ทะลุมิติมาเป็นอนุนอกเรือน: บทที่ 45 การกระทำของคุณชายสาม ตอนที่ 45
ตอนที่ 45 การกระทำของคุณชายสาม
ถึงจะไม่เต็มใจแค่ไหนแต่องค์หญิงอันเล่อก็เลือกราชบุตรเขยแล้ว เขาคือบุตรชายคนโตของผิงเซวียนโหว
ในเมื่อเป็นบุตรชายคนโต แต่ทำไมถึงไม่ใช่ท่านซื่อจื่อ หรือว่าเป็นลูกอนุภรรยา
ไม่มีทาง ฝ่าบาทเลือกราชบุตรเขยให้องค์หญิงอันเล่อที่พระองค์รักที่สุด ลูกอนุไม่มีทางได้รับเลือก เพราะลูกอนุมีชาติกําเนิดต่ำต้อยกว่าบุตรจากภรรยาเอก
แน่นอนว่า กรณีโปรดปรานรักลูกอนุมากกว่าบุตรจากภรรยาเอกอย่างอู่อันโหวก็มี แต่มีไม่เยอะ บุตรจากภรรยาเอกสูงส่งกว่าลูกอนุนั้นพบเห็นได้ทั่วไป และถึงแม้อู่อันโหวจะโปรดปรานลูกอนุมากกว่า แต่เขาก็ไม่กล้าทำเกินไป และให้เกียรติบุตรจากภรรยาเอก อย่างมากก็เพียงแอบหาผลประโยชน์ให้ลูกอนุบ้าง
ตัวอย่างเช่น หาพ่อตาที่ดีให้เขา หรือใช้ความสัมพันธ์ส่งเขาเข้าไปอยู่ในกองกำลังจินอู๋
ตอนแรกเหวินเฉิงเย่าไม่ได้อยากเข้าไปอยู่ในกองกำลังจินอู๋ แต่เขาอยากเข้ากองกำลังทหารต้องห้าม
แต่น่าเสียดายที่โหวฮูหยินไม่เห็นด้วย กองกำลังทหารยามต้องห้ามเป็นที่ของบุตรชายคนโต และท่านซื่อจื่อของแต่ละตระกูล ลูกอนุอย่างเจ้าอยากเข้าไปอยู่ในนั้นหรือ มักใหญ่ใฝ่สูง!
เมื่อโหวฮูหยินที่อ่อนโยนมาตลอดมีท่าทีเด็ดขาด อู่อันโหวจึงต้องประนีประนอม เขาอายุมากแล้ว ย่อมรู้ความหนักเบา หากหวังให้ว่าเขาทำเพื่อโฉมงามล่ะก็ไม่มีทางอยู่แล้ว เพราะรูปร่างหน้าตาของติงอี๋เหนียงก็ไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว
ผู้ชายก็ล้วนแต่เป็นเช่นนี้!
เจียงเซิ่งหย่วน บุตรชายคนโตของผิงเซวียนโหว เป็นทั้งบุตรชายคนโตและบุตรจากภรรยาเอก แต่ทำไมถึงไม่ได้เป็นซื่อจื่อ นั่นก็เป็นเพราะความซับซ้อนบางอย่างในจวนผิงเซวียนโหว
ภรรยาเอกของผิงเซวียนโหวไร้วาสนา หนีไม่พ้นประตูนรกแห่งการคลอดบุตร คลอดเจียงเซิ่งหย่วนก็เสียชีวิต ไม่นานผิงเซวียนโหวจึงแต่งภรรยาใหม่ ปีต่อมาคลอดลูกชายอีกคนหนึ่ง บุตรชายสองคนห่างกันหนึ่งปี บวกกับมีผิงเซวียนโหวฮูหยินคนปัจจุบัน ดังนั้นจวนผิงเซวียนโหวจึงยังไม่ได้กำหนดซื่อจื่อ
องค์หญิงอันเล่อหลงใหลเหวินจิ่วเซียว เห็นได้ชัดว่าเป็นให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์หน้าตา
เจียงเซิ่งหย่วนหน้าตาไม่เลว เขาก็เป็นหนึ่งในสิบชายหนุ่มรูปงามแห่งเมืองหลวงเหมือนกัน รับตำแหน่งในกองกำลังทหารต้องห้าม มีอนาคตไกล ดังนั้นราชบุตรเขยคนนี้ขององค์หญิงอันเล่อจึงเลือกได้อย่างมีระดับ
ฝ่าบาทพอพระทัย และป่าวประกาศพระราชโองการในวันต่อมา
ผิงเซวียนโหวโล่งใจ บุตรชายคนโตได้เป็นราชบุตรเขย แล้วยังได้แต่งงานกับองค์หญิงอันเล่อที่ฝ่าบาทโปรดปรานที่สุด ย่อมจะเป็นประโยชน์ต่อจวนโหวของเขา
บุตรชายคนโตและบุตรชายคนรองล้วนแต่เป็นบุตรชายของเขา ก็ไม่ต่างจากมอบจวนโหวให้กับบุตรชายคนโตเป็นคนดูแลหรอก ทุกสิ่งในมือของเขารวมถึงเส้นสายที่มีก็มอบให้กับบุตรชายคนรอง ล้วนดีอกดีใจกันถ้วนหน้า
แต่ภรรยาใหม่ของผิงเซวียนโหวกลับไม่พอใจ เจียงเซิ่งหย่วนได้เป็นราชบุตรเขย ตำแหน่งซื่อจื่อก็ไม่มีความหมายกับลูกชายของนางแล้ว นางทำอะไรบุตรสะใภ้อย่างองค์หญิงไม่ได้ แล้วยังต้องคารวะอีกฝ่าย รู้สึกอัดอั้นมากกว่าเดิม
