ชีวิตนี้ไม่ขอเป็นรักแรกของท่านจอหงวน: บทที่ 31 ตอนที่ 31
ตอนที่ 31
แม้เวินหนิงจะถูกลงโทษโดยการกักบริเวณ แต่เวินถิงชุนไม่ได้บอกว่าบริเวณที่กักคือในเรือน หรือว่ากักบริเวณโดยการไม่ให้ออกนอกจวนเท่านั้น
ดังนั้นนางจึงกักบริเวณโดยการไม่ออกจากจวน
ตอนกลางคืนนางเอายาไปให้พี่ชายทั้งสองคน ทว่ากลับถูกเวินหลานบ่นนานกว่าครึ่งชั่วยาม บอกว่านางควรบอกความจริงกับเขา ไม่ควรให้เวินฉีทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้
ไม่ง่ายเลยกว่าพี่ใหญ่จะพูดจบ นางก็ถูกเวินฉีพี่ชายคนรองมองอย่างมีเลศนัยนานกว่าครึ่งชั่วยาม
พี่รองเป็นคนฉลาด เขาคงรู้ตัวแล้วว่าดูรายชื่อจับลูกชายนี้ เขาถูกนางหลอกขาย
แต่ในเมื่อเขาไม่ถาม นางก็ย่อมไม่พูด
ตอนที่นางกลับถึงห้อง ดึกกว่าปกติยิ่งนัก หลิงหลานเตรียมน้ำสำหรับอาบน้ำให้นางแล้ว ครั้งเห็นว่าดึกมากแล้ว ขณะที่นางอาบน้ำอยู่นั้น หลิงหลานก็ไปยกมื้อดึกมาจากโรงครัว
ทว่าคิดไม่ถึงว่าหลังจากเวินหนิงรับประทานมื้อดึกเสร็จ นางนั่งอยู่หน้ากระดานหมากรุก ไม่มีทีท่าจะง่วง
หลิงหลานอดไม่ได้ที่จะเกลี้ยกล่อม “คุณหนู แม้ไม่อาจออกจากจวน ไม่ทำอะไรมาก แต่เราก็ไม่อาจนอนดึกจนเกินไปนะเจ้าคะ”
เวินหนิงเขี่ยเบี้ยเล่น ทำเหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แต่ความเป็นจริงนางกำลังตั้งใจฟังเสียงข้างนอก
ค่ำคืนที่เงียบสงัด หากรถม้ากลับมา นางย่อมได้ยินเสียง
เมื่อได้ยินหลิงหลานเกลี้ยกล่อมนางเช่นนี้ ความหงุดหงิดเกาะกุมหัวใจของนางทันที
นางไม่ได้หงุดหงิดหลิงหลาน แต่หงุดหงิดตนเอง
แม้ไม่อยากจะยอมรับ แต่นางกำลังรอเวินถิงชุนกลับมา รู้ดีว่าแม้เวินถิงชุนกลับมา ก็ไม่มีวันเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงฉยงหลินให้ฟัง
แต่นางอยากจะรู้บทสรุป
หากชาตินี้เป็นเหมือนชาติที่แล้ว เช่นนั้นจวนกั๋วกงย่อมส่งคนไปสืบค้นชาติกำเนิดของหวังโย่ว จากนั้นเจาะเลือดพิสูจน์ความสัมพันธ์ แล้วรับกลับเข้าจวน
หลังจากนั้น...
