินไปแล้ว! จวินอู๋เสีย เจ้าอย่าได้หยิ่งผยองให้มันมากนัก เจ้าคิดว่าคนของสำนักชิงอวิ๋นสามารถรังแกกันได้ง่ายๆ จริงหรือ ทุกท่าน วันนี้ข้าฉินอวี่เยียนมีข้อเสนอดีๆ จะยื่นให้แก่พวกท่าน หากใครก็ตามสามารถเด็ดหัวของจวินอู๋เสียกับบัวหิมะมัวเมาในท้องพระโรงนี้ได้ สำนักชิงอวิ๋นจะติดหนี้น้ำใจของพวกท่านหนึ่งอย่าง และไม่ว่าในอนาคตพวกท่านจะมีคำขอร้องใด พวกเราก็ยินดีตอบสนองทุกอย่าง ข้าขอยืนยันเงื่อนไขนี้ในนามท่านพ่อของข้า!” ฉินอวี่เยียนโกรธมาก จึงได้ยื่นข้อเสนอที่แสนหอมหวานนี้ออกไป
ในที่นี้นอกจากศิษย์สำนักชิงอวิ๋นไม่กี่คน ที่เหลือต่างก็เป็นผู้เชี่ยวชาญที่สำนักชิงอวิ๋นเชิญมาจากภายนอกทั้งสิ้น คนสิบกว่าคนแต่เดิมก็อยากได้ความช่วยเหลือจากสำนักชิงอวิ๋นอยู่แล้ว เวลานี้เมื่อได้ยินข้อเสนอดังกล่าวของฉินอวี่เยียน มีหรือที่พวกเขาจะยอมโง่และปล่อยมันให้หลุดมือไปง่ายๆ ทุกคนเข้าร่วมการต่อสู้อย่างไม่ลังเลทันที
ทันใดนั้น ผู้เชี่ยวชาญสิบกว่าคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็ลุกขึ้นมา ทุกคนไม่มีใครมีระดับพลังวิญญาณต่ำกว่าขั้นสีน้ำเงินเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจียงเฉินชิงที่เกือบแตะขอบขั้นสีครามแล้ว!
ฉินอวี่เยียนขบกรามแน่นมองไปที่จวินอู๋เสีย เมื่อตอนที่นางยื่นข้อเสนอออกไป นางก็จงใจเพิกเฉยต่อบุรุษรูปงามที่ยืนอยู่ข้างหลังจวินอู๋เสีย!
คนผู้นั้นยืนเงียบมาตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่แสดงสถานะใดออกมา หากว่าเขารู้สถานการณ์แล้วเปลี่ยนใจหันมายืนข้างสำนักชิงอวิ๋นแล้วฆ่าจวินอู๋เสีย นางจะพาเขากลับไปที่สำนักชิงอวิ๋นด้วย แต่ถ้าไม่…
ดวงตาของฉินอวี่เยียนเย็นเยียบลงเล็กน้อย โอ่งยาพิษที่ตั้งอยู่ในเรือนหลังของนางยังสามารถใส่ได้อีกร่างหนึ่ง!