เมื่อมีประกาศราชโองการ โหวฮูหยินแห่งจวนอู่อันโหวก็สบายใจ นางจัดงานเลี้ยงครอบครัวคืนนั้นทันที แล้วยังถามบุตรชายว่าชอบบุตรีตระกูลขุนนางนักปราชญ์หรือขุนนางแม่ทัพ
เหวินจิ่วเซียวสายตาเป็นประกาย ภาพใบหน้าที่สดใสของอวี๋จือโผล่ขึ้นมาในหัวของเขา
แต่สีหน้าของเขาในสายตาคนอื่นกลับเป็น...ไร้อารมณ์ ทุกคนเข้าใจดีว่าคุณชายสามนิสัยเช่นนี้ สีหน้าเย็นชาไม่เคยเปลี่ยน
โหวฮูหยินจึงหยอกล้อ “เจ้าสาม ต่อไปแต่งงานแล้วจะทำสีหน้าเย็นชาเช่นนี้กับภรรยาตัวเองไม่ได้นะ แม่ให้อภัยเจ้าได้ แต่ภรรยาของเจ้าจะพอใจหรือ”
เหวินเฉิงจง ท่านซื่อจื่อก็คล้อยตาม “จะแต่งงานแล้ว ดีใจหรือไม่ มา ไหนบอกข้าสิว่าเจ้าชอบแม่นางแบบไหน ข้าให้พี่สะใภ้ใหญ่เจ้าช่วยดูให้”
เหวินเฉิงเย่าก็ไม่ยอมอ่อนข้อ “ยังมีพี่สะใภ้รองเจ้าอีกคน นางรู้จักบุตรีตระกูลแม่ทัพไม่น้อย”
ซูซื่อแอบมองบน และทำท่าทางคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “หากน้องสามแต่งงาน ท่านแม่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่ได้อุ้มหลานแล้ว”
เรื่องไหนไม่ควรเอ่ยแต่กลับเอ่ย แค่ประโยคเดียวทำให้ใครหลายคนไม่พอใจ แม้แต่อู่อันโหวที่ใจกว้างที่สุดยังขมวดคิ้ว สะใภ้รองพูดจาไร้สาระ ต้องให้ฮูหยินสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว
สีหน้าของโหวฮูหยินยังเหมือนเช่นเดิม เอ่ยอย่างเฉยเมย “เจ้ารองกับสะใภ้รองก็ต้องพยายามหน่อย มีแค่ถิงเจี่ยเอ๋อร์คนเดียว น้อยเกินไป พี่ใหญ่เจ้าร่างกายอ่อนแอ แต่เจ้ารองร่างกายแข็งแรง คงต้องลำบากหน่อยแล้ว ผลิดอกออกผลให้จวนโหว”
นางกวาดตามองซูซื่อ “ทายาทเป็นเรื่องสําคัญ สะใภ้รองอย่าได้หึงหวงเกินไป ที่ควรจัดหาก็จัดหาคนมาปรนนิบัติเสีย หากเจ้าไม่มีใคร ข้ามอบคนของข้าให้เจ้าได้คนสองคน”
แม้แต่อู่อันโหวยังพยักหน้า “ฮูหยินพูดถูกแล้ว เจ้ารอง เจ้าไม่เด็กแล้ว ต้องมีทายาท ลูกอนุภรรยาก็ได้ จวนโหวกว้างใหญ่ย่อมมีปัญญาเลี้ยงดู”
บุตรจากภรรยาเอกหรือลูกอนุภรรยาล้วนแต่เป็นหลานของเขา นามสกุลเหวินเหมือนกัน สืบทอดสายเลือดของเขาเหมือนกัน เขาเป็นแม่ทัพ ไม่ได้พิถีพิถันเท่าขุนนางนักปราชญ์
นี่เป็นการประณามกันชัดๆ แค่นี้ก็บังคับให้ซูซื่อต้องหาสาวใช้อุ่นเตียงให้สามีตัวเอง หากนางไม่หา โหวฮูหยินจะหาให้เอง นางจะกล้ารับคนของโหวฮูหยินได้เช่นไร
แล้วนางยังต้องขอบคุณน้ำใจของโหวฮูหยินอีกด้วย “ท่านแม่พูดถูกต้องเจ้าค่ะ ข้าจะกลับไปหาให้คุณชายรอง ท่านยุ่งเพียงนี้ ทำให้ท่านต้องกังวลแล้ว ลูกสะใภ้พลาดไปจริงๆ”
ซูซื่อตาแดงทั้งน้อยใจและอัดอั้น ยกก้อนหินทุบเท้า[footnoteRef:1]ตัวเองแท้ๆ [1: ยกก้อนหินทุบเท้า ตรงกับสำนวนไทยว่า เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกมาแขวนคอ]
ฉินอวี้ซวง ซื่อจื่อฮูหยินก้มหน้าลง แอบถากถางในใจ น้องสะใภ้คนนี้ หากบอกว่านางโง่แต่นางก็คิดเป็น หากบอกว่านางฉลาด แต่นางกลับมักจะทําเรื่องโง่ๆ พูดตามตรงก็คือคงจะถูกสกุลเดิมตามใจจนเสียคน
แสงดาบและเงากระบี่ในงานเลี้ยงครอบครัว เหวินจิ่วเซียวทําหูทวนลม ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้เขารู้แล้วว่า การที่เขาสามารถนอนหลับสนิทในตรอกดอกท้อไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เช่นนั้นแล้วสิ่งที่ทําให้เขานอนหลับคือสิ่งของหรือคน?