เวินหนิงรินน้ำชาให้ตนเองหนึ่งถ้วย
แม้หลังจากนั้นจะเกิดเหตุไฟไหม้แล้วอย่างไรเล่า
นางที่เป็นเพียงสตรีนางหนึ่ง จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้
แม้จะเปลี่ยนแปลงได้ แต่กว่านางจะตัดขาดกับเผยโย่วไม่ใช่เรื่องง่าย หรือจะให้นางรนหาที่ทำให้เขาสงสัย แค่เพราะบะหมี่สองถ้วยของฮูหยินท่านนั้นน่ะหรือ
เวินหนิงโยนเบี้ยทิ้งด้วยความหงุดหงิด ลุกไปนอนบนเตียง หลับตาลง
ไม่ นางยิ่งคิดถึงช่วงปีหลังๆ ของชีวิตก็ยิ่งรู้สึกหกหู่ อุตส่าห์กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง นางจะไม่ยอมให้เรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นกับตนเอง แม้จะมีความเป็นไปได้เพียงเล็กน้อย
นางเป็นเพียงผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่บังเอิญรู้ลิขิตของสวรรค์เท่านั้น นางมีความสามารถใดในการช่วยชีวิตพวกเขาสามคน
หากชาตินี้ไฟไหม้อีกครั้ง เช่นนั้นเป็นชะตาลิขิตของพวกเขา เหตุใดนางต้องขัดขวางโชคชะตาด้วย
นางจะไม่สนใจเรื่องนั้นเด็ดขาด
เวินหนิงบังคับตนเองให้นอนหลับ
ถึงอย่างไรเดือนนี้นางก็ถูกกักบริเวณ นางจะอยู่ในจวนเวินอย่างเชื่อฟัง ไม่ก้าวขาออกจากจวน
นางจะไม่สนใจเรื่องนั้นเด็ดขาด
ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับเผยโย่วไม่ว่าจะคนหรือว่าเรื่องอะไรก็ตาม นางจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแม้แต่น้อย
…
ผลสอบคัดเลือกฤดูวสันต์ประกาศแล้ว ในที่สุดผู้คนที่มารวมตัวกันในเมืองหลวงก็ทยอยกันกลับไป ทว่าาหลังจากงานเลี้ยงฉยงหลิน มีข่าวลือลึกลับบางอย่างแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง
ในงานเลี้ยงฉยงหลิน องค์หญิงใหญ่หรงหวาถูกชะตากับจอหงวน
ช่วงหลังมานี้องค์หญิงใหญ่หรงหวาเข้าออกตระกูลหวังบ่อยยิ่งนัก ไม่ได้รับสั่งให้เข้าเฝ้า แต่มาด้วยตนเอง
ซื่อจื่อที่หายตัวไปเมื่อสิบเก้าปีก่อน บุตรชายขององค์หญิงใหญ่หรงหวา ปีนี้อายุยี่สิบเอ็ดเช่นเดียวกัน อายุเท่ากับจอหงวน
องค์หญิงใหญ่หรงหวาสิริโฉมงดงาม คนที่เคยเห็นพระพักตร์ขององค์หญิง จอหงวนผู้หล่อเหลามีความคล้ายคลึงกับนาง
หรือว่าจอหงวนคนแรกของแคว้นต้าอิ้นผู้ได้อันดับหนึ่งทั้งหกสนามสอบ คือซื่อจื่อเยี่ยที่หายตัวไปนานหลายปี
ถูกต้อง
ต้องใช่แน่ๆ
ถึงว่า…
ถึงว่า…บิดามารดามากความสามารถทายาทก็ย่อมมากความสามารถ บิดามารดาไร้ความสามารถทายาทก็ย่อมไร้ความสามารถ ชาวบ้านทั่วไป จะอบรมสั่งสอนเด็กคนหนึ่งให้มากความสามารถเช่นนี้ได้อย่างไร
ที่แท้ก็เป็นเชื้อสายของราชวงศ์ เป็นเพียงเสือร่วงสู่พื้นที่ราบเท่านั้น
บรรดาปัญญาชนยากจนที่เมื่อหลายวันก่อนชื่นมื่นดีใจ เวลานี้อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
ตระกูลหวังเวลานี้ บรรยากาศแปลกพิกลเล็กน้อย หรือจะกล่าวได้ว่า นับตั้งแต่งานเลี้ยงฉยงหลิน องค์หญิงใหญ่สั่งให้หมัวมัวคนสนิทไปตระกูลหวัง ถามเรื่องรับเลี้ยงหวังโย่วโดยละเอียด หลังจากนั้นบรรยากาศในตระกูลก็เริ่มแปลกๆ
หากคนทั่วไปเลี้ยงลูกชายนานสิบกว่าปี พบว่าเป็นคุณชายที่ตกระกำลำบาก นับจากนี้ชีวิตของพวกเขาจะทtยานขึ้นสู่ความร่ำรวย มั่งมีเงินทอง ย่อมดีใจมาก
แต่หวังฝูไม่ใช่คนที่ยอมลดเกียรติของตนเองเพื่อเงิน
นับตั้งแต่เขาถูกคนวางแผนลอบทำร้าย ทำให้ไม่มีวาสนาที่จะได้สอบหน้าพระที่นั่ง ชีวิตที่ต้องดิ้นรนตลอดหลายปีนี้ทำให้เขาเกลียดพวกตระกูลชั้นสูง ยามทำการค้าก็ไม่ยอมเอาของที่หามาด้วยความยากลำบากขายให้พวกคุณชายเสเพลที่มีทั้งเงินและอำนาจ
เขาตั้งใจเลี้ยงดูหวังโย่ว ฝากความหวังไว้ที่เขา หวังว่าสักวันหนึ่งหวังโย่วจะทำให้ทุกคนตกตะลึง หวังว่าเขาจะพิสูจน์ได้ว่าครอบครัวทั่วไปก็เลี้ยงดูปลุกปั้นคนที่มีความสามารถออกมาได้ ตอกหน้าพวกตระกูลชั้นสูง ทั้งยังเปิดทางให้กับปัญญาชนยากไร้
เมื่อหลายวันก่อนที่ใต้ต้นเปะก๊วยเขาเพิ่งเชื่อมั่นว่าความฝันของตนจะสำเร็จ
แต่แท้จริงแล้ว...