หากเป็นสิ่งของ ไม่ใช่เรื่องยาก
หากเป็นคน เขาต้องรับนางเข้ามาอยู่ในจวนเช่นนั้นหรือ
ใช้ฐานะอะไร อี๋เหนียง? อนุจากตระกูลสูงศักดิ์?
เหวินจิ่วเซียวขมวดคิ้ว จากนั้นเขาก็คิดว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสมนัก ส่วนตรงไหนที่ไม่เหมาะสมเขาก็บอกไม่ถูก
เหวินจิ่วเซียวเป็นพวกชอบลงมือพิสูจน์ ในเมื่อมีข้อสงสัย เขาก็ต้องหาคําตอบอย่างเต็มที่
แต่อวี๋จือกลับงงงวยกับการกระทําของเขา
อยู่ดีๆ ทำไมถึงเอาเตียงมาไว้ในห้องนอนของเธออีกเตียงเล่า
รังเกียจเตียงของเธอเหรอ ไม่สิ ครั้งก่อนยังนอนหลับสนิทอยู่เลย
ยึดห้องนอนของเธอยังไม่พอ แต่ที่เกินไปคือไล่เธอออกไปด้วย เจ้าอยากพักผ่อน ข้าไม่อยากพักผ่อนอย่างนั้นเหรอ อย่างน้อยก็ให้ข้าย้ายเตียงนุ่มออกไปด้วยสิ
หัวหน้าอะไรกันไม่เห็นใจลูกน้องเลย ไม่เอาแล้วได้ไหม
แต่เห็นแก่บ้านและการไถ่ถอน อวี๋จือยอมกัดฟันอดทน
เรื่องนี้เพิ่งจบไป เหวินจิ่วเซียวก็พาเธอออกไปเที่ยวอีก เรื่องนี้เธอก็ต้องดีใจสิ ได้ไปเที่ยวกับหัวหน้า เป็นงานที่ดีอยู่แล้ว
แต่เหวินจิ่วเซียวกลับไม่ได้พาเธอไปขึ้นเขาลงห้วยที่ไหน แม้แต่ดอกไม้ก็ไม่พาไปชม เขากลับพาเธอไปบ้านพัก บ้านพักก็บ้านพัก อย่างน้อยก็ยังมีต้นไม้สองสามต้นให้ชมวิว
เธอมองไม่ออกด้วยซ้ำว่ามันคือต้นอะไร ก็ถูกเหวินจิ่วเซียวลากเข้าไปในบ้าน นอนหลับอีกแล้ว นอนเป็นเพื่อนหัวหน้า หัวหน้าน่ะได้หลับส่วนเธอน่ะนั่งเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆ
ก่อนหัวหน้าจะขึ้นเตียง ยังต้องให้เธอมุดเข้าไปกลิ้งในผ้าห่มบนเตียงก่อนรอบหนึ่ง ไม่ใช่งานแต่งงานซะหน่อย หาคนมากลิ้งเตียงทำไมกัน แล้วอีกอย่างคนกลิ้งเตียงต้องเป็นเด็กผู้ชาย เขากำลังทำพิธีกรรมชั้นสูงอะไรอยู่เนี่ย
หัวหน้าหลับสนิท ขณะที่อวี๋จือนั่งตัวสั่นปวดเอวปวดหลัง
เธอแน่ใจแล้วว่าหมอนี่เป็นโรคจิตที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แต่ว่าปกติอำพรางไว้ได้ดี
อยู่แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว ต่อให้เป็นหัวหน้า ก็จะมารังแกกันแบบนี้ไม่ได้
เมื่ออวี๋จือกำลังจะชูธงขึ้นก่อการปฏิวัติ เหวินจิ่วเซียวก็สงบลง ไม่ทรมานเธออีกต่อไป แล้วยังเอาเครื่องประดับมาให้เธออีกหนึ่งกล่อง
อวี๋จืองง เธออุตส่าห์ทำใจไปแล้ว นี่แกล้งให้เหงาเหรอ