แท้จริงแล้ว!
ด้านหนึ่งเขาในฐานะบิดาผู้รักหวังโย่วจากใจจริง รู้ดีว่าหากหวังโย่วเป็นซื่อจื่อจวนกั๋วกงจริงๆ อนาคตต้องยาวไกลแน่นอน ประสบความสำเร็จในขั้นที่ว่าจอหงวนจากตระกูลยากจนไม่อาจเทียบได้ แต่อีกด้านหนึ่ง เขาอดไม่ได้ที่จะเสียใจ
สองสามวันมานี้เขาทำตัวปกติกับหวังโย่ว แต่ตอนอยู่ลำพัง เขาอดไม่ได้ที่จะดื่มสุราสักสองแก้ว
ยิ่งทุกอย่างเริ่มชัดเจน ยิ่งคนของจวนกั๋วกงมาบ่อยเท่าใด หวังฝูไม่รู้แล้วว่าตนอยากจะให้หวังโย่วเป็นซื่อจื่อที่หายตัวไปมากกว่า หรืออยากจะให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิดมากกว่า
สองวันก่อน จวนกั๋วกงเสนอเปิดโลงศพ ‘บิดามารดา’ ของหวังโย่ว แม้อายุ สิ่งที่เผชิญ รวมถึงปานรูปสาลี่ด้านหลังจะถูกต้องทุกอย่าง แต่สายเลือดของราชวงศ์ไม่อาจทำผ่านๆ ได้ ต้องตรวจสอบให้ละเอียด
แม้การเข้าไปยุ่งกับชาติกำเนิดของหวังโย่วจะไม่เหมาะสมเท่าใดนัก แต่ไม่มีผู้ใดโต้แย้ง
ด้วยเหตุนี้โถงตระกูลหวังที่ไม่ใหญ่นัก จึงเต็มไปด้วยคนของจวนกั๋วกง องค์หญิงใหญ่มาติดต่อกันหลายวันแล้ว วันนี้ให้แม่นมชุยมา
เวลานี้หวังฝูและแม่นมชุยนั่งซ้ายคนขวาคน หวังโย่วนั่งทางด้านซ้าย หวังฉินเซิงยืนอยู่ข้างๆ ทางด้านฮูหยินหวัง เมื่อหลายวันก่อนหลังกลับมาจากภูเขาหวูหลี่ก็ล้มป่วย จึงไม่ได้ออกมา
บ่าวรับใช้ของจวนกั๋วกงคนอื่นๆ ยืนเรียงแถว
ทุกคนต่างรอถุงหอมในหลุมฝังศพ
หวังฝูรู้ดี ถุงหอมนั้นใช้เป็นหลักฐานได้
ในตอนนั้นหวังฝูและฮูหยินหวังเคยใช้ถุงหอมเป็นเบาะแส พยายามตามหาครอบครัวของหวังโย่ว
แต่ไม่ว่าจะเป็นวัสดุของถุงหอม หรือการตัดเย็บ รวมถึงการถักร้อย ล้วนไม่ใช่ถุงหอมของตระกูลทั่วไป ตอนนั้นพวกเขาคาดเดาแล้วว่าบางทีชาติกำเนิดของหวังโย่วอาจจะไม่ธรรมดา
แต่พวกเขาตามสืบตระกูลใหญ่ๆ ในหลิงหลานจนทั่วแล้ว ไม่มีตระกูลใดถูกพวกทหารสังหาร หรือว่ามีเด็กสูญหาย
จำได้ว่าเวลานั้นตอนที่เขาเอาถุงหอมไปถามที่ร้านผ้าไหม เถ้าแก่จับอยู่นาน พูดพึมพำ “คล้าย...งานตัดเย็บในวังหลวง...”
หวังฝูจะถามต่อ แต่เถ้าแก่กลับโบกมือ “ข้าโง่เขลา ไม่รู้ๆ”
เวลานั้นเขาคิดไม่ถึงเมืองหลวงแม้แต่น้อย
เวลานี้หวนคิดถึงเบาะแสทั้งหมด ที่แท้มีร่องรอยล่วงหน้าแล้ว
ไม่นานคนที่ไปเปิดโลงศพก็มาถึง พร้อมกับเดินยกถาดเข้ามา
ด้านในคือถุงหอมจริงๆ